เปิดตำรับยา COVID-19 ทางเลือกไหนจริง ไหนหลอก ? 

file

จากแนวทางเวชปฏิบัติจากกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุขฉบับปรับปรุงวันที่ 4 สิงหาคม 2564 กลุ่มผู้ป่วยสีเขียว แพทย์สามารถวินิจฉัยให้ดำเนินการ Home Isolation ได้ โดยหากกรณีที่มีอาการเล็กน้อย เช่น ไอ มีไข้เกิน 37.5 องศา ให้เริ่มพิจารณาใช้ยาต้านไวรัส Favipiravir ทันที อย่างไรก็ตาม ด้วยจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ปริมาณการใช้ยาต้านไวรัสตอนนี้อยู่ที่วันละ 1 ล้านเม็ด ต่อ จำนวนผู้ป่วย 20,000 คน ต่อ วัน หรือเฉลี่ยเดือนละ 30 ล้านเม็ด จึงเกิดความกังวลว่ายาจะอาจไม่พอใช้ภายในประเทศ ไม่ว่าจะเกิดจากจำนวนยาที่ผลิตหรือนำเข้ามาได้ยังไม่เพียงพอ หรือ ล่าช้าในขั้นตอนการเบิกจ่ายยาก็ตาม จึงเริ่มมีการส่งต่อข้อมูลยาและวิธีการดูแลตนเองที่จะช่วยลดอาการหรือช่วยป้องกันตนเองได้ผ่านสื่อออนไลน์มากมาย อย่างไรก็ตาม ยาหลายชนิดที่อาจไม่ควรใช้เพื่อเป็นยาหลักเพื่อต้านไวรัส เนื่องด้วยสาเหตุแตกต่างออกไป ซึ่งจะมานำเสนอรายละเอียดข้อมูลปัจจุบัน ดังนี้

อันดับแรก ที่เป็นที่กล่าวถึงอย่างมากในไทย คือ ฟ้าทะลายโจร โดยเป็นสมุนไพรเดียวที่มีอยู่ในแนวทางเวชปฏิบัติข้างต้น แต่กำกับไว้ว่าไม่พิจารณาให้ใช้เป็นยาหลักเพื่อการรักษา เนื่องจากยังไม่มีหลักฐานทางวิชาการมากพอ แต่งานวิจัยเบื้องต้นนั้น สารสกัดที่พบได้ในฟ้าทะลายโจรชื่อว่า Andrographolide จะช่วยยับยั้งการแพร่เชื้อ COVID-19 ในร่างกายและช่วยลดอาการปอดอักเสบได้ในระดับเซลล์ แต่ยังต้องใช้เวลาในการศึกษากับกลุ่มตัวอย่างที่เป็นผู้ป่วยจริงว่าจะได้ผลเหมือนงานวิจัยในห้องปฏิบัติการหรือไม่ นอกจากนี้อาจมีผลข้างเคียงรุนแรงหากใช้โดยปราศจากคำแนะนำจากแพทย์ โดยปัจจุบันข้อแนะนำจากกรมการแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก แนะนำให้ใช้ฟ้าทะลายโจรที่เป็นในรูปสารสกัด หรือ ผงบด โดยระบุปริมาณ Andrographolide เป็นมิลลิกรัมให้ชัดเจนโดยปริมาณที่เหมาะสมในการใช้คือ 180 มิลลิกรัมต่อวัน ซึ่งอาจแบ่งกิน 3 เวลาหรือ 4 เวลาต่อวันขึ้นอยู่กับปริมาณแคปซูล และกินต่อเนื่อง 5 วันเท่านั้น ไม่ควรกินเพื่อป้องกันเป็นระยะเวลานาน เพราะนอกจากจะไม่มีประโยชน์ในการป้องกัน สารดังกล่าวมีฤทธิ์เสริมกับยาลดความดัน ยาต้านการแข็งตัวของเลือด แต่อาจทำให้ความดันตก แขนขาอ่อนแรง หรือถึงขั้นตับวายได้

ต่อมาคือยา Ivermectin ยาตัวนี้ผลิตโดยบริษัท Merck ซึ่งในปัจจุบันองค์การอนามัยโลก (WHO) อนุญาตให้ใช้เพื่อการรักษาโรคพยาธิตาบอดเท่านั้น แต่เนื่องจากการระบาดของสายพันธุ์ Beta และ Delta ในแถบแอฟริกาใต้อย่างรุนแรง และในตอนนั้นการแจกจ่ายยาต้านไวรัสและวัคซีนเป็นไปอย่างล่าช้า ทำให้แพทย์พยายามศึกษายาทางเลือกที่มีในปัจจุบัน และค้นพบเบื้องต้นว่า Ivermectin ช่วยยับยั้งการแพร่เชื้อ COVID-19 ได้ในระดับเซลล์ จึงมีงานวิจัยเพิ่มเติมที่รวบรวมงานวิจัยจากหลายประเทศที่ใช้ Ivermectin เรียกว่า Meta-analysis  เพื่อให้ได้กลุ่มตัวอย่างเยอะขึ้น ซึ่งข้อสรุปงานวิจัยแม้ว่ายา Ivermectin สามารถลดการเสียชีวิตได้ 62% แต่ผู้วิจัยให้ความเห็นว่าหลักฐานยังไม่พอที่จะสรุปตามผลที่ศึกษาได้ เนื่องจากงานวิจัยต่างๆ เกือบร้อยละ 70 ที่รวบรวมมานั้นยังไม่ถูกตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ ทำให้ความน่าเชื่อถือไม่สูงมากนัก นอกจากนี้ ปริมาณโดสในแต่ละงานวิจัยหลากหลายมาก ดังนั้น จึงยังไม่สามารถกำหนดในแนวเวชปฏิบัติได้ ประกอบกับบริษัทผู้ผลิตรายใหญ่อย่าง Merck ก็ยังไม่แนะนำให้ใช้เพื่อรักษา COVID-19 เพราะข้อมูลการศึกษาต่างๆ ยังไม่สามารถยืนยันความปลอดภัยของผู้ป่วยได้

ยาอีกยี่ห้อหนึ่งที่เริ่มมีการพูดถึงในไทยกันว่าเป็นยาต้านไวรัสที่ใช้ในประเทศจีน คือ เหลียนฮัว ชิงเหวิน โดยขึ้นทะเบียนกับ อย. ไทยเมื่อปี 2563 ที่ผ่านมา แต่ที่จริงแล้วเป็นยาสมุนไพรที่ใช้บรรเทาอาการจากไข้หวัดใหญ่ โดยประเทศจีนนำมาใช้เพื่อบรรเทาอาการที่เกิดจาก COVID-19 เช่น ไอ มีไข้สูง หรือภาวะปอดอักเสบเบื้องต้น แต่ต้องใช้ร่วมกับวิธีการรักษาด้วยแพทย์แผนปัจจุบัน เพราะตัวยาสมุนไพรยังไม่มีคุณสมบัติต้านไวรัส นอกจากนี้ยังมีข้อควรระวังต่างๆ ในการใช้ เช่น ไม่ควรใช้ร่วมกับสมุนไพรอื่น หรือหากมีโรคประจำตัวควรใช้ภายใต้คำแนะนำจากแพทย์ที่เชี่ยวชาญด้านสมุนไพรจีน เป็นต้น

ยาทางเลือกที่กล่าวมาข้างต้นทั้งหมดต้องใช้ร่วมกับเวชปฏิบัติหลักก่อน หรือให้อยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์เท่านั้น เนื่องจากยังมีข้อควรระวังในการใช้หากผู้ป่วยมีโรคประจำตัว หรือ จำเป็นต้องใช้ร่วมกับยาตัวอื่นๆ และงานวิจัยที่ยังไม่เพียงพอที่จะยืนยันว่ารักษาหรือบรรเทาอาการได้จริง อย่างไรก็ตามในวันนี้บริษัทยาหลายแห่งยังคงเร่งงานวิจัยและขออนุมัติยาที่ตนเองผลิตได้กับหน่วยงานที่อนุมัติการใช้รักษา COVID-19 ซึ่งนอกเหนือจากจะช่วยลดการขาดแคลนยาต้านไวรัสทั่วโลก บริษัทเหล่านี้อาจเพิ่มโอกาสสร้างรายได้ในยามวิกฤตจากยาที่มีสายการผลิตอยู่แล้วอีกด้วย 

 

========================================

 

เผยแพร่ครั้งแรกที่คอลัมน์ Health is Wealth ใน กรุงเทพธุรกิจ

บทความล่าสุด

Biotech ทางรอดของมนุษยชาติ

โพสต์เมื่อ 24 สิงหาคม 2564

หากเราจะมาพูดคุยกันแค่เพียง “เรากำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ (Ageing Society)” ที่เป็นหนึ่งใน Megatrend คงจะไม่น่าสนใจเท่ากับ “อะไร” ที่ทำให้เกิดสังคมผู้สูงอายุขึ้นมาได้ และ “อะไร” ที่คนกลุ่มนี้จะต้องการ ซึ่งปัจจัยหลักที่ทุกคนพูดกันเสมอคือ มนุษย์มีอายุขัยยาวนานขึ้นหรืออัตราการตายน้อยลง จากนวัตกรรมทางการแพทย์ที่ก้าวหน้ากว่าในอดีต ทั้งในด้านการตรวจวินิจฉัย รักษา และป้องกันการเกิดโรค ซึ่ง “เทคโนโลยี” เป็นบทบาทสำคัญในการก้าวหน้านี้

อ่านต่อ >>

จับ 4 ธีมสร้างกำไรใน China Megatrends

โพสต์เมื่อ 25 สิงหาคม 2564

การปรับฐานของตลาดหุ้นจีนในช่วงครึ่งแรกของปี 2021 จากความกังวลต่อการดำเนินนโยบายการเงินแบบเข้มงวดจากธนาคารกลางจีน รวมถึงการที่ภาครัฐได้เข้ามากำกับดูแลบริษัทในกลุ่มเทคโนโลยีหลายบริษัทของจีน เพื่อลดการผูกขาดทางการค้า ได้ส่งผลให้ Valuation ดัชนีของตลาดหุ้นจีนยังคงซื้อ-ขายในระดับ Fwd PE เพียงแค่ประมาณ 15 เท่า ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำกว่า Valuation ของดัชนีตลาดหุ้นของสหรัฐฯ ที่มีค่า Fwd PE สูงถึงราว 22 เท่า สะท้อนให้เห็นว่า Valuation ของดัชนีตลาดหุ้นจีน ซึ่งเป็นเศรษฐกิจที่ใหญ่อันดับ 2 ของโลกยัง “มีส่วนลด” อย่างมาก เมื่อเทียบกับดัชนีตลาดหุ้นของเศรษฐกิจเบอร์ 1 ของโลกอย่างสหรัฐฯ

อ่านต่อ >>