Genomics กุญแจไขความลับสิ่งมีชีวิต พลิกโลกการลงทุน

file

Genomics ฟังดูเหมือนเป็นเรื่องซับซ้อนและไกลตัว แต่แท้จริงแล้ว Genomics เป็นเรื่องที่ใกล้ตัวมากที่สุด เพราะเป็นการศึกษาองค์ประกอบต่างๆ ภายในตัวเราที่ทำให้มนุษย์แต่ละคนมีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างกัน  และนำมาสู่การวินิจฉัยความผิดปกติของร่างกายและการรักษาที่มีประสิทธิภาพกว่าในอดีต Genomics จะเป็นกุญแจดอกสำคัญที่เข้ามาพลิกโฉมวงการแพทย์ให้พัฒนาได้อย่างก้าวกระโดด และในขณะเดียวกันกลุ่มธุรกิจที่มีความเกี่ยวข้องกับ Genomics จะได้รับความสนใจมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง และคาดว่าจะกลายเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมที่จะพลิกโลกการลงทุนในอนาคต 

Genomics คืออะไร

Genomics เป็นการศึกษาเกี่ยวกับยีนหรือพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิต และศึกษาถึงความสัมพันธ์ระหว่างยีนด้วยกันเอง และความสัมพันธ์ระหว่างยีนกับสิ่งแวดล้อม รูปลักษณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น รูปร่างหน้าตา สีผิว สีผม รวมถึงพฤติกรรมของแต่ละคนที่แตกต่างกันล้วนมาจากลักษณะของยีนและสิ่งแวดล้อมที่แตกต่างกัน และเมื่อเราเข้าใจในระบบพันธุกรรมทั้งหมดและความสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม จะทำให้สามารถระบุถึงความผิดปกติในพันธุกรรมของแต่ละคนและสามารถบ่งชี้ความเสี่ยงในการเกิดโรคของแต่ละคนได้ด้วย

 และด้วยเทคโนโลยีของ Genomics จะทำให้สามารถรักษาโรคได้อย่างตรงจุดและเหมาะสมทั้งในเรื่องของตัวยาและการจัดวางสิ่งแวดล้อมของแต่ละคน เป็นการรักษาโรคหรือความผิดปกติต่างๆ แบบ Personalized Medicine มากกว่าการให้ตัวยาชนิดเดียวกันในผู้ป่วยโรคเดียวกัน เนื่องจากในความเป็นจริง ผู้ป่วยโรคเดียวกัน อาจตอบสนองต่อยาต่างกันได้ เช่น ผู้ป่วยโรคมะเร็งบางคนสามารถหายได้จากการทำคีโม ในขณะที่บางคนร่างกายกลับทรุดลงหลังได้รับคีโมและสุดท้ายอาจเสียชีวิตด้วยคีโมในที่สุด

เทคโนโลยีที่ทำให้ Genomics มีความก้าวหน้ามากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้

1) DNA Sequencing หรือการถอดรหัสพันธุกรรม เป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้เราเข้าใจลักษณะเฉพาะของร่างกายแต่ละคนได้ การถอดรหัสพันธุกรรมที่ประสบความสำเร็จครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อปี 2003 หลังจากใช้เวลากว่า 12 ปี ด้วยค่าใช้จ่ายถึง 2.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แต่ในปัจจุบัน การถอดรหัสพันธุกรรมใช้งบไม่ถึง 1,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ และใช้เวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น ARK Invest ผู้บริหารกองทุนระดับโลกที่เชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมสมัยใหม่ ชี้ว่า ด้วยเทคโนโลยีใหม่ในการถอดรหัสพันธุกรรม (Next Generation Gene Sequencing: NGS) ซึ่งสามารถถอดรหัสพันธุกรรมได้เร็วขึ้นกว่าเดิมมาก จะทำให้ต้นทุนการถอดรหัสพันธุกรรมลดลงต่ำกว่า 100 ดอลลาร์สหรัฐฯ ภายใน 5 ปีข้างหน้าหรือเร็วกว่านั้น

 ค่าใช้จ่ายที่ถูกลงมากจะทำให้เราสามารถเข้าถึงการถอดรหัสพันธุกรรมได้ง่ายขึ้น และคาดว่าจะทำให้จำนวนการถอดรหัสพันธุกรรมเพิ่มขึ้นจากประมาณ 2.6 ล้านในปี 2019 เป็นกว่า 100 ล้านในปี 2024 การถอดรหัสพันธุกรรมสมัยใหม่ หรือ NGS จะทำให้สามารถระบุถึงความผิดปกติของร่างกายและความเสี่ยงในการเกิดโรค รวมไปถึงสามารถหาแนวทางรักษาที่ถูกต้องและเหมาะสมตามแต่ลักษณะเฉพาะของผู้ป่วยได้ เช่น ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจ และผู้ป่วยโรคมะเร็ง 

2) CRISPR Gene-Editing เทคโนโลยีในการตัดต่อพันธุกรรม เป็นการแก้ไขยีนที่ผิดปกติได้อย่างตรงจุด โดย CRISPR เป็นระบบภูมิคุ้มกันของแบคทีเรียที่จัดการกับสาย DNA แปลกปลอมที่อาจเข้ามาจากไวรัส โดยมี CAS9 ที่ทำหน้าที่เป็นเหมือนกรรไกรตัดส่วนที่เป็นสิ่งแปลกปลอมออกไป การค้นพบกลไกนี้ นำมาสู่เทคโนโลยีในการปรับ ตัด แต่งพันธุกรรม และในอนาคตอันใกล้ คาดว่าโรคทางพันธุกรรมจะสามารถรักษาให้หายขาดเป็นปกติได้ด้วย CRISPR/CAS9 และมีแนวโน้มว่าอาจจะประยุกต์ใช้ในการรักษาโรคมะเร็ง หรือโรคเรื้อรังอื่นๆ ได้ด้วยซึ่งเทคโนโลยี CRISPR/CAS9 ทำให้ค่าใช้จ่ายในการตัดแต่งยีนต่ำลงกว่าในอดีตมาก จากประมาณ 5,500 ดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2013 เป็น 30 ดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2018

3) Living Drugs เป็นยาหรือแนวทางการรักษาที่ใช้ประโยชน์จากภูมิคุ้มกันของร่างกาย Living Drugs เป็นที่รู้จักจากความสำเร็จในการรักษาโรคมะเร็ง เช่น การรักษาด้วยภูมิคุ้มกันบำบัด (CAR T Cells) ที่นับเป็นจุดเปลี่ยนในการรักษาโรคมะเร็ง นอกจาก CAR-T cells ยังมี Living Drugs ที่นำไปรักษาโรคอื่นๆ ได้ด้วย โดยปัจจุบันมีเพียง 6 Living Drugs เท่านั้นที่ได้รับการรับรองจาก FDA และยังมีอีกกว่าหลายร้อย Living Drugs ที่กำลังอยู่ในขั้นตอนการคิดค้นพัฒนา วิธีการรักษาด้วย Living Drugs นี้มีค่าใช้จ่ายในการรักษาสูงกว่าการรักษาแบบดั้งเดิมพอสมควรแต่ยังถือว่าคุ้มค่า เนื่องจากสามารถช่วยยืดอายุของผู้ป่วยได้หลายเท่าตัว 

โดยปัจจุบันการรักษาโดยใช้ CAR-T cells สำหรับมะเร็งระยะ 3-4 มีมูลค่าตลาดประมาณ 1.7  หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และถ้าหาก CAR-T cells ได้รับการรับรองให้ใช้กับมะเร็งทุกระยะได้ คาดว่าจะมีมูลค่าตลาดสูงถึง 2.50 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อปี และหากนับรวมถึง Living Drugs อื่นๆ ที่ได้รับการรับรองแล้ว และกำลังอยู่ในขั้นตอนเพื่อขอรับรองและนำออกมาใช้ คาดว่ามูลค่าตลาดของ Living Drugs จะเพิ่มขึ้นอีกมหาศาลในอนาคต

4) Bioinformatics เป็นการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีด้านระบบคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตร่วมกับชีววิทยา ทำให้การเก็บรวมรวมและวิเคราะห์ข้อมูลเป็นไปได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถจำลองกระบวนการทำงานทางชีววิทยาในคอมพิวเตอร์ได้แทนที่การดำเนินการจริงแบบในอดีต Bioinformatics เป็นอีกเทคโนโลยีที่จะทำให้การศึกษาวิจัยด้าน Genomics ก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น 

ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ Genomics มีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว และนี่จะเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น นับจากนี้ คาดว่าจะได้เห็น Genomics มีบทบาทมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่ยังรุนแรง ทำให้นวัตกรรมทางการแพทย์ได้รับความสนใจและสนับสนุนจากภาครัฐเป็นอย่างมาก และแน่นอนบริษัทหรือธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมนี้จะเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดย ARK คาดว่า การเข้าสู่ยุคของ Genomic จะสามารถสร้างมูลค่าทางการตลาดได้หลายล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในปี 2024 และเราอาจไม่แปลกใจ หากวันนั้น หุ้นในกลุ่ม Genomics จะก้าวเข้ามาอยู่ในอันดับต้นๆ ของดัชนีหลักอย่าง S&P 500 และเมื่อนั้น Genomics จะไม่ใช่เรื่องไกลตัว ที่ยากจะเข้าใจสำหรับผู้ลงทุนอีกต่อไป 

 

========================================

 

เผยแพร่ครั้งแรกที่  Financial Planning  กรุงเทพธุรกิจ

บทความล่าสุด

Biotech ทางรอดของมนุษยชาติ

โพสต์เมื่อ 24 สิงหาคม 2564

หากเราจะมาพูดคุยกันแค่เพียง “เรากำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ (Ageing Society)” ที่เป็นหนึ่งใน Megatrend คงจะไม่น่าสนใจเท่ากับ “อะไร” ที่ทำให้เกิดสังคมผู้สูงอายุขึ้นมาได้ และ “อะไร” ที่คนกลุ่มนี้จะต้องการ ซึ่งปัจจัยหลักที่ทุกคนพูดกันเสมอคือ มนุษย์มีอายุขัยยาวนานขึ้นหรืออัตราการตายน้อยลง จากนวัตกรรมทางการแพทย์ที่ก้าวหน้ากว่าในอดีต ทั้งในด้านการตรวจวินิจฉัย รักษา และป้องกันการเกิดโรค ซึ่ง “เทคโนโลยี” เป็นบทบาทสำคัญในการก้าวหน้านี้

อ่านต่อ >>

จับ 4 ธีมสร้างกำไรใน China Megatrends

โพสต์เมื่อ 25 สิงหาคม 2564

การปรับฐานของตลาดหุ้นจีนในช่วงครึ่งแรกของปี 2021 จากความกังวลต่อการดำเนินนโยบายการเงินแบบเข้มงวดจากธนาคารกลางจีน รวมถึงการที่ภาครัฐได้เข้ามากำกับดูแลบริษัทในกลุ่มเทคโนโลยีหลายบริษัทของจีน เพื่อลดการผูกขาดทางการค้า ได้ส่งผลให้ Valuation ดัชนีของตลาดหุ้นจีนยังคงซื้อ-ขายในระดับ Fwd PE เพียงแค่ประมาณ 15 เท่า ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำกว่า Valuation ของดัชนีตลาดหุ้นของสหรัฐฯ ที่มีค่า Fwd PE สูงถึงราว 22 เท่า สะท้อนให้เห็นว่า Valuation ของดัชนีตลาดหุ้นจีน ซึ่งเป็นเศรษฐกิจที่ใหญ่อันดับ 2 ของโลกยัง “มีส่วนลด” อย่างมาก เมื่อเทียบกับดัชนีตลาดหุ้นของเศรษฐกิจเบอร์ 1 ของโลกอย่างสหรัฐฯ

อ่านต่อ >>