Innovative Health จุดก้าวกระโดดแห่งวงการ Healthcare

file

ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพในสหรัฐอเมริกาคิดเป็นมูลค่ากว่า 3.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อปี (17.8% ต่อ GDP) กว่า 90% ของค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพถูกจ่ายไปกับการรักษาโรคเรื้อรังและการฟื้นฟูสภาพร่างกายและจิตใจ ทำให้นโยบายต่างๆ นั้น จะเน้นให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์ในต้นทุนที่ต่ำลง ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีในปัจจุบันเมื่อนำมาผนวกกับวงการการแพทย์ ทำให้การแพทย์แบบดั้งเดิมถูกปฏิวัติและก่อให้เกิดเป็นการแพทย์ในยุคใหม่ที่เรียกว่า “Innovative Healthcare” ซึ่งมีการดำเนินธุรกิจแตกต่างกับอุตสาหกรรมการแพทย์แบบดั้งเดิม ไม่ว่าจะเป็นกระบวนการรักษา การวินิจฉัย เครื่องมือและอุปกรณ์  ไปจนถึงแนวคิดการยึดคนไข้เป็นศูนย์กลาง และคำนึงถึงการป้องกันล่วงหน้า ไม่ใช่เพียงแค่การรักษาตามอาการ จะเห็นได้ว่า Innovative Healthcare นั้นเข้ามาแก้ไขข้อจำกัดแบบเดิม คือ เข้าถึงยาก ราคาแพง และที่สำคัญคืออาการบาดเจ็บจากการรักษา 

ตัวอย่าง Innovative Healthcare

การเข้าถึงบริการทางการแพทย์เป็นประโยชน์ซึ่งเห็นได้ชัดที่สุด คือ บริการประเภทการแพทย์แบบ Telehealth ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต ข้อมูลจาก Credit Suisse บ่งชี้ว่าการพบแพทย์ในสหรัฐฯ จะใช้เวลาประมาณ 120 นาทีต่อครั้ง ซึ่งเสียเวลา 37 นาที ไปกับการเดินทาง และอีก 64 นาที ไปกับการรอคิว ถึงจะได้เข้าพบแพทย์ หากเทียบกับการใช้บริการ Telehealth นั้นจะใช้เวลาทั้งสิ้นเพียง 30 นาที ทำให้ Telehealth มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง 

บริษัทผู้นำตลาดด้าน Telehealth อย่าง Teladoc มีผู้ใช้เติบโตสูงถึงปีละ 25%  ขณะที่ในประเทศจีนซึ่งมีขนาดของอุตสาหกรรมการแพทย์ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลกนั้นมีการให้บริการ Telehealth ที่ชื่อว่า “Ping An Good Doctor” ไปจนถึงธุรกิจร้านขายยาออนไลน์ (E-pharmacy) ของ Ali Health  

 นอกจากนี้ การประยุกต์ใช้ AI และ Big Data ในอุตสาหกรรมการแพทย์จะช่วยจัดการระบบโรงพยาบาลให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดการจัดเก็บข้อมูลในรูปแบบกระดาษ ช่วยจัดการสินค้าคงคลัง และก่อให้เกิดรูปแบบการดำเนินธุรกิจที่เรียกว่า “Care Continuum” คือ บริการดูแลคนไข้อย่างต่อเนื่องแม้จะพักรักษาตัวอยู่ที่บ้าน สามารถเก็บข้อมูลสุขภาพของคนไข้ผ่านระบบ Cloud ทำให้แพทย์สามารถเข้าถึงข้อมูลของคนไข้ได้อย่างรวดเร็วและลดปัญหาเรื่องการสูญหายของเอกสาร เมื่อการพัฒนาระบบการจัดเก็บข้อมูลได้แบบ Real-time  

ทำให้ความต้องการของ สินค้าประเภท Wearable Device เช่น นาฬิกาที่สามารถวัดความดันและอัตราการเต้นของหัวใจไปจนถึงเครื่องวัดเบาหวานได้รับความนิยมสูงขึ้น บริษัท Dexcom ผู้นำตลาดเครื่องวัดเบาหวานแบบ CGM โดยมีจุดเด่นคือการวัดข้อมูลได้แบบต่อเนื่องและไม่ต้องเจาะเลือด ซึ่งมียอดขายเติบโตสูงถึง 143% ในปี 2019   

นวัตกรรมการแพทย์ช่วยให้เจอมะเร็งในระยะเริ่มต้น

ความก้าวหน้าของเทคโนโลยี AI และ Censor ทำให้เทคโนโลยีการตรวจ DNA (DNA Sequencing) มีต้นทุนที่ต่ำลง เมื่อต้นทุนต่ำลงก็สามารถเข้าถึงได้ในวงกว้าง  ความก้าวหน้าของ DNA Sequencing ก่อให้เกิดรูปแบบการตรวจหามะเร็ง           ที่เรียกว่า  “Liquid Biopsy” เป็นกระบวนการตรวจหามะเร็งจากเลือดแทนการตรวจแบบตัดชิ้นเนื้อ (Biopsy) ทำให้สามารถตรวจพบมะเร็งได้ง่ายขึ้น ค่าใช้จ่ายและอาการบาดเจ็บของคนไข้ลดลง พร้อมเพิ่มโอกาสที่จะตรวจพบมะเร็งในระยะเริ่มต้น 

 โดย Guardant Health เป็นบริษัทที่เชี่ยวชาญด้าน Liquid Biopsy ที่สามารถตรวจหาโรคมะเร็งจากเลือดเพียงหลอดเดียวและทราบผลภายใน 7 วัน โดยมีต้นทุนในการตรวจหาเพียง 1 ใน 3 ของวิธี Biopsy รายได้ในปี 2019 ของ Guardant Health เติบโตกว่า 136%  ด้วยความก้าวหน้าของ Biotechnology การตัดต่อพันธุกรรม (Gene Editing) โดยกระบวนการ Ex vivo ซึ่งเป็นการนำเทคโนโลยีการตัดต่อยีนของ CRISPR/Cas9 นำไปใช้เพิ่มเซลล์เม็ดเลือดขาว (T-cells) จากนั้นนำกลับไปปลูกถ่ายให้กับผู้ป่วย เพื่อให้ T-cells ที่ถูกเพิ่มเข้ามา กลับไปต่อสู้กับเซลล์มะเร็ง และได้ถูกพัฒนาไปเป็นวิธีการ  In vivo โดยใช้ Lipid Nanoparticles เป็นพาหนะนำพา CRISPR/Cas9 เข้าไปเซลล์ในตัวผู้ป่วยโดยไม่ต้องนำเลือดออกมาจากร่างกาย ซึ่งช่วย ประหยัดเวลาและลดต้นทุน  

จะเห็นได้ว่า อุตสาหกรรมการแพทย์กำลังเปลี่ยนโฉมการดำเนินธุรกิจไปจากในอดีต โดยธุรกิจโรงพยาบาลกำลังถูกธุรกิจ Telehealth  แย่งส่วนแบ่งตลาดและรายได้ ซึ่งอาจจะมาจากค่าสมัครสมาชิกที่แทนที่ค่าบริการแบบเดิม ธุรกิจร้านขายยาที่กำลังถูกธุรกิจ  E-pharmacy แย่งส่วนแบ่งตลาด ธุรกิจเครื่องมือแพทย์ที่กำลังถูกธุรกิจประเภท Wearable Device แย่งส่วนแบ่งตลาด การตรวจหามะเร็งด้วยวิธีการตัดชิ้นเนื้อ (Biopsy) อาจถูกแทนที่ด้วยการตรวจเลือด (Liquid Biopsy) จะเห็นว่า วงการการแพทย์แบบดั้งเดิม (Conventional Healthcare) กำลังถูกปฏิวัติโดย Innovative  Healthcare ซึ่งไม่ต่างจากอุตสาหกรรมยานยนต์ที่รถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายในกำลังถูกปฏิวัติด้วยรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 

ราคาหุ้นก็มีโอกาสสร้างผลตอบแทนสูง

นอกจากรูปแบบการดำเนินธุรกิจของอุตสาหกรรมการแพทย์ที่กำลังเปลี่ยนแปลงไป ราคาหุ้นของบริษัทที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับ Innovative Healthcare ล้วนแล้วแต่ให้ผลตอบแทนที่สูงกว่ากลุ่มอุตสาหกรรมการแพทย์แบบ Conventional Healthcare อย่างมีนัยสำคัญ ดังจะเห็นได้จากผลการดำเนินงานในปี 2020 ของกองทุนรวม ARK Genomic Revolution ให้ผลตอบแทน สูงถึง +185%, Credit Suisse – Global Digital Health +96%, Polar Capital -Biotechnology Fund +43 % เปรียบเทียบกับกองทุนที่ลงทุนในบริษัท Conventional Healthcare เป็นหลักอย่าง Wellington-Global Healthcare ที่ให้ ผลตอบแทน +26%, Janus Global Life Sciences Fund +25% และ JP Morgan-Global Healthcare Fund +23% 

แผนภาพที่ 1: Performance 2020: Innovative Healthcare Vs Conventional Healthcare  

file

ที่มา: Bloomberg, ธนาคารทิสโก้

 

มนุษย์ทุกคนล้วนแล้วแต่เกี่ยวข้องกับวงการการแพทย์ ไม่ว่าจะ ณ จุดใดจุดหนึ่งในชีวิต และอะไรก็ตามที่เป็นสิ่งจำเป็น นั่นเท่ากับว่า เป็นโอกาสที่ยิ่งใหญ่สำหรับนักลงทุน อายุขัยเฉลี่ยของประชากรโลกจะยืนยาวขึ้นเท่ากับว่ามีโอกาสจะต้องใช้ชีวิตอยู่กับโรคเรื้อรังในระยะเวลาที่ยาวนานขึ้น แต่ค่าใช้จ่ายในการดูแลสุขภาพจะมีต้นทุนที่ต่ำลง และแม่นยำยิ่งขึ้นทำให้ Innovative Healthcare มาถึงจุดที่กำลังเปลี่ยนแปลงวงการ Healthcare แบบก้าวกระโดด ซึ่งปัจจุบันนี้ยังเป็นเพียงแค่ระยะเริ่มต้นเสมือนยอดของภูเขาน้ำแข็ง หากพิจารณาถึงความเป็นไปได้ของนวัตกรรมที่บริษัทเหล่านี้กำลังวิจัยและพัฒนา นั่นจึงทำให้การลงทุนใน Innovative Healthcare มีความน่าสนใจมากกว่าการลงทุนใน Conventional Healthcare แบบเดิมๆ ที่กำลังถูกปฏิวัติวงการ 

 

========================================

 

เผยแพร่ครั้งแรกที่ Money Talk  Business Today 

บทความล่าสุด

Biotech ทางรอดของมนุษยชาติ

โพสต์เมื่อ 24 สิงหาคม 2564

หากเราจะมาพูดคุยกันแค่เพียง “เรากำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ (Ageing Society)” ที่เป็นหนึ่งใน Megatrend คงจะไม่น่าสนใจเท่ากับ “อะไร” ที่ทำให้เกิดสังคมผู้สูงอายุขึ้นมาได้ และ “อะไร” ที่คนกลุ่มนี้จะต้องการ ซึ่งปัจจัยหลักที่ทุกคนพูดกันเสมอคือ มนุษย์มีอายุขัยยาวนานขึ้นหรืออัตราการตายน้อยลง จากนวัตกรรมทางการแพทย์ที่ก้าวหน้ากว่าในอดีต ทั้งในด้านการตรวจวินิจฉัย รักษา และป้องกันการเกิดโรค ซึ่ง “เทคโนโลยี” เป็นบทบาทสำคัญในการก้าวหน้านี้

อ่านต่อ >>

จับ 4 ธีมสร้างกำไรใน China Megatrends

โพสต์เมื่อ 25 สิงหาคม 2564

การปรับฐานของตลาดหุ้นจีนในช่วงครึ่งแรกของปี 2021 จากความกังวลต่อการดำเนินนโยบายการเงินแบบเข้มงวดจากธนาคารกลางจีน รวมถึงการที่ภาครัฐได้เข้ามากำกับดูแลบริษัทในกลุ่มเทคโนโลยีหลายบริษัทของจีน เพื่อลดการผูกขาดทางการค้า ได้ส่งผลให้ Valuation ดัชนีของตลาดหุ้นจีนยังคงซื้อ-ขายในระดับ Fwd PE เพียงแค่ประมาณ 15 เท่า ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำกว่า Valuation ของดัชนีตลาดหุ้นของสหรัฐฯ ที่มีค่า Fwd PE สูงถึงราว 22 เท่า สะท้อนให้เห็นว่า Valuation ของดัชนีตลาดหุ้นจีน ซึ่งเป็นเศรษฐกิจที่ใหญ่อันดับ 2 ของโลกยัง “มีส่วนลด” อย่างมาก เมื่อเทียบกับดัชนีตลาดหุ้นของเศรษฐกิจเบอร์ 1 ของโลกอย่างสหรัฐฯ

อ่านต่อ >>