เบาหวาน รักษาไม่หาย แต่ควบคุมได้ทั้งอาการและค่าใช้จ่าย

file

โรคเบาหวานเป็นหนึ่งในโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่รุนแรงที่สุดในโลกและมีอัตราผู้ป่วยเพิ่มขึ้นทุกปีจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตโดยเฉพาะพฤติกรรมการกิน และที่สำคัญคือ ผู้ป่วยเบาหวานทุก 1 ใน 11 คน ไม่รู้ตัวว่ากำลังเผชิญกับโรคนี้อยู่

โรคเบาหวาน (Diabetes Mellitus) เกิดจากความผิดปกติของตับอ่อนในการสร้างฮอร์โมนอินซูลิน (Insulin Hormone) ซึ่งอินซูลินทำหน้าที่นำน้ำตาลกลูโคสจากเลือดเข้าไปสู่เซลล์ต่างๆ ในร่างกาย เช่น สมอง ตับ ไต และหัวใจ เพื่อให้เซลล์เหล่านั้นนำกลูโคสไปใช้เป็นพลังงานในการทำงาน หากกระบวนการสร้างฮอร์โมนอินซูลินทำงานผิดปกติจะทำให้ร่างกายไม่สามารถนำน้ำตาลไปใช้เป็นพลังงานได้ ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงเกินกว่าเกณฑ์ที่กำหนด และกลายเป็นโรคเบาหวาน

เบาหวานรักษาไม่หาย มีโอกาสเกิดโรคแทรกซ้อน

โรคเบาหวานมักพบในกลุ่มผู้สูงอายุ โดยเฉพาะกลุ่มอายุ 60 - 79 ปี อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากสมาคมโรคเบาหวานพบว่า ในช่วงหลายปีมานี้ กลุ่มวัยรุ่นและวัยทำงานมีอัตราการป่วยด้วยโรคเบาหวานมากขึ้น และมีการคาดการณ์จากสหพันธ์เบาหวานนานาชาติว่าในอนาคต ร้อยละ 70 ของคนไทยวัยผู้ใหญ่จำนวน 7.5 ล้านคนที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวานในปัจจุบัน (ระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ แต่ยังต่ำกว่าระดับของภาวะเบาหวาน) และมีแนวโน้มที่จะเป็นโรคเบาหวานในอนาคต โดยคาดว่าปี พ.ศ.2583 ประเทศไทยจะมีผู้ป่วยเบาหวานสูงถึง 5.3 ล้านคน ความน่ากลัวของโรคเบาหวาน คือ ไม่มีทางรักษาให้หายขาดได้ และมีโอกาสเกิดโรคแทรกซ้อนได้สูงมาก

โรคเบาหวานเป็นโรคที่มีการดำเนินโรคไปอย่างช้าๆ และต่อเนื่อง การรักษาโรคเบาหวานมุ่งเน้นไปที่การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ประกอบกับการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต และการใช้ยาลดระดับน้ำตาล และอาจมีการใช้อินซูลินเมื่อใช้ยารับประทานไม่ได้ผล

วิวัฒนาการทางการแพทย์ในปัจจุบัน ทำให้ผู้ป่วยโรคเบาหวานมีอัตราการดำรงชีพที่ยาวนานขึ้นกว่าในอดีต แต่หากเป็นตั้งแต่อายุยังน้อยก็นับว่าเป็นภาระที่สูงมากทั้งในด้านการดูแลสุขภาพและค่าใช้จ่าย เช่น หากพบว่าเป็นโรคเบาหวานตั้งแต่อายุ 35 ปี และมีชีวิตจนถึงอายุ 80 ปี นั่นหมายความว่า ผู้ป่วยจะต้องใช้ชีวิตอยู่กับโรคนี้ถึง 45 ปี ซึ่งนั่นหมายถึงค่าใช้จ่ายที่ตามมาในการดูแลควบคุมโรคเบาหวาน และการรักษาโรคแทรกซ้อนที่อาจเกิดตามมา

เบาหวานค่ารักษาไม่สูง แต่รักษาโรคแทรกซ้อนอาจแพง

ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลโรคเบาหวานนั้น อาจไม่สูงมากนัก แต่ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลโรคแทรกซ้อนอื่นๆ ต่างหากที่สูงมาก โดยร้อยละ 49 ของค่าใช้จ่ายตรงในการรักษาโรคเบาหวานเกิดจากค่ารักษาในโรงพยาบาล หรือจากการรักษาภาวะแทรกซ้อน ในขณะที่ค่าใช้จ่ายจากยาเพื่อรักษาโรคเบาหวานคิดเป็นร้อยละ 14 เท่านั้น  ผู้ป่วยโรคเบาหวานที่ควบคุมดูแลร่างกายไม่ดีเพียงพอมีความเสี่ยงต่อโรคแทรกซ้อนสูงมาก ตั้งแต่ภาวะแทรกซ้อนทางตา ภาวะแทรกซ้อนทางหัวใจและหลอดเลือด ภาวะแทรกซ้อนทางไต และความเสี่ยงต่อภาวะทุพพลภาพจากแผลเบาหวานที่เท้า ซึ่งอาจทำให้ถูกตัดขาหรือเท้า

โรคแทรกซ้อนหนึ่งที่น่ากลัวสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานคือ โรคไตเรื้อรัง ซึ่งค่าใช้จ่ายสำหรับการรักษาพยาบาลโรคไตสูงมาก เช่น การล้างไต มีค่าใช้จ่ายขั้นต่ำเฉลี่ยครั้งละประมาณ 2,000 บาท และผู้ป่วยต้องรับการฟอกไตสัปดาห์ละ 2-3 ครั้งต่อเนื่องไปตลอดชีวิต และยิ่งผู้ป่วยเบาหวานมีภาวะโรคแทรกซ้อนมากขึ้นเท่าใด ภาระค่าใช้จ่ายยิ่งตามมาเป็นหลายเท่าตัว โดยผู้ป่วยโรคเบาหวานที่มีภาวะแทรกซ้อน 3 โรคขึ้นไป มีค่าใช้จ่ายสูงกว่าผู้ที่ไม่มีภาวะแทรกซ้อนถึง 18.5 เท่า

การดูแลควบคุมสุขภาพของผู้ป่วยโรคเบาหวานต้องอาศัยคำแนะนำทางการแพทย์และวินัยของผู้ป่วยเอง แต่การควบคุมภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลจำเป็นต้องใช้ระบบประกันสุขภาพเข้าช่วย ซึ่งบริษัทประกันจะไม่รับประกันหากพบว่าผู้ต้องการทำประกันมีภาวะป่วยอยู่แล้ว และคนส่วนใหญ่มักเห็นความสำคัญของประกันสุขภาพในวันที่ต้องเผชิญกับค่าใช้จ่ายที่ต้องใช้ไปกับการรักษาพยาบาลแล้ว บางคนอาจถึงขั้นหมดตัวเลยทีเดียว ดังนั้น ในวันที่สุขภาพยังสมบูรณ์แข็งแรงต่างหากที่ควรจะเริ่มทำประกันสุขภาพ

ประกันชีวิตการันตีต่ออายุอุ่นใจได้แม้เจอโรคร้าย

ประกันสุขภาพที่ดีไม่เพียงแต่จะต้องคุ้มครองทั่วถึง แต่จะต้องรับรองหรือการันตีการต่ออายุความคุ้มครองด้วย เพื่อที่เมื่อวันที่สุขภาพของเราไม่แข็งแรงดังเดิม หรือเมื่อวันที่โรคต่างๆ มาเยือน เราจะยังได้รับการดูแลอยู่ ซึ่งการรับรองการต่ออายุไม่ได้หมายถึงการทำประกันสุขภาพพ่วงประกันชีวิตแล้วจะได้รับการต่ออายุเสมอไป เพราะบริษัทประกันชีวิตสามารถปฏิเสธการต่ออายุประกันสุขภาพที่ทำพ่วงกับประกันชีวิตไว้ได้เหมือนกับการทำประกันสุขภาพทั่วไป หากบริษัทประกันพิจารณาแล้วเห็นว่าการรับคุ้มครองประกันสุขภาพต่อไปจะไม่คุ้มต่อค่าเบี้ยประกันที่ได้รับ ดังจะเห็นได้จากกรณีร้องเรียนบริษัทประกันชีวิตที่ออกมาเป็นระยะ ยิ่งไปกว่านั้นการทำประกันสุขภาพพ่วงประกันชีวิตมักมีค่าเบี้ยที่สูงกว่าการทำประกันสุขภาพอย่างเดียว

การทำประกันสุขภาพกับบริษัทที่รับรองการต่ออายุความคุ้มครองต่างหากที่จะตอบโจทย์ความต้องการได้ตรงจุดและยังอุ่นใจได้ว่า เมื่อถึงวันที่อายุเริ่มมากขึ้น หรือวันที่ต้องเผชิญกับโรคร้าย เช่น โรคเบาหวาน หรือภาวะแทรกซ้อนต่างๆ เราจะยังสามารถจ่ายค่ารักษาพยาบาลเพื่อประคองร่างกายและต่อชีวิตให้อยู่ได้โดยไม่ต้องกังวลกับค่าใช้จ่ายที่สูงลิ่ว

แผนภาพที่ 1: ค่ากลางของค่าใช้จ่ายสำหรับโรคเบาหวานต่อผู้ป่วยหนึ่งรายในแต่ละปี

file

ที่มา: Novo Nordisk

==================================================

เผยแพร่ครั้งแรกในบทความ Health is Wealth กรุงเทพธุรกิจ

บทความล่าสุด

Biotech ทางรอดของมนุษยชาติ

โพสต์เมื่อ 24 สิงหาคม 2564

หากเราจะมาพูดคุยกันแค่เพียง “เรากำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ (Ageing Society)” ที่เป็นหนึ่งใน Megatrend คงจะไม่น่าสนใจเท่ากับ “อะไร” ที่ทำให้เกิดสังคมผู้สูงอายุขึ้นมาได้ และ “อะไร” ที่คนกลุ่มนี้จะต้องการ ซึ่งปัจจัยหลักที่ทุกคนพูดกันเสมอคือ มนุษย์มีอายุขัยยาวนานขึ้นหรืออัตราการตายน้อยลง จากนวัตกรรมทางการแพทย์ที่ก้าวหน้ากว่าในอดีต ทั้งในด้านการตรวจวินิจฉัย รักษา และป้องกันการเกิดโรค ซึ่ง “เทคโนโลยี” เป็นบทบาทสำคัญในการก้าวหน้านี้

อ่านต่อ >>

จับ 4 ธีมสร้างกำไรใน China Megatrends

โพสต์เมื่อ 25 สิงหาคม 2564

การปรับฐานของตลาดหุ้นจีนในช่วงครึ่งแรกของปี 2021 จากความกังวลต่อการดำเนินนโยบายการเงินแบบเข้มงวดจากธนาคารกลางจีน รวมถึงการที่ภาครัฐได้เข้ามากำกับดูแลบริษัทในกลุ่มเทคโนโลยีหลายบริษัทของจีน เพื่อลดการผูกขาดทางการค้า ได้ส่งผลให้ Valuation ดัชนีของตลาดหุ้นจีนยังคงซื้อ-ขายในระดับ Fwd PE เพียงแค่ประมาณ 15 เท่า ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำกว่า Valuation ของดัชนีตลาดหุ้นของสหรัฐฯ ที่มีค่า Fwd PE สูงถึงราว 22 เท่า สะท้อนให้เห็นว่า Valuation ของดัชนีตลาดหุ้นจีน ซึ่งเป็นเศรษฐกิจที่ใหญ่อันดับ 2 ของโลกยัง “มีส่วนลด” อย่างมาก เมื่อเทียบกับดัชนีตลาดหุ้นของเศรษฐกิจเบอร์ 1 ของโลกอย่างสหรัฐฯ

อ่านต่อ >>