Biotech ทางรอดของมนุษยชาติ

file

หากเราจะมาพูดคุยกันแค่เพียง “เรากำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ (Ageing Society)” ที่เป็นหนึ่งใน Megatrend คงจะไม่น่าสนใจเท่ากับ “อะไร” ที่ทำให้เกิดสังคมผู้สูงอายุขึ้นมาได้ และ “อะไร” ที่คนกลุ่มนี้จะต้องการ ซึ่งปัจจัยหลักที่ทุกคนพูดกันเสมอคือ มนุษย์มีอายุขัยยาวนานขึ้นหรืออัตราการตายน้อยลง จากนวัตกรรมทางการแพทย์ที่ก้าวหน้ากว่าในอดีต ทั้งในด้านการตรวจวินิจฉัย รักษา และป้องกันการเกิดโรค ซึ่ง “เทคโนโลยี” เป็นบทบาทสำคัญในการก้าวหน้านี้ 

เมื่อวิทยาศาสตร์ผนวกกับเทคโนโลยี

อนาคตจากนี้ไป เทคโนโลยี (Technology) จะสามารถเข้ามาผสมผสานกับวิทยาศาสตร์ทางธรรมชาติ ซึ่งเป็นองค์ความรู้เกี่ยวข้องกับกลไกของสิ่งมีชีวิต หรือเรียกว่าชีววิทยา (Biology) เพื่อให้มวลมนุษย์ชาติได้รับประโยชน์จากทางการแพทย์มากขึ้น และลดผลข้างเคียงจากการใช้สารเคมี หรือเรียกกันว่า Biotechnology อาทิ การผลิตยารักษาโรคมะเร็งที่ใช้นวัตกรรมเพื่อให้สามารถรักษาในระดับเซลล์ เช่น ภูมิคุ้มกันบำบัด หรือ การชะลอการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็ง แทนที่จะใช้วิธีการรักษามะเร็งแบบดั้งเดิม คือ การผ่าตัด หรือ ฉายรังสีแบบทั่วไปที่ใช้เพื่อการรักษามะเร็ง เหมือนในอดีต ซึ่งช่วยให้คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยจะดีขึ้นในช่วงเวลาที่รักษาตัว ทั้งยังเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาได้ดี

 และในขณะเดียวกันยังเพิ่มโอกาสมีอายุยืนยาวมากขึ้น ซึ่งป็นตัวสนับสนุนให้เราเข้าสู่ยุค Ageing Society เช่นกัน ทำให้วงจรสังคมผู้สูงอายุกับ Biotech สนับสนุนซึ่งกันและกันไม่จบสิ้น นั่นหมายถึงอุตสาหกรรม Biotech อาจเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่เติบโตได้ต่อเนื่องในอีกหลายสิบปี ตราบเท่าที่ความต้องการมีชีวิตรอดและคุณภาพชีวิตที่ดีจากโรคร้ายสุดคลาสสิก เช่น โรคมะเร็ง หรือโรคร้ายอุบัติใหม่อย่าง COVID-19 ซึ่งจำเป็นต้องพึ่งนวัตกรรมการรักษาใหม่ๆ เพื่อรักษามนุษย์ให้อยู่รอดต่อไป

ธุรกิจไบโอเทคเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนเด่น

สำหรับตัวอย่างบริษัทที่เป็นผู้นำในกลุ่ม Biotech เช่น บริษัท Amgen ที่มีมูลค่ากิจการถึง 1.26 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งสูงที่สุดในกลุ่ม Biotech ทั่วโลก โดยเหตุการณ์ตัวอย่างที่บริษัทประสบความสำเร็จ คือการผลิตยาเพื่อรักษาโรคที่ซับซ้อนในแต่ละสมัย เช่น ปี 1998 องค์การอาหารและยาของสหรัฐฯ (FDA) อนุมัติให้ใช้ยา Enbrel เพื่อรักษาผู้ป่วยโรคเรื้อรัง หรือแพ้ภูมิตัวเอง หรือในปี 2014 สามารถผลิตยา Blincyto เพื่อรักษาโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว โดยยังไม่นับรวมถึงตัวยาอื่นๆ ที่บริษัท Amgen สามารถผลิตและได้รับการอนุมัติจาก FDA เพิ่มเติมด้วย ซึ่งปัจจุบันจำนวนผู้ป่วยโรคมะเร็งทั่วโลกถึง 1 ใน 5 ใช้ยาของ Amgen  

และหากเราวัดความสำเร็จของบริษัทด้วยผลตอบแทนของราคาหุ้น Amgen ตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทตลอด 35 ปี จะได้ 1,774 เท่า หรือ 23% ต่อปี ซึ่งเป็นผลตอบแทนที่น่าสนใจเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นทั่วโลกที่เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 11% ต่อปีเท่านั้น และในอนาคตบริษัท Amgen ยังมีโอกาสเติบโตได้ต่อเนื่องจากการผลิตยาตัวใหม่ๆ ที่อยู่ในการทดลอง Phase 3 อยู่อีกราว 20 ตัวยา ซึ่งเหลือเวลาอีกไม่นานที่จะขอยื่นให้ FDA อนุมัติอย่างเป็นทางการหลังจากผ่านการทดลอง ซึ่งสามารถสร้างผลตอบแทนได้เช่นเดียวกับที่เคยทำได้เหมือนตัวยาอื่นๆ ที่ได้รับการอนุมัติจาก FDA ไปก่อนหน้านี้แล้ว 

และปัจจุบันหากมองด้านการลงทุนในธุรกิจ Biotech ที่เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มธุรกิจ Healthcare นับว่ามีความน่าสนใจอย่างมาก ในด้านการเติบโตของธุรกิจ Biotech ทั่วโลกตลอด 10 ปีที่ผ่านมาจนถึงปี 2020 ราคาหุ้นเพิ่มขึ้น 15% ต่อปี (อ้างอิงจาก MSCI World Biotechnology Index) หรือผลตอบแทนรวมประมาณ 300% ขณะที่ P/E Ratio ณ ปัจจุบันที่ 21.5 เท่า ซึ่งมี P/E ต่ำกว่ากลุ่ม Technology หรือแม้กระทั่งกลุ่ม Healthcare ที่เป็นกลุ่มธุรกิจที่เป็น Megatrend เช่นกันที่ 43.7% และ 20.4% ตามลำดับ (ณ วันที่ 11 ส.ค.)  

 เพราะฉะนั้น ในภาวะที่โรคใหม่ๆ เริ่มอุบัติขึ้นมา เช่น COVID-19 หรือในอนาคตมีโรคซับซ้อนหรือโรคร้ายแรงอื่นได้ ธุรกิจ Biotechnology ยิ่งมีความน่าสนใจ ทั้งในด้านโอกาสสร้างผลตอบแทนหากบริษัทกลุ่มนี้สามารถผลิตยารักษาโรคใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อนได้ หรือการประคับประคองการรักษาด้วยยารักษาใหม่ๆ เพื่อลดผลข้างเคียงจากการรักษาและตอบโจทย์สังคมผู้สูงอายุที่อายุขัยเฉลี่ยเพิ่มขึ้นแต่ต้องตามมาด้วยอาการเจ็บป่วยที่มากขึ้นเช่นกัน 

 ประกอบกับราคาหุ้นที่ถูกกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับ Megatrend อื่นๆ เช่น Technology ซึ่งนอกเหนือที่จะทำให้เราจะมีโอกาสสร้างผลตอบแทนมากขึ้น เพราะราคาหุ้นที่ถูกกว่าตลาดแล้วนั้น การลงทุนในกลุ่ม Biotech ยังสามารถก้าวข้ามสภาวะการลงทุนในผันผวนระยะสั้นในปีนี้และสร้างผลตอบแทนระยะยาวที่ยอดเยี่ยมได้อีกด้วย 

แผนภาพที่ 1: P/E Ratio ของกลุ่ม Biotech ยังต่ำกว่าอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับ Megatrend

file

ที่มา: Bloomberg, TISCO Asset

 

=======================================================

 

บทความโดย ศิวกร ทองหล่อ CFP® Wealth Manager

เผยแพร่ครั้งแรกที่ Invest In-Trend  Wealthy Thai

บทความล่าสุด