โลกของ Healthcare ในปี 2026 กำลังก้าวข้ามผ่านจุดเปลี่ยนที่สำคัญที่สุดในรอบทศวรรษ ที่ว่ากลุ่มสุขภาพเป็นเพียง “หุ้นตั้งรับ” (Defensive Sector) ที่เติบโตอย่างมั่นคงตามวัฏจักรเศรษฐกิจกำลังถูกลบเลือนไป และถูกแทนที่ด้วยภาพของการแข่งขันของเทคโนโลยี สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นไม่ใช่เพียงการขยับตัวตามกลไกตลาด แต่คือการปรับตัวเพื่อความอยู่รอดภายใต้แรงกดดันเชิงโครงสร้าง ทั้งการก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ และที่สำคัญที่สุดคือ “ภาวะหน้าผาสิทธิบัตร” (Patent Cliff) ที่กำลังทำให้ยามูลค่ามหาศาลกลายเป็นเพียงอดีต
1. แรงกดดันจาก Patent Cliff: จุดเปลี่ยนสำคัญของบริษัทยายักษ์ใหญ่
สิ่งสำคัญที่ทำให้ปี 2026 กลายเป็นปีแห่งการควบรวมกิจการ (M&A) คือการที่บริษัทยายักษ์ใหญ่ (Big Pharma) กำลังเผชิญแรงกดดันด้านรายได้จากการหมดอายุสิทธิบัตรของยาหลักที่เป็นแหล่งรายได้สำคัญ ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดคือ Merck & Co. ซึ่งกำลังนับถอยหลังสู่ปี 2028 เมื่อสิทธิบัตรของยา Keytruda ยารักษามะเร็งที่สร้างรายได้เกือบครึ่งหนึ่งของบริษัทกำลังจะสิ้นสุดลง
เมื่อสิทธิบัตรหมดลง ยาสามัญ (Generic) และยาชีวภาพเลียนแบบ (Biosimilar) ที่มีราคาถูกกว่าจะเริ่มเดินหน้าเข้าสู่ตลาดทันที ทำให้รายได้ของเจ้าของเดิมอาจปรับลดลง การปรับโครงสร้างของ Merck โดยการแยกหน่วยธุรกิจ Oncology ออกมาอย่างชัดเจน จึงไม่ใช่แค่เรื่องการบริหารจัดการ แต่เป็นการเตรียมเพื่อสร้างความคล่องตัวในการหา Pipeline
ใหม่มาเติมเต็มช่องว่างที่กำลังจะเกิดขึ้น เพราะในโลกของการพัฒนายา การเริ่มต้นจากศูนย์ต้องใช้เวลา 8-12 ปี ซึ่งเป็นเวลาที่ยักษ์ใหญ่เหล่านี้ไม่มีเหลือพอ การซื้อเวลา ผ่าน M&A จึงกลายเป็นยุทธศาสตร์ที่สมเหตุสมผลที่สุด
2. สมรภูมิ Biotechnology: การกว้านซื้อ แพลตฟอร์ม แห่งอนาคต
ในขณะที่ Big Pharma มีเงินทุนหนาแต่ขาดนวัตกรรมใหม่ ฝั่งบริษัทเทคโนโลยีชีวภาพ (Biotechnology) ขนาดเล็กกลับกลายเป็นแหล่งนวัตกรรม ในปี 2026 กลุ่ม Biotech ถูกคาดการณ์ว่าจะมีอัตราการเติบโตของกำไรต่อหุ้น (EPS Growth) สูงถึงเกือบ 20% กลายเป็นเป้าหมายหลักของการถูกกว้านซื้อ
ทิศทางของ M&A ในยุคนี้เปลี่ยนไปจากการซื้อยาหนึ่งตัว ไปสู่การซื้อ แพลตฟอร์มเทคโนโลยี จะเห็นได้จากที่ Gilead Sciences เข้าซื้อ Arcellx มูลค่ากว่า 7,800 ล้านดอลลาร์ สิ่งที่ Gilead ได้มาไม่ใช่เพียงแค่ยา anito-cel สำหรับรักษาโรค Multiple Myeloma เท่านั้น แต่คือเทคโนโลยี D-Domain ซึ่งเป็นโครงสร้างทางวิศวกรรมโปรตีนที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการรักษาโรคอื่นๆ ได้อีกมหาศาล ตลาดของ Immunotherapy และ Cell Therapy ในปี 2026 จึงไม่ได้สู้กันด้วยผลิตภัณฑ์ขั้นสุดท้ายเพียงอย่างเดียว แต่สู้กันด้วยศักยภาพในการต่อยอดนวัตกรรมอย่างไร้ขีดจำกัด
3. จาก “รักษา” สู่ “เฝ้าระวัง”จุดเปลี่ยนของ MedTech
คลื่นความเปลี่ยนแปลงยังขยายมาถึงภาคเครื่องมือแพทย์ (MedTech) ซึ่งกำลังเปลี่ยนบทบาทจากอุปกรณ์สนับสนุน สู่การเป็นกลไกเชิงกลยุทธ์ในการขับเคลื่อนการรักษา การวินิจฉัยโรคที่ Abbott Laboratoriesการตัดสินใจทุ่มงบกว่า 21,000 ล้านดอลลาร์เข้าซื้อ Exact Sciences
นับเป็นก้าวสำคัญในการรุกตลาดการตรวจคัดกรองมะเร็งเชิงรุกอย่างเต็มตัว ผลิตภัณฑ์อย่าง Cologuard และเทคโนโลยี MRD (Minimal Residual Disease) ที่ใช้ติดตามการกลับมาเป็นซ้ำของมะเร็ง ได้เปลี่ยนบทบาทของ Abbott จากผู้ผลิตเครื่องมือแพทย์ทั่วไป สู่ผู้นำด้านการป้องกันและตรวจพบโรคในระยะเริ่มต้น (Early Detection) ซึ่งสอดรับกับเทรนด์สุขภาพโลกที่มุ่งเน้นการรักษาแบบจำเพาะเจาะจงและป้องกันก่อนจะป่วยหนัก ซึ่งนอกจากจะช่วยเพิ่มโอกาสรอดชีวิตของผู้ป่วยแล้ว ยังเป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายในระบบสาธารณสุขของสังคมผู้สูงอายุในระยะยาวอีกด้วย
4. ตลาดยาลดน้ำหนัก: เมื่อความเร็วคือตัวตัดสิน
หากจะกล่าวถึงตลาดที่ร้อนแรงที่สุดในปี 2026 คงหนีไม่พ้นตลาดยาลดน้ำหนัก (Obesity) ซึ่งกำลังกลายเป็นโอกาสการเติบโตครั้งใหญ่ที่บริษัทยาทั่วโลกต่างจับตามอง การที่ราคาหุ้น Novo Nordisk ปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้ CagriSema จะด้อยกว่า Tirzepatide เพียงเล็กน้อย ชี้ให้เห็นว่าตลาดยาลดน้ำหนักเป็นสนามแข่งขันที่ความแตกต่างเพียงเล็กน้อยสามารถกำหนดส่วนแบ่งตลาดได้อย่างมาก
ความกดดันนี้บีบให้บริษัทที่ตามหลังไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องใช้ทางลัด M&A เพื่อควบรวมเทคโนโลยีที่ทันสมัยกว่าเข้ามาในPortfolio เพราะการพึ่งพาเพียงงานวิจัยภายใน (In-house R&D) อาจล่าช้าจนทำให้เสียส่วนแบ่งการตลาดไปอย่างถาวร
บทสรุป: ปีแห่งการตัดสินชะตา
ปัจจัยสี่ประการในปี 2026 ทั้งหน้าผาสิทธิบัตรที่ใกล้เข้ามา, การเติบโตแบบก้าวกระโดดของ Biotech, สภาพคล่องทางการเงินที่สูงของบริษัทใหญ่ และแนวโน้มดอกเบี้ยที่เริ่มนิ่งและเป็นขาลง ได้ผลักดันให้ Healthcare เข้าสู่ยุค Strategic Consolidation อย่างเต็มตัว
ในวันนี้ M&A ไม่ใช่เพียงทางเลือก เพื่อขยายอาณากิจการอีกต่อไป แต่คือยุทธศาสตร์การอยู่รอด (Survival Strategy) บริษัทที่ไม่สามารถพัฒนา Pipeline ใหม่หรือเข้าถึงเทคโนโลยีล้ำสมัยได้อย่างทันท่วงที มีความเสี่ยงสูงที่จะสูญเสียความสามารถในการแข่งขัน ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคการแพทย์แม่นยำ (Precision Medicine) ปี 2026 จึงเป็นบทพิสูจน์สำคัญว่า ผู้นำตลาดสุขภาพในทศวรรษหน้าจะเป็นใคร โดยวัดกันที่ความสามารถในการทำ M&A และการมองการณ์ไกลเชิงเทคโนโลยี
ตารางข้อมูล 2 เดือนแรกของปี 2026 เราเห็นความเคลื่อนไหวด้าน M&A อย่างชัดเจน เมื่อบริษัทยาขนาดใหญ่เร่งเข้าซื้อกิจการเพื่อเสริมเทคโนโลยีและเติมเต็มช่องว่างรายได้ที่กำลังกดดันจาก Patent Cliff
Source : Healthcare Digital,
บทความโดย ธงชัย ศิริพิน AFPT™
Assistant Wealth Manager


