recovery

ประเทศไทย มีกองทุนรวม 1,831 กอง แถมยังมีหลากหลายนโยบายให้เลือก … แล้วแบบนี้จะรู้ได้ยังไงว่ากองทุนไหน อยู่ในอุตสาหกรรมที่ใช่ ...มีโอกาสที่จะได้ไปต่อ รับกระแสการเปิดเมืองหลังโควิด และ เศรษฐกิจฟื้นตัวในบางประเทศ เรื่องนี้เรามีคำตอบให้คุณ

====================

ถ้าดูจากข้อมูลล่าสุดของ สมาคมบริษัทจัดการลงทุน (AIMC) จะพบว่า ประเทศไทยตอนนี้ มีกองทุนรวมจำนวนทั้งสิ้น 1,831 กองทุน ซึ่งกองทุนทั้งหมดนี้ เสนอขายโดยบริษัทหลักทรัพย์กองทุน (บลจ.) ชั้นนำ 31 แห่ง (As of : 11.03.2020)

กองทุนมากมายจากหลายบลจ.แบบนี้ อาจเป็นเรื่องยากที่จะคัดกรองและวิเคราะห์ได้ว่า ควรซื้อกองทุนกองไหนดี ? และธีมหรือนโยบายการลงทุนแบบไหนน่าจะเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนได้น่าสนใจกว่ากลุ่มอื่นๆ ?

“คุณวรสินี เศรษฐบุตร” ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์กองทุน และสื่อสารการตลาด สายธุรกิจธนบดี ธนาคารทิสโก้ อธิบายว่า สำหรับสถานการณ์ลงทุนตอนนี้ ธีมการลงทุนที่มีโอกาส “ได้ไปต่อ” ซึ่งหมายถึง มีศักยภาพในการเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนได้ดีนั้น มีอยู่ 2 ธีม ที่น่าสนใจ ก็คือ ธีมธุรกิจที่เติบโตตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ และ ธีมธุรกิจที่เติบโตต้อนรับเปิดเมือง

====================

  • เลือกธีมธุรกิจที่เติบโตตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ (Recovery)

ความจริงแล้วเมื่อเศรษฐกิจฟื้นตัว ธุรกิจส่วนใหญ่ก็ย่อมมีแนวโน้มฟื้นตัวตาม แต่ในความจริงที่ยิ่งกว่าก็คือ มีกลุ่มธุรกิจบางประเภท ที่มีศักยภาพที่ฟื้นตัวดีกว่าธุรกิจทั่วๆ ไป ซึ่งในเดือน พ.ค. ธนาคารทิสโก้ ให้ความสนใจใน 3 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่

1.ธุรกิจนวัตกรรมทางการแพทย์ : นวัตกรรมทางการแพทย์ จะยังคงเป็นสิ่งที่อยู่ในกระแสอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะอยู่ในภาวะการแพร่ระบาด หรือ  ในภาวะปกติ โดยกลุ่มที่เรียกได้ว่าเป็นนวัตกรรมทางการแพทย์นั้น ได้แก่ Digital Health Care, Biotechnology และ Genomic หากพิจารณาผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2021 จะพบได้ว่ากลุ่ม Health Care ในดัชนี S&P 500 ที่เริ่มประกาศออกมาราวๆ 50% มีจำนวนบริษัทที่มีรายได้ออกมาดีกว่าคาดถึง 82% และไม่เพียงแค่นี้ สำหรับมุมมองในระยะข้างหน้า นักวิเคราะห์ ยังคาดการณ์ว่ากำไรต่อหุ้น(EPS) จะยังคงเติบโตในระดับสูงที่ 13.7% ในปี 2021 

2.ธุรกิจในประเทศจีนที่เติบโตตามการบริโภคที่ฟื้นตัว : จีนถือเป็นประเทศหนึ่ง ที่สามารถควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสได้ดี จนส่งผลมายังการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ที่นอกจากในปี 2020 จีนจะเป็นประเทศขนาดใหญ่ประเทศเดียวที่ GDP เติบโตได้แล้วในปี 2021 จีนจะยังคงเป็นประเทศที่ GDP เติบโตได้อย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับประเทศสำคัญ ๆ ของโลกประเทศอื่นด้วย และนอกจากจีนจะมีพลังในการบริโภคมหาศาลจากประชากรกว่า 1,400 คนแล้ว สิ่งสำคัญที่จะสะท้อนถึงพลังอำนาจในการบริโภคที่เพิ่มมากยิ่งขึ้นของชาวจีนคือ รายได้ต่อหัวของประชากรจีนซึ่งในปี 2020 อยู่ที่ 32,189 หยวน เพิ่มขึ้น 2.1% จากปี 2019 เมื่อหักปัจจัยด้านราคา ด้วยปัจจัยนี้เองจึงส่งผลให้การเติบโตของผลการดำเนินงานของบริษัทที่อยู่ในหมวดสินค้าฟุ่มเฟือย (Consumer Discretionary) สามารถเติบโตได้อย่างโดดเด่น และในอนาคตก็ยังมีแนวโน้มจะปรับตัวได้ดีต่อเนื่อง ภายใต้การสนับสนุนจากรัฐบาลจีน

3.ธุรกิจการเงินสหรัฐฯ : ผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/2021 กลุ่มธนาคารพาณิชย์ถือว่ามี Earning Suprise สูงเป็นอับดับ 2 เมื่อเทียบกับกลุ่มอุตสาหกรรมอื่นๆ โดยประเมินว่าเป็นผลสะท้อนซึ่งมาจากรายได้ที่ดีกว่านักวิเคราะห์คาด จากธุรกิจวาณิชธนกิจ (Investment Banking) และการซื้อขายหลักทรัพย์ (Trading) ในขณะที่ผลดำเนินงานล่าสุด ก็เริ่มเห็นสัญญาณบวกในคุณภาพสินเชื่อ (credit improvement) และ มีการตั้งสำรองลดลงอีกด้วย  นอกจากนี้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ มีแนวโน้มแข็งแกร่งขึ้นต่อเนื่องตลอดปี 2021จากปัจจัยหนุนหลายด้าน เช่น การฉีดวัคซีนอย่างทั่วถึงมากขึ้น การกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านนโยบายการคลังต่างๆ เป็นต้น ขณะเดียวกัน หลังจากนี้เชื่อว่ากลุ่มธนาคารพาณิชย์จะได้ประโยชน์จากการปรับเพิ่มขึ้นของผลตอบแทนในตลาดพันธบัตรสหรัฐฯในทุกๆช่วงอายุ (steepening yield curve) ซึ่งจะส่งผลให้ทิศทางดอกเบี้ยที่เป็นรายได้ของธนาคารพาณิชย์มีทิศทางปรับตัวเพิ่มขึ้น ในขณะที่ต้นทุนทางการเงินหรือดอกเบี้ยจ่ายไม่ได้ปรับเพิ่มขึ้นมาก จะทำให้ส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (Net Interest Margin) มีแนวโน้มเป็นขาขึ้นอีกครั้ง  โดยภาพรวมทั้งปี 2021 พบว่านักวิเคราะห์ยังคงประเมินกลุ่มธนาคารพาณิชย์สหรัฐฯจะมีกำไรสุทธิเติบโต 42% YoY แม้จะไม่สูงเป็นอันดับที่ 1 แต่ถือว่าสูงกว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯดัชนี S&P500 โดยรวม 

ดังนั้น กองทุนรวมที่มีนโยบายการลงทุนใน ธุรกิจนวัตกรรมทางการแพทย์ ธุรกิจในประเทศจีนที่เติบโตตามการบริโภคที่ฟื้นตัว และธุรกิจการเงินสหรัฐฯ ก็เลยมีความน่าสนใจอย่างมากนั่นเอง

  • เลือกธีมธุรกิจที่เติบโตต้อนรับกระแสเปิดเมือง (Re-opening)


นักลงทุนหลายคนน่าจะพอนึกภาพออกว่าเมื่อ “เปิดเมือง” … กิจกรรมต่างๆ จะเริ่มทยอยกลับมาได้อีกครั้ง ดังนั้นกองทุนที่มีนโยบายลงทุนใน “ธุรกิจไลฟ์สไตล์” จึงมีความน่าสนใจอย่างมาก 
นั่นก็เป็นเพราะ“ธุรกิจไลฟ์สไตล์” เช่น ธุรกิจท่องเที่ยว ธุรกิจบริการจองที่พัก โรงแรม ร้านอาหาร ฯลฯ ก็จะกลับมาคึกคักอย่างเห็นได้ชัดแน่นอน

อย่างไรก็ตาม หากยังไม่แน่ใจกับการออกไปลงทุนต่างประเทศ การกลับมามอง “ธุรกิจที่มีโอกาสเติบโตสูง” ในประเทศไทย ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือก ที่สามารถทำได้เช่นกัน เพียงแต่คุณอาจจำเป็นจะต้องเลือกกองทุน ที่บริหารด้วยการกลยุทธ์การลงทุนแบบ High Conviction ซึ่งจะเป็นกองทุนที่เน้นลงทุนในบริษัทจดทะเบียนที่มีพื้นฐานดี มีโอกาสเติบโตสูงจำนวนไม่เกิน 15 บริษัท และมีการปรับการลงทุนให้เข้ากับสถานการณ์อยู่เสมอ ซึ่งหากเลือกกองทุนในลักษณะนี้ ก็จะช่วยเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาวได้

สรุปก็คือ กองทุนที่เกี่ยวข้องกับ “ธีมธุรกิจที่เติบโตต้อนรับกระแสเปิดเมือง และ ธีมธุรกิจที่เติบโตตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ” มีความน่าสนใจ และนับว่ามีศักยภาพการเติบโตได้ดีมาก สำหรับการลงทุนในรอบนี้


====================

บทความโดย : วรสินี เศรษฐบุตร ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์กองทุน

และสื่อสารการตลาด สายธุรกิจธนบดี ธนาคารทิสโก้

บทความล่าสุด

"Defensive + Quality = รีเทิร์นชนะตลาด?"

โพสต์เมื่อ 12 มิถุนายน 2564

คุณกำลังสนใจหุ้นวัฏจักร (Cyclical Stock) อยู่หรือเปล่า ??? ถ้าใช่ เราอยากให้คุณหยุด และอ่านบทความนี้ก่อน ทำไมน่ะเหรอ? ก็เพราะตอนนี้มีสัญญาณว่า หุ้นกลุ่มนี้กำลังจะเริ่มแผ่วลง ซึ่งนั่นหมายความว่า คุณจำเป็นต้องหาพระเอกหน้าใหม่เข้าพอร์ตแล้ว ... !!!

อ่านต่อ >>

“China Biotechnology” ผู้นำนวัตกรรมยารักษาโรค

โพสต์เมื่อ 12 มิถุนายน 2564

Biotechnology เป็นส่วนหนึ่งในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติของจีนฉบับที่ 14 (China’s 14th Five-Year Plan) แผนยุทธศาสตร์ Made in China 2025 และแผนพัฒนา Healthy China 2030 ซึ่งจีนตั้งเป้าที่จะเป็นผู้นำระดับโลกด้านการผลิตยารักษาโรคด้วยนวัตกรรมสมัยใหม่ (Innovative Drugs)

อ่านต่อ >>

It’s time to invest in China Healthcare Sector

โพสต์เมื่อ 12 มิถุนายน 2564

อุตสาหกรรมการแพทย์ของจีนนับเป็นอีกหนึ่งอุตสาหกรรมที่ได้รับประโยชน์จากการระบาดของ COVID-19 รัฐบาลจีนมีแนวคิดมุ่งเน้นที่จะแก้ไขปัญหาสาธารณสุข เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและทำให้การเข้าถึงของประชาชนสะดวกยิ่งขึ้น เนื่องจากจีนกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ขณะเดียวกันประชากรมีรายได้ต่อหัวที่เพิ่มสูงขึ้น มีความต้องการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น

อ่านต่อ >>