เปลี่ยนชีวิตหลังเกษียณให้มั่นคง ด้วยประกันบำนาญ

file

หากเราตั้งคำถามกับคนทั่วไปว่า เป้าหมายทางการเงินขั้นพื้นฐานในช่วง “วัยหลังเกษียณ” ของคุณคืออะไร ? คำตอบหนึ่งที่เราได้พบเจอบ่อยที่สุด มักจะเป็นในลักษณะที่ว่า พวกเขาต้องการมีรายได้ที่เข้ามาอย่างสม่ำเสมอทุกๆ เดือนอย่างต่อเนื่องจนกว่าจะเสียชีวิต เพื่อนำเงินเหล่านั้นมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน เปรียบเสมือนการได้รับเงินเดือนทุกเดือน แม้ในช่วงที่ตัวเองไม่ได้ทำงานประจำแล้วก็ตาม  

คุณวางแผนเกษียณอย่างไร

ถ้าเราถามว่า คุณได้วางแผนอย่างไรในการออมเงินเพื่อการเกษียณ ? เรากลับพบว่าหลายคนมักจะเน้นทางเลือกการออมเงินเพื่อการเกษียณในรูปแบบที่มีความ “ไม่แน่นอนสูง” เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งทำให้เป้าหมายเกษียณที่พวกเขาวางไว้ต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนเช่นเดียวกัน

ยกตัวอย่างเช่น การลงทุนในหุ้นรายตัวเพื่อหวังรับเงินปันผล การลงทุนระยะยาวผ่านกองทุนรวมหุ้นอย่าง SSF หรือ RMF ซึ่งผลตอบแทนที่ได้รับมักจะขึ้นอยู่กับภาวะตลาดหรืออุตสาหกรรมที่เลือกลงทุน ทำให้ไม่สามารถคาดการณ์ผลตอบแทนที่จะได้รับ ณ วันเกษียณได้อย่างชัดเจนว่า มูลค่าเงินลงทุนจะเป็นเท่าไหร่และเพียงพอต่อการใช้ชีวิตในช่วงหลังเกษียณจริงหรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากต้องพบเจอกับปีที่ตลาดหุ้นมีความผันผวนอย่างหนักอย่างเช่นวิกฤตการแพร่ระบาดของ COVID-19 

อีกตัวอย่างหนึ่งก็คือ การวางแผนเกษียณด้วยทางเลือกการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำ เช่น การซื้อตราสารหนี้เพื่อหวังรับผลตอบแทนในรูปของดอกเบี้ย ซึ่งปัจจุบันการลงทุนในตราสารหนี้ก็ให้ผลตอบแทนที่ต่ำกว่าในอดีตเป็นอย่างมาก สะท้อนให้เห็นว่า ทางเลือกที่มีความเสี่ยงต่ำเหล่านี้ ก็มีความไม่แน่นอนเช่นเดียวกัน เนื่องจากผลตอบแทนที่ได้รับจะต้องขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ย ทำให้คนที่ใช้ทางเลือกนี้ในการวางแผนเกษียณ อาจจะได้รับผลตอบแทนที่แพ้อัตราเงินเฟ้อและไม่สามารถบรรลุเป้าหมายอย่างที่ตั้งใจไว้ ณ วันที่ตนเองเกษียณอายุ 

ประกันชีวิตแบบบำนาญเครื่องมือสำคัญในการวางแผนเพื่อวัยเกษียณ

ปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้นเนื่องจากความเข้าใจผิดของคนส่วนใหญ่ ที่คาดหวังว่า Investment Product จะเป็นแหล่งรายได้หลังเกษียณที่แน่นอนให้กับตัวเอง ซึ่งนำไปสู่การเลือกใช้เครื่องมือในการวางแผนการเงินที่ไม่ถูกต้องตามวัตถุประสงค์ แต่แท้จริงแล้ว Investment Product ควรจะถูกใช้ในการสะสมความมั่งคั่งในช่วง “ก่อนเกษียณ” ในขณะที่ Product หนึ่งที่ตอบโจทย์ในการสร้างกระแสเงินสดรับที่สม่ำเสมอในช่วงวัย “หลังเกษียณ” คือ ประกันชีวิตแบบบำนาญ ซึ่งเป็น Product ที่มักถูกมองข้าม แต่มีความสำคัญอย่างยิ่งในการวางแผนออมเงินเพื่อวัยเกษียณ

ลักษณะของประกันชีวิตแบบบำนาญ คือ แบบประกันชีวิตที่เน้นการออมเงินเพื่อการเกษียณโดยเฉพาะ โดยที่ผู้เอาประกันจะต้องออมเงินอย่างสม่ำเสมอด้วยการชำระเบี้ยประกันตามระยะเวลาที่กรมธรรม์ระบุ เช่น 5 ปี 10 ปี คล้ายกับประกันสะสมทรัพย์ โดยผู้เอาประกันจะได้รับ “เงินคืน” หรือ “เงินบำนาญ” เป็นรายงวดนับตั้งแต่วันที่เกษียณอายุ เช่น ตอนอายุ 55 หรือ 60 ปี ไปจนถึงอายุสูงสุดที่กรมธรรม์ได้กำหนดไว้ เช่น อายุ 85 ปี, 90 ปี หรือ 99 ปี ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของกรมธรรม์

จุดเด่นของประกันชีวิตแบบบำนาญ

จุดเด่นของประกันชีวิตแบบบำนาญ คือ ผู้เอาประกันสามารถที่จะออกแบบได้ว่า ตนเองต้องการเงินในแต่ละงวดเท่าไหร่เพื่อนำไปใช้ในช่วงหลังเกษียณ โดยแบบประกันชนิดนี้มักจะมีการจ่ายเงินคืนในอัตราที่สูงถึง 15 - 24% ของทุนเอาประกัน ซึ่งนอกจากจะเป็นอัตราที่สูงแล้ว ยังเป็นผลประโยชน์ที่มีความแน่นอนตามที่ได้ระบุไว้ในเงื่อนไขกรมธรรม์ด้วย ทำให้ผู้เอาประกันสามารถที่จะมั่นใจได้ว่า ในช่วงวัยหลังเกษียณจะมีรายได้ที่แน่นอนจำนวนหนึ่งเข้ามาอย่างสม่ำเสมอ โดยที่ไม่ขึ้นอยู่กับภาวะเศรษฐกิจและภาวะตลาด

ยกตัวอย่างเช่น นาย A อายุ 30 ปี ตั้งเป้าว่าต้องการจะมีรายได้ที่แน่นอนในช่วงวัยหลังเกษียณเดือนละ 12,500 บาทหรือปีละ 150,000 บาทต่อปี นาย A สามารถเลือกทำประกันชีวิตแบบบำนาญ ซึ่งมีเงื่อนไขการจ่ายเงินผลประโยชน์ในอัตรา 15% ของทุนประกัน ดังนั้นจึงต้องเลือกทำประกันบำนาญที่ทุนเอาประกัน 1 ล้านบาท

ภายใต้กรมธรรม์ประกันชีวิตแบบบำนาญที่มีทุนประกัน 1 ล้านบาทนี้ นาย A จะต้องจ่ายเบี้ยประกันทุกปี ปีละ 87,900 บาท ตั้งแต่อายุ 30 - 55 ปี หรือคิดเป็นเบี้ยประกันรวมทั้งสิ้นราว 2.19 ล้านบาทตลอดอายุสัญญา หลังจากนั้นเมื่อนาย A เกษียณอายุตอนอายุ 55 ปี นาย A จะได้รับเงินบำนาญทุกปี ปีละ 150,000 บาท ตั้งแต่อายุ 55 ปียาวไปจนถึงอายุ 90 ปีตามที่ได้วางแผนไว้ หรือคิดรวมเป็นเงินผลประโยชน์ที่ได้รับถึง 4.5 ล้านบาท

ในแง่ของสิทธิประโยชน์ทางด้านภาษี ผู้เอาประกันสามารถนำเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญมาใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 15% ของรายได้และไม่เกิน 200,000 บาท โดยเมื่อรวมกับกองทุนรวม RMF กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ หรือ กองทุนสงเคราะห์ครู รวมถึงกองทุนรวม SSF แล้วจะต้องไม่เกิน 500,000 บาท นอกจากนี้ หากท่านใดยังไม่ได้ใช้สิทธิลดหย่อนภาษีในส่วนของประกันชีวิต 100,000 บาทสำหรับกรมธรรม์ที่มีระยะเวลาคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป ก็สามารถนำเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญไปคำนวณรวมในส่วนนี้ได้ ซึ่งจะทำให้ได้รับสิทธิลดหย่อนภาษีสำหรับเบี้ยประกันบำนาญสูงสุดถึง 300,000 บาท

จะเห็นได้ว่า ประกันชีวิตแบบบำนาญเป็น Product ที่ตอบโจทย์ผู้ที่รับความเสี่ยงได้ต่ำและต้องการกระแสเงินสดรับที่สม่ำเสมอในวัยหลังเกษียณ อีกทั้งยังให้สิทธิประโยชน์ในการลดหย่อนภาษีให้กับผู้มีรายได้ประจำได้อย่างคุ้มค่าอีกด้วย นับว่ามีประโยชน์หลายด้านไม่แพ้ Product ทางการเงินอื่นๆ และควรเป็นส่วนสำคัญที่ทุกคนไม่ควรมองข้ามในการวางแผนการเงิน

 

========================================

 

เผยแพร่ครั้งแรกที่ I Wish You Wealth  โพสต์ทูเดย์

บทความล่าสุด

Biotech ทางรอดของมนุษยชาติ

โพสต์เมื่อ 24 สิงหาคม 2564

หากเราจะมาพูดคุยกันแค่เพียง “เรากำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ (Ageing Society)” ที่เป็นหนึ่งใน Megatrend คงจะไม่น่าสนใจเท่ากับ “อะไร” ที่ทำให้เกิดสังคมผู้สูงอายุขึ้นมาได้ และ “อะไร” ที่คนกลุ่มนี้จะต้องการ ซึ่งปัจจัยหลักที่ทุกคนพูดกันเสมอคือ มนุษย์มีอายุขัยยาวนานขึ้นหรืออัตราการตายน้อยลง จากนวัตกรรมทางการแพทย์ที่ก้าวหน้ากว่าในอดีต ทั้งในด้านการตรวจวินิจฉัย รักษา และป้องกันการเกิดโรค ซึ่ง “เทคโนโลยี” เป็นบทบาทสำคัญในการก้าวหน้านี้

อ่านต่อ >>

จับ 4 ธีมสร้างกำไรใน China Megatrends

โพสต์เมื่อ 25 สิงหาคม 2564

การปรับฐานของตลาดหุ้นจีนในช่วงครึ่งแรกของปี 2021 จากความกังวลต่อการดำเนินนโยบายการเงินแบบเข้มงวดจากธนาคารกลางจีน รวมถึงการที่ภาครัฐได้เข้ามากำกับดูแลบริษัทในกลุ่มเทคโนโลยีหลายบริษัทของจีน เพื่อลดการผูกขาดทางการค้า ได้ส่งผลให้ Valuation ดัชนีของตลาดหุ้นจีนยังคงซื้อ-ขายในระดับ Fwd PE เพียงแค่ประมาณ 15 เท่า ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำกว่า Valuation ของดัชนีตลาดหุ้นของสหรัฐฯ ที่มีค่า Fwd PE สูงถึงราว 22 เท่า สะท้อนให้เห็นว่า Valuation ของดัชนีตลาดหุ้นจีน ซึ่งเป็นเศรษฐกิจที่ใหญ่อันดับ 2 ของโลกยัง “มีส่วนลด” อย่างมาก เมื่อเทียบกับดัชนีตลาดหุ้นของเศรษฐกิจเบอร์ 1 ของโลกอย่างสหรัฐฯ

อ่านต่อ >>