ปฏิบัติการจับกุม ‘นิโคลัส มาดูโร’ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ตามด้วยการรุกคืบทางยุทธศาสตร์ในกรีนแลนด์และประเทศอื่นๆ ทำให้สถานการณ์ของภูมิรัฐศาสตร์โลกมีความตึงเครียดมากขึ้น ส่งผลให้หุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ (Defense and Aerospace) มีความโดดเด่นมากในช่วงนี้ด้วย 3 เหตุผล ดังนี้
1. การขยายฐานทัพสู่จุดยุทธศาสตร์ใหม่: การเข้าคุมพื้นที่เวเนซุเอลา แหล่งน้ำมันสำคัญของโลกและความพยายามครอบครองกรีนแลนด์ เพื่อคุมเส้นทางขนส่งในซีกโลกเหนือ ไม่ใช่เพียงปฏิบัติการชั่วคราว แต่ต้องตามมาด้วยการตั้งฐานทัพถาวร นั่นหมายถึงเม็ดเงินลงทุนจำนวนมหาศาลที่จะต้องถูกอัดฉีดเข้าสู่งบประมาณด้านการทหารและธุรกิจที่เกี่ยวข้อง
2. งบประมาณความมั่นคงสหรัฐฯระดับ Super Budget: นโยบาย “Peace Through Strength” ของทรัมป์ มาพร้อมกับการผลักดันงบกลาโหมขึ้นสูระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 1.5 ล้านล้านดอลลลาร์ในปี 2027 คิดเป็นการปรับเพิ่มกว่า 50% จากงบกลาโหมในปีนี้ ที่ 901,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
3. ทั่วโลกเร่งเพิ่มงบกลาโหม: ท่าทีที่แข็งกร้าวของสหรัฐฯต่อประเทศเพื่อนบ้าน เช่น โคลอมเบีย เม็กซิโก รวมถึงกรีนแลนด์ สร้างแรงกดดันให้ทั่วโลกต้องเพิ่มงบกลาโหมเพื่อป้องกันตนเอง โดยมีการคาดการณ์ว่าการใช้จ่ายด้านความมั่นคงทั่วโลกจะดีดตัวขึ้นแตะระดับ 3.6 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในปี 2030 คิดเป็นอัตราการเติบโตราว 33% จากปี 2024
บทความโดย ณัฐพร ธรวงศ์ธวัช AFPT™
Senior Wealth Manager ธนาคารทิสโก้


