file

Border Adjustment Tax… นโยบายอันตรายต่อการค้าโลก

นิตยสาร Trust ฉบับที่ 40 | คอลัมน์ Asset Allocation

 

รายได้จากภาษีนิติบุคคลปี 2016 อยู่ที่ 2.9 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ การลดภาษีลงจากปัจจุบัน 35% เป็น 20% ตามแผนปฏิรูปภาษีที่พรรค Republican จะทำให้รัฐสูญเสียรายได้ประมาณ 1.24 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่การใช้ BAT จะช่วยชดเชยรายได้ที่ลดลงได้ราว 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (20% ของยอดนำเข้าสุทธิปี 2016 ที่ 5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) และทำให้กฎหมายลดภาษีมีโอกาสผ่านสภาได้มากขึ้น

 

วัตถุประสงค์ของ BAT

เพิ่มความสามารถในการแข่งขันให้สินค้าส่งออกจากสหรัฐฯ:เนื่องจากสหรัฐฯ ไม่มีระบบ VAT สินค้าส่งออกจากสหรัฐฯ ปัจจุบันถูกเก็บภาษีนิติบุคคลในอัตราที่สูง (35%) แล้วยังต้องถูกเก็บภาษี VATซ้ำอีกเมื่อนำไปขายในต่างประเทศ จึงทำให้ผู้ผลิตสินค้าในสหรัฐฯเสียเปรียบผู้ผลิตจากประเทศอื่น ซึ่งสามารถขอคืนภาษี VAT จากประเทศต้นทางได้เต็มจำนวน และไม่ถูกเก็บภาษีเพิ่มเมื่อถูกนำมาขายในสหรัฐฯ

เพิ่มการลงทุนและจ้างงานในประเทศ: การลดภาษี และการใช้ BAT จะทำให้บริษัทหันมาใช้ค่าใช้จ่ายภายในประเทศ ทำให้เกิดการจ้างงานภายในประเทศเพิ่มขึ้น และช่วยชะลอการแบ่งส่วนงานให้บริษัทภายนอกทำ (Outsourcing) และการย้ายฐานการผลิตไปนอกประเทศ (Offshoring)

เพิ่มการจัดเก็บรายได้ภาษี: รายได้จากภาษีนิติบุคคลปี 2016 อยู่ที่ 2.9 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ การลดภาษีลงจากปัจจุบัน 35% เป็น 20% ตามแผนปฏิรูปภาษีที่พรรค Republican จะทำให้รัฐสูญเสียรายได้ประมาณ 1.24 แสนล้านดอลลารส์ หรฐั ฯ ขณะที่การใช้ BAT จะช่วยชดเชยรายได้ที่ลดลงได้ราว 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (20% ของยอดนำเข้าสุทธิปี 2016 ที่ 5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) และทำให้กฎหมายลดภาษีมีโอกาสผ่านสภาได้มากขึ้น

ลดช่องโหว่ในการจัดเก็บภาษีนิติบุคคล: โครงสร้างภาษีปัจจุบันมีช่องโหว่ให้บริษัทข้ามชาติหลีกเลี่ยงภาษี เช่น การให้บริษัทลูกที่ตั้งอยู่ในประเทศที่มีอัตราภาษีต่ำเรียกเก็บค่าบริการ (เช่น ค่าที่ปรึกษาค่าสิทธิบัตร ฯลฯ) ในอัตราที่แพงเกินจริง และทำให้บริษัทในสหรัฐฯ มีกำไรน้อยลง เพื่อเสียภาษีน้อยลง

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากภาษี BAT

Bootstrap Image Preview

ราคาสินค้าในสหรัฐฯ จะสูงขึ้น และอาจส่งผลกดดันการบริโภค:บริษัทจะส่งผ่านต้นทุนจากภาษีที่เพิ่มขึ้นบางส่วนหรือทั้งหมดไปยัง ผู้บริโภค ซึ่งจะทำให้ราคาสินค้านำเข้าสูงขึ้น โดย DB คาดว่า BATจะส่งผลให้เงินเฟ้อ Core PCE เพิ่มขึ้นเป็น 3.1-3.8% (Core PCE เดือน ม.ค. อยู่ที่ +1.7% YoY) และส่งผลให้รายได้ที่แท้จริง (Real Income) ลดลง ซึ่งอาจส่งผลให้ภาคครัวเรือนชะลอการใช้จ่าย

ดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่าขึ้น: เนื่องจากราคาสินค้านำเข้าที่เพิ่มขึ้นจะส่งผลให้อุปสงค์ลดลง ในขณะที่สินค้าส่งออกซึ่งได้รับยกเว้นภาษีจะสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ดีขึ้น ซึ่งจะทำให้อุปสงค์ของเงินดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้น และส่งผลให้เงินดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่าขึ้นในที่สุด จากแผนภาพที่ 1 บริษัทนำเข้า B ซึ่งต้องเสียภาษีเพิ่มขึ้นจาก BAT จะได้ประโยชน์จากการแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งช่วยให้สามารถซื้อสินค้านำเข้าจำนวนเท่าเดิมได้ในราคาที่ถูกลงจาก 80 ดอลลาร์สหรัฐฯ เป็น 64 ดอลลาร์สหรัฐฯ (80/1.25 = 64) และจะทำให้มีกำไรสุทธิ 16 ดอลลาร์สหรัฐฯ เท่ากับบริษัท A ที่ทำธุรกิจเฉพาะในประเทศ อย่างไรก็ดี ประเทศคู่ค้ากับสหรัฐฯ หลายประเทศมีการบริหารและแทรกแซงค่าเงิน ทำให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ไม่สามารถแข็งค่าได้ทันที 25% ตามทฤษฎี

 

แผนภาพที่ 2: หากดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่าขึ้น 25% จะช่วยลดต้นทุนการนำเข้าและชดเชยความได้เปรียบ/เสียเปรียบทางภาษีต่อบริษัทส่งออก/นำเข้าได้ทั้งหมด

Bootstrap Image Preview

Source: TISCO Economic Strategy Unit (ESU)

 

แผนภาพที่ 3: DB ประเมินว่า Mexico เสี่ยงจาก BAT มากที่สุด เนื่องจากมีการส่งออกไปยังสหรัฐฯ เป็นจำนวนมากส่วนไทยอยู่ในกลุ่มที่จะโดนกระทบค่อนข้างมาก โดยยอดส่งออกไปสหรัฐฯ อาจลดลงคิดเป็นสัดส่วน 2% ของ GDP

Bootstrap Image Preview

Source: Deutsche Bank

 

ประเทศคู่ค้าอาจตอบโต้การใช้ BAT ด้วยการเพิ่มกำแพงภาษี ซึ่งจะยิ่งส่งผลลบต่อการค้าโลกที่ซบเซาอยู่ในปัจจุบัน นอกจากนี้ผู้เชี่ยวชาญหลายฝ่ายเห็นว่าการใช้ภาษี BAT เป็นการละเมิดกฎขององค์การการค้าโลก (WTO) ซึ่งประเทศคู่ค้าสามารถร้องเรียนเป็นกรณีพิพาททางการค้าได้

 

Bootstrap Image Preview

 

ผลกระทบต่อการค้าโลกและประเทศค่คู ้าที่ส่งออกไปสหรัฐฯ: BAT จะส่งผ่านราคาสินค้านำเข้าในสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้น และลดความต้องการสินค้านำเข้าจากประเทศคู่ค้าประเทศคู่ค้าอาจตอบโต้การใช้ BAT ด้วยการเพิ่มกำแพงภาษี ซึ่งจะยิ่งส่งผลลบต่อการค้าโลกที่ซบเซาอยู่ในปัจจุบัน นอกจากนี้ผู้เชี่ยวชาญหลายฝ่ายเห็นว่าการใช้ภาษี BAT เป็นการละเมิดกฎขององค์การการค้าโลก (WTO) ซึ่งประเทศคู่ค้าสามารถร้องเรียนเป็นกรณีพิพาททางการค้าได้

Fed อาจขึ้นดอกเบี้ยช้าลง: แม้การใช้ BAT จะส่งผลให้เงินเฟ้อเร่งตัวขึ้น แต่ Fed น่าจะประเมินว่าเงินเฟ้อที่สูงขึ้นและอยู่สูงกว่าเป้าหมายที่ 2% นั้นเป็นเพียงชั่วคราว (จากฐานภาษีที่ปรับขึ้นเพียงครั้งเดียว) และเกิดจากแรงกดดันด้านอุปทาน (Cost Push) เป็นหลักซึ่งไม่ควรเป็นปัจจัยสนับสนุนการขึ้นดอกเบี้ย ในขณะที่การบริโภคที่อาจชะลอตัว ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ที่แข็งค่าขึ้น และ Bond Yield ที่อาจสูงขึ้น จะส่งผลให้สภาวะตลาดการเงิน (Financial Condition) ตึงตัวขึ้น ซึ่งจะกดดันให้ Fed ชะลอการขึ้นดอกเบี้ยออกไป

น้ำมันในสหรัฐฯ (WTI) จะมีราคาแพงกว่าราคาน้ำมันในตลาดโลก (Brent) และอาจเป็นแรงจูงใจให้ผู้ผลิต Shale Oil เพิ่มการผลิตได้อีก:โรงกลั่นในสหรัฐฯ จะมีความต้องการซื้อน้ำมันที่ผลิตในประเทศเพิ่มขึ้นเพื่อนำไปหักภาษี ซึ่งจะทำห้ผู้ผลิตน้ำมัน Shale Oil ในสหรัฐฯ เร่งผลิตน้ำมันมากขึ้น และแย่งส่วนแบ่งทางตลาดจากกลุ่ม OPEC ได้เพิ่มขึ้นซึ่งอาจกดดันให้ OPEC ยกเลิกข้อตกลงลดปริมาณการผลิตในที่สุด

บทความล่าสุด

เมื่อเกม (Esports) จะกลายเป็นธุรกิจทำเงินระดับโลก

โพสต์เมื่อ 12 เมษายน 2564

การเล่นเกมในยุคปัจจุบันสามารถเล่นได้ง่ายกว่าในอดีต โดยสามารถพกพาไปเล่นที่ไหนก็ได้ และด้วยการเข้าถึงที่ง่ายขึ้นนี้เอง ก็ทำให้ความนิยมของการเล่นเกมใน Mobile เพิ่มขึ้น จนสามารถจัดแข่งขันเป็นกีฬาระดับสากล หรือ Esports ที่มีเม็ดเงินหมุนเวียน เทียบเท่า 30% ของ GDP ประเทศไทยเลยทีเดียว

อ่านต่อ >>

“การให้ความรู้ทางการเงิน” พันธกิจที่หยุดไม่ได้ แม้ช่วง COVID-19

โพสต์เมื่อ 12 เมษายน 2564

เป็นเวลากว่า 8 ปี ที่ทิสโก้ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนการถ่ายทอดความรู้ทางการเงินเพื่อส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีทางสังคม ผ่านหลากหลายโครงการและกิจกรรมแม้แต่ในปีที่เกิดวิกฤตโรคระบาด COVID-19 ซึ่งกลายมาเป็นอุปสรรคสำคัญในการจัดกิจกรรมทุกประเภท ธนาคารทิสโก้ก็ยังไม่หยุดความพยายามในการขยายความรู้ทางการเงินออกไปสู่สังคมอย่างต่อเนื่อง

อ่านต่อ >>

พิชิต วิวัฒน์รุจิราพงศ์ ผู้ปฏิวัติเกมธุรกิจ แห่ง NETBAY

โพสต์เมื่อ 12 เมษายน 2564

พูดคุยกับ คุณพิชิต วิวัฒน์รุจิราพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร NETBAY ถึงแรงบันดาลใจที่มาของ NETBAY และ Roadmap ในการปลุกปั้นบริษัทนวัตกรรมเทคโนโลยีสัญชาติไทยแห่งนี้ ให้ก้าวขึ้นไปเป็นบริษัทชั้นนำในภูมิภาคได้อย่างไร

อ่านต่อ >>