ปิยะวัฒน์ มังกรพาณิชย์

ปิยะวัฒน์ มังกรพาณิชย์ ปั้น “เภตรามารีน่า” ด้วย Passion

นิตยสาร Trust ฉบับที่ 48 | คอลัมน์ New Generation

เชื่อว่าคนจำนวนไม่น้อยที่เคยคิดว่ากิจกรรมล่องเรือส่วนตัวเป็นเรื่องไกลตัวหรือเกินตัว และการสัญจรบนเรือส่วนตัวล่องแม่น้ำเจ้าพระยาก็ดูจะเป็นกิจกรรมที่สัมผัสได้ยากยิ่งในปัจจุบัน จนหลายคนอาจลืมไปแล้วว่า กรุงเทพฯ ของเราเคยได้ชื่อว่าเป็น “เวนิสตะวันออก” ที่การเดินทางทางน้ำเคยรุ่งเรืองอย่างมากในอดีต

“เสน่ห์ของการสัญจรในแม่น้ำบนเรือส่วนตัว คือ การได้ใช้ชีวิต Slow Life ได้ปล่อยใจไปกับทิวทัศน์และวิถีชีวิตริมฝั่งแม่น้ำเปรียบเสมือนกับการขับรถเปิดประทุนออกไปสัมผัสสายลมแสงแดดในทุ่งหญ้าที่กว้างมากๆ แต่ต่างกันที่การนั่งเรือให้ความรู้สึกพริ้วไหวมากกว่า และสามารถปล่อยความคิดให้ลอยละล่องไปได้ไกลกว่า” คุณปิยะวัฒน์ มังกรพานิชย์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เบนซ์เภตรา จำกัด และเป็นผู้บริหารระดับสูงของเครือเภตรากรุ๊ป บรรยายความรู้สึก

ทั้งนี้ เครือเภตรากรุ๊ปประกอบธุรกิจตัวแทนจำหน่ายรถยนต์หลายแบรนด์ อาทิ เบนซ์ โตโยต้า มาสด้า และมีกลุ่มเครือญาติเป็นฮอนด้า และนิสสัน อีกด้วย นอกจากนี้ยังมีธุรกิจรถเช่าร่วม 600-700 คัน เรียกได้ว่าเป็นผู้นำธุรกิจด้านรถยนต์อย่างครบวงจร

แต่ด้วยความรัก (Passion) และความชื่นชอบการนั่งเรือล่องแม่น้ำอย่างมาก เมื่อประมาณ 4 ปีที่แล้ว คุณปิยะวัฒน์จึงได้สร้างธุรกิจที่นับว่าแปลกใหม่สำหรับคนไทย นั่นก็คือ “เภตรา มารีน่า” ธุรกิจบริการรับฝากจอดเรือพร้อมบริการแลมป์ขึ้นลง และการบำรุงรักษา ตลอดจนสร้างพื้นที่สันทนาการเพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคนชอบเรือล่องแม่น้ำ อาทิ “ครัวบุษบัน” ร้านอาหารไทยยุค ร.5 “Quayside Cafe and Eatery” ร้านกาแฟและอาหารฟิวชั่นสไตล์อิตาเลี่ยน และกำลังจะมีบริการสปา เร็วๆ นี้   

ต่อยอดโอกาสทางธุรกิจ ด้วยเชื้อเพลิงแห่ง Passion

คุณปิยะวัฒน์ เล่าว่า จุดเริ่มต้นของเภตรามารีน่าเกิดจากโจทย์ง่ายๆ คือ ที่ดินผืนนี้เคยเป็นโรงสีและเป็นบ้านพักอาศัย แต่หลังจากครอบครัวทำธุรกิจรถยนต์ ที่ดินดังกล่าวก็ถูกทิ้งร้างจนหญ้าขึ้นรก ต้องเสียเงินค่าถางหญ้าเฉลี่ยครั้งละ 4 หมื่นบาท ทำให้เขาเกิดแนวคิดจะพัฒนาที่ดินแปลงนี้ และยิ่งที่ดินมีหน้ากว้างติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา ยิ่งทำให้สัมผัสบรรยากาศริมแม่น้ำได้อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะในช่วงพระอาทิตย์ตกดิน เขาจึงอยากเปิดพื้นที่ให้คนนอกได้มีโอกาสสัมผัสความสวยงามนี้

บวกกับความชอบล่องเรือและความเข้าใจถึง Pain Point ของคนมีเรือที่ไม่ได้มีบ้านริมแม่น้ำ อันเป็นที่มาของคำกล่าวในหมู่คนรักเรือที่ว่า “ความสุขของคนซื้อเรือมีแค่ 2 วัน คือ วันซื้อกับวันขาย” ซึ่งหมายความว่า คนซื้อเรือจะมีความสุขในวันที่ซื้อ เพราะได้เป็นเจ้าของ แต่พอได้เรือมาก็ต้องเหนื่อยกับการดูแล ยิ่งถ้าไม่ได้มีบ้านอยู่ริมน้ำก็ยิ่งเหนื่อย ดังนั้น ความสุขจะกลับมาอีกครั้งก็วันที่ขายเรือทิ้งไป จึงเป็นที่มาของไอเดียธุรกิจมารีน่า ที่นอกจากจะแก้ Pain Point ของคนที่อยากมีไลฟ์สไตล์บนเรือ ยังตอบโจทย์ด้านการพัฒนาพื้นที่ให้เกิดประโยชน์

ด้วยจุดแข็งด้านทำเลของเภตรามารีน่าที่ถึงแม้จะอยู่จังหวัดปทุมธานี แต่ก็อยู่ใกล้ทางด่วนมาก ทำให้เจ้าของเรือที่อาจจะพักอยู่คอนโดในเมือง ก็สามารถขับรถมาได้ในเวลาไม่ถึงชั่วโมง แล้วก็สามารถพาครอบครัวหรือเพื่อนฝูงขึ้นเรือส่วนตัวล่องแม่น้ำเจ้าพระยาไปไหว้พระหรือทานกุ้งแม่น้ำที่อยุธยา หรือทำกิจกรรมอื่นๆ บนเรือ เช่น ชมวิว ฟังเพลงจิบไวน์ ชมพระอาทิตย์ตก ฯลฯ เมื่อล่องเรือเสร็จก็ขับเรือกลับมาจอดที่นี่ แล้วก็ขับรถกลับคอนโดได้อย่างสบายใจ

“จริงๆ ผมบริหารเบนซ์เภตรามา ได้สัมผัสลูกค้าระดับบน (Hi-end) พอสมควร ก็ได้เห็นว่าจริงๆ คนมีกำลังซื้อเยอะ ยิ่งวิถีคนรุ่นใหม่ยุคนี้ชื่นชอบการใช้ชีวิตกลางแจ้งมากขึ้น แต่ทางเลือกในการใช้ไลฟ์สไตล์มีน้อย เรือจึงเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ ผมมองว่าเรือเป็น Social Platform รูปแบบหนึ่งที่เราสามารถสัมผัส และใช้ไลฟ์สไตล์บนแพลตฟอร์มนี้ได้”

เส้นทางผู้บุกเบิกมักไม่ง่าย ยิ่งการบุกเบิกธุรกิจมารีน่าในกรุงเทพฯ ย่อมไม่ง่ายเหมือนการทำมารีน่าที่พัทยาหรือภูเก็ต เพราะคนมักคิดว่าการมีเรือ คือ การเป็นเจ้าของเรือยอร์ช ซึ่งภาพลักษณ์ของเรือยอร์ช มักดูแพงและไกลตัว เนื่องจากต้องใช้เวลาขับรถไปทะเล ซึ่งกินเวลาหลายชั่วโมงกว่าจะได้ขับเรือออกทะเล ทั้งที่ความจริงการล่องเรือในแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นไลฟ์สไตล์ที่เข้าถึงได้ง่ายกว่า เพราะมีหลายเซกเมนต์ (Segment) ให้เลือกตั้งแต่มูลค่าไม่กี่แสนบาทไปถึงหลายล้านบาท อีกทั้งยังมีความต่างในแง่ของการเป็นยวดยานสัญจรที่สามารถใช้ได้ทุกวัน (Everyday Use)    

“ถ้าทุกคนได้มีโอกาสสัมผัสไลฟ์สไตล์บนเรือแม่น้ำสักครั้ง ยิ่งถ้ามีบริการรองรับอย่างครบวงจร ในราคาที่จ่ายได้ (ค่าจอดเรือเริ่มต้นที่ตารางฟุตละ 180 บาท/เดือน) ผมเชื่อว่าร้อยละ 80 ยังไงก็ชอบ” เพื่อสร้างความเข้าใจให้กับผู้บริโภคและเพื่อกระตุ้นตลาด คุณปิยะวัฒน์ จึงได้ร่วมมือกับสื่อสากลเข้าไปจัดบูธในงาน Motor Expo 2018 เพื่อเปิดโซน Boat Fest ให้ข้อมูลเกี่ยวกับเรือและเจ็ทสกี ซึ่งมีความหลากหลายสามารถตอบสนองสไตล์และสะท้อนตัวตนของแต่ละคนได้ พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ชมงานได้สัมผัสไลฟ์สไตล์บนเรือในทะเลสาบเมืองทองธานี เหมือนที่เขาเคยแนะนำให้สังคมไทยให้รู้จักกับไลฟ์สไตล์ Big Bike ซึ่งถือเป็น Social Platform ใหม่เมื่อ 7-8 ปีก่อน มาแล้ว

file

จากโมเดลธุรกิจรถครบวงจร สู่นิเวศวงจรธุรกิจเรือ

นอกจากบริการรับฝากจอดเรือ แลมป์ขึ้นลง บำรุงรักษาและดูแลเรือ รวมถึงการพัฒนาที่ดินบริเวณมารีน่าให้เป็นพื้นที่ไลฟ์สไตล์ (Lifestyle Area) เภตรามารีน่ายังมีบริการนำเข้าเรือมือหนึ่งและมือสองจากต่างประเทศ ซึ่งในอนาคต

คุณปิยะวัฒน์วางแผนว่าจะมีบริการให้เช่าเรือล่องแม่น้ำสำหรับคนที่อยากสัมผัสไลฟ์สไตล์หรือทดลองล่องเรือ เรียกว่าครบวงจรยิ่งกว่าธุรกิจรถยนต์ โดยหลังจากนั้นเขาตั้งใจจะใช้เภตรามารีน่าเป็นเครื่องมือสร้างความสัมพันธ์ (CRM) กับลูกค้าของกลุ่มเภตรา         

“ในการเดินทางสู่ตรงนั้น เราต้องค่อยเป็นค่อยไป เพราะธุรกิจนี้ถือว่ายังใหม่มาก ณ วันนี้เรายังทำอีกส่วน คือ การเป็นสื่อ เพื่อเปิดมุมมองไลฟ์สไตล์เรือสู่สาธารณชน ซึ่งเป็นการสร้างวงจรธุรกิจเรือ ทั้งผู้ผลิตเรือ เจ้าของเรือที่อยากขาย คนที่อยากซื้อเรือมือสอง ผู้ให้บริการจอดเรือ รวมถึงผู้พัฒนาอสังหาฯ ริมแม่น้ำล้วนจะได้ประโยชน์ทั้งหมด เพราะพอมีเรือ ก็แปลว่าจะมีเจ้าของเรือมาใช้พื้นที่นั่นหมายความว่ามีคนที่มีกำลังซื้อเข้ามาใช้บริการ”

คุณปิยะวัฒน์ เล่าว่า ตอนนี้ เขากำลังมีการร่วมมือกับธุรกิจริมแม่น้ำเจ้าพระยาหลากหลายเจ้า เพื่อทำจุดแวะจอดเรือ ซึ่งจะช่วยจุดประกายไลฟ์สไตล์การล่องเรือในแม่น้ำเจ้าพระยาให้ขยายตัว

ด้วยคุณภาพบริการบวกกับพลังของการบอกต่อ ทำให้วันนี้ พื้นที่จอดเรือในเภตรามารีน่าเต็มเกือบหมดแล้ว ขณะที่ธุรกิจพัฒนาที่ดินเองก็ค่อนข้างเต็มพื้นที่ แต่ถึงอย่างนั้นคุณปิยะวัฒน์ก็ยังคงทำหน้าที่กระตุ้นตลาดและความต้องการเรือล่องแม่น้ำให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเขาตั้งใจวางจุดยืน (Position) ให้เภตรามารีน่าเป็นศูนย์กลางในระบบนิเวศของวงจรธุรกิจเรือ เพื่อที่ว่าหากใครอยากได้ข้อมูลธุรกิจเรือจะเข้ามาพูดคุยกับเขา เพื่อช่วยกันพัฒนาวงการให้ใหญ่ขึ้น และเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวทางแม่น้ำในกรุงเทพฯ และเมืองไทยให้กลับมามีเสน่ห์มนต์ขลังอีกครั้ง

 “มันเริ่มจากไอเดียสร้างธุรกิจของตัวเองแต่ก็มองว่าถ้าเรากระตุ้นธุรกิจภาพรวมชาวบ้านก็ได้ด้วย การท่องเที่ยวก็ได้ด้วย คู่แข่งก็ได้ด้วย แต่จริงๆ แล้ว ผมไม่ได้มองว่าเป็นคู่แข่ง เพราะตลาดยังใหม่มาก เหมือนวันที่ธุรกิจรถยนต์เริ่มเข้าเมืองไทย มันไม่มีใครสามารถครองตลาดได้ทั้งหมด ทุกแบรนด์ร่วมกันสร้างตลาด จน “เค้ก” ก้อนใหญ่ขึ้นก็ค่อยแบ่งกัน วิสัยทัศน์ในธุรกิจเรือก็เป็นเช่นนี้ ผมถึงอยากให้ผู้คนที่เกี่ยวกับวงการเรือและคนชอบเรือ รวมถึงคนที่อยากพัฒนาอสังหาฯ ริมน้ำเข้ามาพูดคุยกันและร่วมมือกันเพื่อพัฒนาการวงการนี้ให้ใหญ่ขึ้น”

คุณปิยะวัฒน์ทิ้งท้ายว่า ความท้าทายในการทำธุรกิจทุกวันนี้ คือ การสร้างความยั่งยืนให้กับธุรกิจ โดยเขาใช้โมเดลที่เรียกว่า “เก้าอี้สี่ขา” ซึ่งขาแรก คือ ต้องทำให้ลูกค้ามีความสุข ขาที่สอง คือ พนักงานก็ต้องมีความสุข ขาที่สาม คือ เศรษฐกิจและสังคมรอบข้างต้องได้ประโยชน์ ส่วนขาสุดท้ายถึงจะเป็นบริษัท โดยโมเดลนี้ถูกใช้ทั้งกับธุรกิจรถยนต์และธุรกิจเรือ

“ถ้ามองวงการเรือ คนมักถามว่าสิ่งที่เรากำลังทำ ทำแล้วได้อะไร เพราะไม่เห็นขายเรือ ส่วนที่ดินตรงนี้ (เภตรามารีน่า) ก็เต็มแล้ว ไม่ต้องทำอะไรก็ได้ แต่ถ้าเราทำ แล้วคนในวงการเรือเติบโตทางธุรกิจขึ้น เราก็ย่อมมีโอกาสทำบางสิ่งให้คนในวงการได้มาใช้ร่วมกัน สุดท้ายทั้งเขาและเราก็จะโตไปด้วยกัน ขณะที่จังหวัดปทุมธานีเองก็จะมีแหล่งในการใช้ชีวิตที่สมบูรณ์แบบขึ้นการอยู่อาศัยในปทุมธานีก็จะมีความสุขขึ้น นี่คือปรัชญาของเภตรากรุ๊ป คือ มองอะไรที่ Win-Win” ผู้บริหารกลุ่มเภตรากล่าว

ปิยะวัฒน์ มังกรพาณิชย์

ความรู้สึกกับ TISCO

คุณปิยะวัฒน์เล่าว่า นับเป็นเวลาร่วม 20-30 ปีที่ทางเครือเภตรากรุ๊ปได้รับบริการทางการเงินจาก TISCO ด้วยความประทับใจที่มีต่อทีมงานโดยเฉพาะเรื่องของบริการที่ดี และการดูแลเอาใจใส่ รวมถึงการสนับสนุนให้ความช่วยเหลือในฐานะพันธมิตรทางธุรกิจอย่างดีเสมอมา ทำให้เขามั่นใจว่าเครือเภตราน่าจะยังคงเป็นลูกค้ากลุ่มธนาคาร TISCO ไปอีกนาน

“ในโอกาสครบรอบ 50 ปี ผมมองว่าตอนนี้ TISCO เหมือนคนหนุ่มไฟแรงเพียงแต่กำลังเผชิญโลกใบใหม่ที่ท้าทายขึ้น โดยเฉพาะกระแส Digital Disruption ทำให้ TISCO ต้องมีการปรับตัว แต่ก็เชื่อว่าด้วยความเป็น TISCO และประวัติศาสตร์อันยาวนาน TISCO จะผ่านคลื่นความเปลี่ยนแปลงลูกนี้ไปได้เหมือน 50 ปีที่ผ่านมา และผมก็เชื่อว่าจะได้เห็นอนาคตที่สดใสของ TISCO ไปเรื่อยๆ จนฉลองครบรอบร้อยปี”

บทความล่าสุด

เมื่อเกม (Esports) จะกลายเป็นธุรกิจทำเงินระดับโลก

โพสต์เมื่อ 12 เมษายน 2564

การเล่นเกมในยุคปัจจุบันสามารถเล่นได้ง่ายกว่าในอดีต โดยสามารถพกพาไปเล่นที่ไหนก็ได้ และด้วยการเข้าถึงที่ง่ายขึ้นนี้เอง ก็ทำให้ความนิยมของการเล่นเกมใน Mobile เพิ่มขึ้น จนสามารถจัดแข่งขันเป็นกีฬาระดับสากล หรือ Esports ที่มีเม็ดเงินหมุนเวียน เทียบเท่า 30% ของ GDP ประเทศไทยเลยทีเดียว

อ่านต่อ >>

“การให้ความรู้ทางการเงิน” พันธกิจที่หยุดไม่ได้ แม้ช่วง COVID-19

โพสต์เมื่อ 12 เมษายน 2564

เป็นเวลากว่า 8 ปี ที่ทิสโก้ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนการถ่ายทอดความรู้ทางการเงินเพื่อส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีทางสังคม ผ่านหลากหลายโครงการและกิจกรรมแม้แต่ในปีที่เกิดวิกฤตโรคระบาด COVID-19 ซึ่งกลายมาเป็นอุปสรรคสำคัญในการจัดกิจกรรมทุกประเภท ธนาคารทิสโก้ก็ยังไม่หยุดความพยายามในการขยายความรู้ทางการเงินออกไปสู่สังคมอย่างต่อเนื่อง

อ่านต่อ >>

พิชิต วิวัฒน์รุจิราพงศ์ ผู้ปฏิวัติเกมธุรกิจ แห่ง NETBAY

โพสต์เมื่อ 12 เมษายน 2564

พูดคุยกับ คุณพิชิต วิวัฒน์รุจิราพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร NETBAY ถึงแรงบันดาลใจที่มาของ NETBAY และ Roadmap ในการปลุกปั้นบริษัทนวัตกรรมเทคโนโลยีสัญชาติไทยแห่งนี้ ให้ก้าวขึ้นไปเป็นบริษัทชั้นนำในภูมิภาคได้อย่างไร

อ่านต่อ >>