
อภินรา ศรีกาญจนา นักธุรกิจหญิงรุ่นใหม่ผู้เชื่อมั่นว่า ‘ทุกความสำเร็จเริ่มต้นจากการกล้าลงมือทำ’
นิตยสาร Trust ฉบับที่ 77 | คอลัมน์ New Generation
คุณปรางค์-อภินรา ศรีกาญจนา พี่สาวคนโตของสามพี่น้องตระกูล ‘ศรีกาญจนา’ ทายาทคุณจุลพยัพและคุณนราวดี ศรีกาญจนา สองนักธุรกิจแถวหน้าของเมืองไทย เธอคือเจ้าของธุรกิจและผู้บริหาร ‘U Drink I Drive’ แอปพลิเคชันเรียกคนขับรถสำหรับนักดื่มซึ่งดำเนินงานยาวนาน 12 ปี และเป็นผู้ก่อตั้ง Apinara Jewellery แบรนด์เครื่องประดับเพชรเลี้ยง หรือเพชรแล็บ (Lab-Grown Diamond) ในคอนเซปต์ ‘Affordable Fine Jewellery’ เพื่อเสริมความมั่นใจแก่ผู้สวมใส่ รวมทั้งยังมีส่วนร่วมใน NARA THAI CUISINE GROUP ของคุณแม่ (คุณยูกิ นราวดี ศรีกาญจนา) ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจร้านอาหารของครอบครัว โดยทุกอย่างที่ผลิดอกออกผลวันนี้ มีจุดเริ่มต้นจากปรัชญาที่เธอยึดถือเสมอมา นั่นคือ ‘ทุกอย่างเริ่มด้วยการกล้าลงมือทำ’
จากนักศึกษาสอบตกสู่นักธุรกิจผู้ไม่หวั่นต่อความผิดพลาด
คุณปรางค์เลือกเรียนต่อปริญญาตรีด้านรัฐศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยวาเซดะ (Waseda University) ประเทศญี่ปุ่น โดยไม่มีพื้นฐานภาษาญี่ปุ่น และเป็นนักเรียนไทยคนเดียวในรุ่น ท่ามกลางนักเรียนเกือบ 500 คน ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยเริ่มภาคเรียนแรกด้วยการสอบตกแทบทุกสัปดาห์ จนอาจารย์แจ้งว่าเธออาจต้องออกจากมหาวิทยาลัย
“ปรางค์คุยกับอาจารย์ว่าลงทุนกับปรางค์เถอะ เด็กจีนสอบได้ 90 เด็กเกาหลีได้ 80 เต็มร้อย เขามีพื้นที่เรียนรู้ในสมองเหลือแค่ 10% แต่หนูมีพื้นที่ 90% เพราะสอบได้ 10 เต็มร้อย” และเบื้องหลังแนวคิดการมองความผิดพลาดเป็นเรื่องปกติของคุณปรางค์มีต้นทางมาจากคุณพ่อ “ครอบครัวปรางค์มองความผิดพลาดเป็นเรื่องธรรมดา คุณพ่อบอกเสมอว่าผิดก็ทำให้ถูก ตกก็ทำให้ผ่าน”
และแล้วคุณปรางค์ก็จบปริญญาตรีด้วยคะแนนระดับเกียรตินิยม “เวลาเราชนะ เราไม่ได้เรียนรู้อะไรเลย แต่เวลาเราแพ้ เราได้เรียนรู้ทุกอย่าง ถ้าไม่เคยสอบตกในวันนั้น ก็ไม่รู้รสชาติของการจบเกียรตินิยมค่ะ”
‘U Drink I Drive’
ธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม
หลังเดินหน้าคว้าปริญญาโทที่ London School of Economics and Political Science และทำงานที่บริษัทญี่ปุ่นระยะหนึ่ง คุณปรางค์ได้ลงมือปลุกปั้นธุรกิจของตนเองตามความตั้งใจ “ปรางค์ตั้งเป้าตั้งแต่ตอนเรียนว่าจะต้องมีธุรกิจก่อนอายุ 30 ปี” ในวัยเพียง 24 ปี เธอตัดสินใจร่วมลงทุนกับทีม ‘U Drink I Drive’ ซึ่งขณะนั้นเป็นสตาร์ตอัปอายุสามเดือน
วันนี้ ‘U Drink I Drive’ ผ่านร้อนผ่านหนาวมากว่าทศวรรษ เติบโตอย่างมั่นคง พร้อมขยายฐานลูกค้าสู่ระดับองค์กรและนักท่องเที่ยวต่างชาติ “ในยุคที่ทุกคนพูดถึง ‘Self-Love’ บริการคนขับรถนี่แหละค่ะคือการรักและดูแลตัวเองให้ปลอดภัย รวมทั้งมีความรับผิดชอบต่อสังคม” คุณปรางค์เสริมว่ามีเด็กมากมายที่กำพร้าภายในชั่วข้ามคืน เพราะพ่อแม่ถูกคนเมาแล้วขับรถชน เธอจึงตั้งใจทำธุรกิจนี้ให้อยู่คู่กับสังคมไทย เพื่อลดอุบัติเหตุบนท้องถนนซึ่งเป็นสาเหตุของปัญหาสังคมมากมาย
ต้นแบบและแรงบันดาลใจ
ทุกความสำเร็จของแต่ละบุคคลมักมีทัพหลังที่แข็งแกร่ง ช่วยเสริมความมั่นใจให้ก้าวต่อไปข้างหน้า สำหรับคุณปรางค์ ทีมสนับสนุนสำคัญคือคุณพ่อคุณแม่
คุณปรางค์เล่าว่า ‘คุณพ่อ’ คือ ผู้สร้างเสริมกำลังใจรายใหญ่ให้แก่ลูกสาว ในวันที่คุณปรางค์ยังรู้สึกไม่มั่นใจกับการเริ่มต้นธุรกิจสตาร์ตอัป ซึ่งทุกอย่างล้วนเป็นเรื่องใหม่สำหรับเธอ “วันนั้นคุณพ่อขับรถพาปรางค์ไปดูคนเล่นว่าวและบอกว่า ‘ไม่ว่าจะเป็นว่าวตัวเล็กหรือตัวใหญ่ สิ่งที่สำคัญคือการได้ขึ้นไปอยู่บนฟ้ากับคนอื่น ๆ นะลูก’ คำพูดนี้เองทำให้คุณปรางค์แน่วแน่ที่จะลงสนามธุรกิจที่ไม่คุ้นเคย เพราะนี่คือครั้งเดียวในชีวิตที่จะได้ก้าวไปกับกระแสความสดใหม่ของสตาร์ตอัป และโอกาสแบบนี้จะไม่ย้อนกลับมาอีก “บางครั้งคนเราแค่ต้องการ ‘ใจที่มีกำลัง’ และแรงส่งนิดเดียวเท่านั้นจริง ๆ ค่ะ”
ส่วน ‘คุณแม่’ คุณปรางค์ให้เป็นเข็มทิศชีวิตที่ตั้งอยู่บนหลักการ ผู้ที่เคยปฏิเสธการรับลูกสาวคนโตเข้าทำงานในธุรกิจครอบครัว ด้วยเหตุผลที่ว่า “สภาพแวดล้อมที่ลูกมีแม่เป็นเจ้าของบริษัท คือ สภาพแวดล้อมที่ไม่มีอยู่จริง และแม่ไม่ต้องการเจ้าหญิงอีกคนในบริษัท” คุณปรางค์ยอมรับเหตุผลของคุณแม่อย่างเข้าใจ และนั่นคืออีกหนึ่งแรงผลักดันให้คุณปรางค์สร้างธุรกิจของตัวเอง
“คุณแม่คงดูออกค่ะว่าเราน่าจะภูมิใจมากกว่าที่ได้สร้างธุรกิจของตัวเอง” และเมื่อมาถึงวันนี้ เธอก็ได้มีบทบาทในเครือนาราในส่วนของการดูแลข้อตกลงเกี่ยวกับการควบรวมและการเข้าซื้อกิจการของบริษัท “ปัจจุบันนี้ ปรางค์ได้รับอนุญาตให้ทำงานเป็นรายโปรเจกต์ไปค่ะ” คุณปรางค์กล่าวอย่างอารมณ์ดี “คุณแม่จะให้ช่วยดูดีลเรื่อง M&A ซึ่งเราเองก็มีประสบการณ์จากการที่ได้ทำธุรกิจของตัวเอง”
สามพี่น้องศรีกาญจนา ‘แตกต่างแต่ลงตัว’
น้องสาวทั้งสองของคุณปรางค์คือทีมสนับสนุนและผู้ให้คำปรึกษาในทุกช่วงเวลา น้องสาวคนกลาง ‘คุณพิม–พิมพ์พยัพ’ ผู้บริหารเครือนารา ส่วนคนเล็ก ‘คุณพลอย–พลอยพยัพ’ ผู้เป็นเจ้าของธุรกิจแบรนด์เสื้อผ้าออกกำลังกาย ชุดว่ายน้ำ และรองเท้า สามสาวสวยมากความสามารถมีบุคลิกและสไตล์แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง และนั่นคือการเติมเต็มกันและกันอย่างลงตัว
“น้องคนกลางมีความประนีประนอม กุ๊กกิ๊ก เวลาว่างก็จะสนุกกับการเรียนเต้น ชอบไอดอล K-Pop ส่วนน้องคนเล็กจะมีบุคลิกเปรี้ยว มีความเป็นศิลปิน เวลาเราปรึกษาน้อง ๆ ก็จะเห็นมุมมองที่ต่างออกไป ตัวปรางค์ในฐานะพี่คนโตก็จะมีภาวะผู้นำสูง จะรับบท ‘Sister Manager’ ที่จะคอยดูแลและจัดการทุกกิจกรรมที่ทำร่วมกัน”
นอกจากนี้ น้อง ๆ ยังเป็นกำลังเสริมในการทำธุรกิจอัญมณีของคุณปรางค์ในแง่มุมที่แต่ละคนถนัด “น้องคนกลางจะมาช่วยขายของทุกครั้งที่มีการจัดอีเวนต์ ส่วนน้องคนเล็กก็จะช่วยออกแบบ และคอยอัปเดตเทรนด์และความต้องการของตลาด”
หัวใจสำคัญของการทำธุรกิจคือทรัพยากรบุคคล
คุณปรางค์ให้ความสำคัญกับคนทำงานในทุกระดับชั้น ตั้งแต่หุ้นส่วนธุรกิจไปจนถึงทีมงาน “ปรางค์เลือกคนที่มีหัวใจนักสู้ แล้วต้องถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน ช่วยเหลือกัน คือมันเป็นความคาดหวังที่แบบโทรไปกี่โมง เขาต้องแก้ปัญหาร่วมกันกับเราได้” และสิ่งเหล่านี้คือคุณสมบัติของคุณพีท-จิรายุ พิริยะเมธา ผู้เป็นหุ้นส่วนธุรกิจ ‘U Drink I Drive’ ตลอดกว่าทศวรรษที่ผ่านมา
“คนหนึ่งคนสามารถสร้างทิศทางได้ร้อยแบบ ดังนั้น เราต้องเลือกหุ้นส่วนธุรกิจและทีมงานที่มีทัศนคติเดียวกัน มีพลังงานเสมอกัน เพราะต้องสู้ไปด้วยกันอีกหลายแมตช์ หรือถ้าทำธุรกิจคนเดียว ไม่อยากมีหุ้นส่วน ปรางค์อยากให้เริ่มที่การปรึกษาให้ถูกคน เลือกคนที่มีปัญญามากกว่าเรา ปัญญาเท่ากันหรือว่าน้อยกว่า ข้ามไปเลยค่ะ ตลอดการทำงานที่ผ่านมา ปรางค์ขอเสมอว่า ให้ได้เจอคนที่มีปัญญามากกว่า แล้วก็ได้เจอจริงๆ ซึ่งเมื่อเจอแล้ว อะไรที่เขาสอนเราก็นำมาใช้และสร้างกำลังใจให้ตัวเอง”
ก้าวต่อไปในเส้นทางธุรกิจ
นอกจากรากฐานที่มั่นคงของ ‘U Drink I Drive’ คุณปรางค์ยังวางแผนการทำงานของ Apinara Jewellery ให้เป็นระบบมากขึ้น ในขณะเดียวกัน เธอตั้งใจช่วยดูแลให้เครือนาราครองตำแหน่งร้านอาหารไทยที่มีสาขาต่างประเทศมากที่สุดไปเรื่อย ๆ รวมทั้งการศึกษาธุรกิจใหม่ในกลุ่มความงามและเวลเนส
“ปรางค์เริ่มลงทุนในธุรกิจความงามและจะขยายไปที่เวลเนส ตอนนี้ปรางค์เริ่มเรียนภาษาจีน เพราะอยากทำธุรกิจนี้กับสถาบันแพทย์จีน ที่ปัจจุบันมีการฝังเข็มบนหน้าโดยใช้หุ่นยนต์เอไอแล้วสวยขึ้น เป็นการฝังเข็มที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายทั้งหมด ซึ่งประเทศไทยยังไม่มี”
และควบคู่ไปกับการดูแลธุรกิจ คือ การดูแลสุขภาพกายใจ ซึ่งคุณปรางค์ให้ความสำคัญอย่างยิ่ง “สุขภาพสำคัญมาก ถ้าจะอยากทำทั้งหมดที่กล่าวมาคือต้องมีชีวิตยืนยาว เลยรู้สึกว่า ‘เอาละ…ฉันจะต้องลงทุนกับตัวเอง’ ก็ศึกษาเรื่องนี้จริงจังมากขึ้น ต้องรู้จริงมากขึ้นว่าเราเลือกเอาอะไรเข้าไปในตัวเอง และความสงบในใจก็สำคัญมาก ตอนนี้สงบเฉพาะตอนนอนเท่านั้น คิดว่าจุดนี้เป็นสิ่งที่อยากจะพัฒนาเพื่อไปสู่ความสงบอย่างแท้จริง ปรางค์คิดว่าถ้าเราฝึกใจให้สงบได้ นั่นคือความหรูหราในชีวิตที่แท้จริงค่ะ”




