กลยุทธ์การลงทุนปี 2026 : Beyond the turning point

บทความการลงทุนเชิงลึก ที่คุณไม่ควรพลาด

กลยุทธ์การลงทุนปี2026Beyondtheturningpoint 800X420

ปี 2026 เป็นปีที่โลกการลงทุนกำลังก้าวเข้าสู่ “จุดเปลี่ยนสำคัญ” หลังจากที่ต้องเผชิญความผันผวนอย่างหนักในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทั้งจากสงครามการค้า อัตราดอกเบี้ยขาขึ้น ตลอดจนความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ปะทุขึ้นเป็นระยะ สิ่งที่ต่างจากในอดีต ก็คือ การบรรจบกันของ 2 Megatrends สำคัญ ได้แก่ เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และสังคมผู้สูงอายุ (Ageing Society) ซึ่งกำลังเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจและรูปแบบการลงทุนในระยะยาว TISCO Wealth Advisory จึงสรุปกลยุทธ์การลงทุนปี 2026 ผ่าน 3 ธีมหลัก เพื่อสร้างพอร์ตการลงทุนที่มีศักยภาพในการเติบโตและพร้อมรับมือกับความผันผวนที่จะเกิดขึ้นในปี 2026 ดังนี้

1. Independence – ประเทศที่พึ่งพาตนเอง ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ตลอดหลายปีที่ผ่านมาและการตั้งกำแพงภาษีจากสหรัฐฯ ส่งผลให้หลายประเทศหันมามุ่งเน้นการเติบโตที่แข็งแกร่งของเศรษฐกิจภายในประเทศมากขึ้น การเลือกลงทุนตลาดหุ้นรายประเทศจึงควรเน้นประเทศที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว รวมถึงมีอัตราการเติบโตของกำไรบริษัทจดทะเบียนที่สูงกว่า 15% ในปี 2026

1.1 ตลาดหุ้นสหรัฐฯ : เศรษฐกิจสหรัฐฯ ได้แรงหนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่าง One Big Beautiful Bill Act (OBBBA) ร่วมกับการลดอัตราดอกเบี้ยของ Fed ช่วยกระตุ้นการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชน นักวิเคราะห์คาดว่ากำไรตลาดหุ้นสหรัฐฯ จะเติบโตราว 15% ในปี 2026

1.2 ตลาดหุ้นอินเดีย : เดินหน้าสู่การเป็น “ศูนย์กลางการผลิตของโลก” ผ่านนโยบาย National Manufacturing Mission (NMM) และได้รับแรงสนับสนุนจากอัตราดอกเบี้ยที่ปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง คาดว่ากำไรของตลาดหุ้นอินเดียจะเติบโตได้สูงถึง 17% ในปี 2026

1.3 ตลาดหุ้นเวียดนาม : เวียดนามกำลังเข้าสู่ช่วงเริ่มต้นแผนปฏิรูปเศรษฐกิจระยะยาวปี 2026–2030 ซึ่งมุ่งเน้นไปที่การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและการดึงดูด FDI โดยคาดว่ากำไรตลาดหุ้นเวียดนามจะเติบโตมากกว่า 21% ในปี 2026 อีกทั้ง เวียดนามยังมีแนวโน้มได้รับการอัปเกรดสถานะเป็นตลาดหุ้นเกิดใหม่โดย FTSE ซึ่งคาดว่าจะดึงดูดเม็ดเงินลงทุนใหม่อย่างน้อย 1.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

2. Intelligence – ยุคใหม่แห่งการใช้ปัญญาประดิษฐ์ ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา AI ถือเป็นเทคโนโลยีที่เติบโตเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ สะท้อนจาก อัตราการใช้งาน (Adoption rate) ของ Generative AI ที่เติบโตเร็วกว่า PC และ Internet ในอดีต และปี 2026 เทคโนโลยี AI กำลังเปลี่ยนจากการเป็น “เทคโนโลยีเสริมประสิทธิภาพ” ไปสู่การเป็น “โครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจ” โดยกลุ่มที่จะได้อานิสงส์จากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ได้แก่

2.1 หุ้นกลุ่ม Technology : บริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ (Hyperscalers) จำเป็นต้องเร่งลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI อย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่ามูลค่าการลงทุนรวมในปี 2026 อาจสูงถึง 4.3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ทำให้กำไรของกลุ่มเทคโนโลยีจะเติบโตได้ราว 30% ในปี 2026

2.2 หุ้นกลุ่ม Healthcare : อุตสาหกรรม Healthcare กำลังเผชิญแรงกดดันจาก การหมดอายุของสิทธิบัตรยา (Patent Cliff ) ในช่วงปี 2025–2029 ก่อให้เกิดการนำเทคโนโลยี AI มาใช้เพื่อเพิ่มอัตราความสำเร็จในกระบวนการวิจัยและพัฒนา (R&D) ยาและอุปกรณ์ทางการแพทย์ นอกจากนี้ ยังนำไปสู่การควบรวมกิจการภายในอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นการสร้างมูลค่าในระยะยาวให้กับหุ้นกลุ่ม Healthcare ให้เติบโตได้อย่างต่อเนื่องท่ามกลาง Megatrend สังคมผู้สูงอายุ

2.3 หุ้นกลุ่ม Utilities : ความต้องการใช้ไฟฟ้าจาก Data Center และ AI คาดว่าจะเพิ่มจาก 4% เป็น 8% ภายในปี 2030 ทำให้หุ้นกลุ่มสาธารณูปโภคเปลี่ยนบทบาทจากหุ้น Defensive มาเป็นหุ้น Growth ที่มีกระแสเงินสดแข็งแกร่ง โดยนักวิเคราะห์คาดว่าอัตรากำไรของอุตสาหกรรม Utilities มีแนวโน้มแตะระดับ 15% ในปี 2026 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 7 ปี

3. Instability Armor – เกราะป้องกันความผันผวน แม้ตลาดหุ้นจะมีแนวโน้มสร้างผลตอบแทนที่ดีอย่างต่อเนื่องในปี 2026 แต่ความไม่แน่นอนจากการดำเนินนโยบายการเงินและนโยบายการคลังของแต่ละประเทศ รวมถึงความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ยังคงอยู่ พอร์ตการลงทุนจึงจำเป็นต้องมีสินทรัพย์ที่ช่วยลดความผันผวน ควบคู่ไปกับการสร้างผลตอบแทน

3.1 ตราสารหนี้ระยะสั้นของสหรัฐฯ : คาดว่าปี 2026 Fed จะลดดอกเบี้ยรวม 0.5% พร้อมกลับมาเพิ่มสภาพคล่องผ่านการเข้าซื้อพันธบัตรระยะสั้น ส่งผลให้ Bond Yield พันธบัตรระยะสั้นของสหรัฐฯมีแนวโน้มปรับตัวลดลง ทำให้ US Short Duration Bond ยังมีโอกาสสร้างกำไรจากส่วนต่างราคาพร้อมกับรับอัตราดอกเบี้ยราว 3%

3.2 ทองคำ : ได้รับแรงหนุนจากความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์และระดับหนี้สาธารณะของสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับการสะสมทองคำของธนาคารกลางทั่วโลกและกองทุน ETF ทำให้ราคาทองคำมีโอกาสปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์

3.3 น้ำมัน ได้รับแรงหนุนจากฝั่งอุปทาน เนื่องจากกลุ่ม OPEC+ มีแนวโน้มควบคุมกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่อง ขณะที่การผลิตน้ำมันในสหรัฐฯเริ่มชะลอตัวลง สวนทางกับอุปสงค์ที่คาดว่าจะเพิ่มเป็น 104.4 ล้านบาร์เรลต่อวัน ส่งผลให้ราคาน้ำมันกลับมาน่าสนใจอีกครั้งในปี 2026

ทั้งนี้ แนะนำให้หลีกเลี่ยงการลงทุนในตราสารหนี้ไทยระยะยาว เนื่องจากเศรษฐกิจไทยยังเผชิญปัญหาเชิงโครงสร้าง และความเสี่ยงด้านอันดับความน่าเชื่อถือที่มีแนวโน้มลดลง โดยประเมินว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรไทยอายุ 10 ปี มีแนวโน้มปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 2–2.5% ในปี 2026–2027 ทำให้ผลตอบแทนจากการลงทุนตราสารหนี้ระยะยาวของไทยมีโอกาสติดลบ

ดังนั้น ในปี 2026 การลงทุนให้ประสบความสำเร็จจึงไม่ใช่เพียงแค่การเลือกสินทรัพย์ตามวัฏจักรเศรษฐกิจ แต่ต้องเป็นการออกแบบพอร์ตการลงทุนที่ผสานการเติบโตเชิงโครงสร้าง เข้ากับการบริหารความเสี่ยงอย่างมีวินัย ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการลงทุนที่ยั่งยืน ภายใต้บริบทของโลกที่กำลังเปลี่ยนไป

บทความโดย ภาคภูมิ พีรยวัฒนา AFPT™

Senior Wealth Manager ธนาคารทิสโก้

บทความล่าสุด

กลยุทธ์จัดพอร์ตสู้เงินเฟ้อ ปรับสินทรัพย์จากหุ้น สู่โอกาสใน Commodity

จากแรงหนุนของผลประกอบการที่เติบโตต่อเนื่อง การลงทุนด้าน AI ที่เร่งตัวขึ้น รวมถึงความคาดหวังว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะทยอยปรับลดอัตราดอกเบี้ย ส่งผลให้เม็ดเงินจำนวนมากไหลเข้าสู่สินทรัพย์เสี่ยง และทำให้พอร์ตการลงทุนของนักลงทุนทั่วโลกมีการกระจุกตัวอยู่ในหุ้นขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ

อ่านต่อ >>

หุ้นก็แพง บอนด์ก็เสี่ยง เปลี่ยนเกมด้วย “กองทุนผสม”

หลังจากตลาดหุ้นโลกปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งในช่วงที่ผ่านมา นำโดยตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่ได้แรงหนุนจากกระแส AI และผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ที่เติบโตอย่างโดดเด่น แต่ในอีกด้านหนึ่ง ราคาหุ้นที่ปรับขึ้นมามาก ก็เริ่มทำให้ Valuation ของตลาดกลับมาอยู่ในระดับที่ตึงตัวอีกครั้ง

อ่านต่อ >>

หนี้ดี หนี้เสีย: เข้าใจให้ถูกก่อนตัดสินใจกู้

ในโลกการเงินส่วนบุคคล “หนี้” ไม่ได้เป็นสิ่งเลวร้ายเสมอไป เพราะหนี้บางประเภทสามารถเป็นเครื่องมือช่วยสร้างโอกาส สร้างสินทรัพย์ และยกระดับคุณภาพชีวิตได้ แต่สิ่งที่น่ากังวลคือการก่อหนี้โดยไม่เข้าใจว่า หนี้ก้อนนั้นกำลังทำให้ฐานะการเงินแข็งแรงขึ้น หรือกำลังค่อย ๆ ทำให้ชีวิตการเงินเปราะบางลง

อ่านต่อ >>

กลยุทธ์จัดพอร์ตสู้เงินเฟ้อ ปรับสินทรัพย์จากหุ้น สู่โอกาสใน Commodity

จากแรงหนุนของผลประกอบการที่เติบโตต่อเนื่อง การลงทุนด้าน AI ที่เร่งตัวขึ้น รวมถึงความคาดหวังว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะทยอยปรับลดอัตราดอกเบี้ย ส่งผลให้เม็ดเงินจำนวนมากไหลเข้าสู่สินทรัพย์เสี่ยง และทำให้พอร์ตการลงทุนของนักลงทุนทั่วโลกมีการกระจุกตัวอยู่ในหุ้นขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ

อ่านต่อ >>

หุ้นก็แพง บอนด์ก็เสี่ยง เปลี่ยนเกมด้วย “กองทุนผสม”

หลังจากตลาดหุ้นโลกปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งในช่วงที่ผ่านมา นำโดยตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่ได้แรงหนุนจากกระแส AI และผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ที่เติบโตอย่างโดดเด่น แต่ในอีกด้านหนึ่ง ราคาหุ้นที่ปรับขึ้นมามาก ก็เริ่มทำให้ Valuation ของตลาดกลับมาอยู่ในระดับที่ตึงตัวอีกครั้ง

อ่านต่อ >>

หนี้ดี หนี้เสีย: เข้าใจให้ถูกก่อนตัดสินใจกู้

ในโลกการเงินส่วนบุคคล “หนี้” ไม่ได้เป็นสิ่งเลวร้ายเสมอไป เพราะหนี้บางประเภทสามารถเป็นเครื่องมือช่วยสร้างโอกาส สร้างสินทรัพย์ และยกระดับคุณภาพชีวิตได้ แต่สิ่งที่น่ากังวลคือการก่อหนี้โดยไม่เข้าใจว่า หนี้ก้อนนั้นกำลังทำให้ฐานะการเงินแข็งแรงขึ้น หรือกำลังค่อย ๆ ทำให้ชีวิตการเงินเปราะบางลง

อ่านต่อ >>
Scroll to Top
ไอคอน PDPA

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานเว็บไซต์ของท่านให้ดียิ่งขึ้น และนำเสนอโฆษณาที่เกี่ยวข้องและตรงกับความสนใจของท่าน โดยท่านสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้จาก นโยบายการใช้คุกกี้ กรุณากดยอมรับเพื่อยินยอมให้เราใช้คุกกี้

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้ที่จำเป็น

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึกการตั้งค่า