Asia ex Japan หุ้นไม่แพง โตแรงแซงเศรษฐกิจโลก

file

ท่ามกลางตลาดหุ้นหลักของโลก เช่น ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่ปรับตัวขึ้น New High ต่อเนื่องจนมูลค่าเริ่มตึงตัว แต่หุ้นกลุ่มประเทศเอเชียไม่รวมญี่ปุ่น ยังมีมูลค่าการซื้อขายยังอยู่ในระดับต่ำ และสามารถเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง

กลุ่มประเทศเอเชียไม่รวมญี่ปุ่น หรือ Asia ex Japan เป็นกลุ่มประเทศในภูมิภาคเอเชียที่มีทั้งประเทศที่พัฒนาแล้วและกำลังพัฒนา เช่น จีน อินเดีย ไต้หวัน เกาหลีใต้ ฮ่องกง สิงคโปร์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และไทย ซึ่งประเทศในกลุ่มนี้โดยเฉลี่ยมีอัตราการเติบโตที่ค่อนข้างสูงโดยเฉพาะในปีนี้ที่ยังเติบโตได้ดีท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่ยังคงชะลอตัว โดย Bloomberg Consensus มีการประมาณการไว้ว่าเศรษฐกิจโดยรวม หรือ GDP ของกลุ่มเอเชีย (ไม่รวมญี่ปุ่น) มีแนวโน้มจะขยายตัวที่ระดับ 4.7% ในปีนี้ ในขณะที่เศรษฐกิจทั่วโลกมีแนวโน้มว่าจะขยายตัวได้ในระดับ 2.7% เท่านั้น และหากเทียบกับฝั่งสหรัฐอเมริกาที่ GDP มีแนวโน้มจะขยายตัวเพียง 1.6% ก็ยิ่งทำให้ภาพการขยายตัวทางเศรษฐกิจของกลุ่ม Asia ex Japan มีความโดดเด่นมาก

ในมุมของบริษัทจดทะเบียนของกลุ่ม Asia ex Japan ก็ยิ่งพบว่ามีความน่าสนใจมาก โดย Bloomberg Consensus คาดการณ์ว่าอัตราการเติบโตของกำไรต่อหุ้น (EPS Growth) ของบริษัทจดทะเบียนในกลุ่มนี้มีแนวโน้มจะเติบโตได้ถึง 18% ในขณะที่ฝั่งสหรัฐฯคาดว่าจะเติบโตในระดับ 10% และ EPS Growth เฉลี่ยของโลกจะเติบโตเพียง 6% นั่นหมายความว่ากำไรต่อหุ้นของบริษัทจดทะเบียนในกลุ่ม Asia ex Japan มีแนวโน้มจะเติบโตในอัตราที่สูงกว่าบริษัทจดทะเบียนทั่วโลกถึง 3 เท่า

ปัจจัยหนึ่งที่ทำให้กลุ่ม Asia ex Japan สามารถเติบโตได้อย่างโดดเด่น เนื่องจาก ปัจจุบันกลุ่มประเทศเหล่านี้มีบทบาทสำคัญบนเวทีอุตสาหกรรมโลก เพราะเป็นต้นน้ำในสายการผลิตในกลุ่มอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ กลุ่มElectric Vehicle (EV) และกลุ่มเทคโนโลยีต่างๆ ซึ่งนี่เป็นหนึ่งในสาเหตุทำที่ให้ประเทศในกลุ่ม Asia ex Japan ยังคงเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง นอกจากนี้ประเทศเหล่านี้ยังเป็นกลุ่มที่มีกำลังการบริโภคเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยมีการคาดการณ์ว่าภายในปี 2030 ประชากรชนชั้นกลางราว 2 ใน 3 คนจะมาจากกลุ่มเอเชีย

เมื่อพิจารณาที่ระดับราคาปัจจุบันของกลุ่ม Asia ex Japan ถือว่ายังซื้อขายด้วยระดับที่ค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับระดับ Fwd PE เฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี  ในขณะที่หุ้นโลก (MSCI World) และหุ้นสหรัฐฯ (S&P500) ปัจจุบันซื้อขายด้วยระดับที่ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบระดับ Fwd PE เฉลี่ย 5 ย้อนหลังของดัชนีเอง หากเทียบกลุ่ม ASIA ex Japan กับ ดัชนีหุ้นโลกแล้วจะพบว่า ด้วยระดับราคาปัจจุบัน หุ้นกลุ่ม Asia ex Japan ซื้อขายด้วยราคา discount หรือถูกกว่าระดับราคาปกติเมื่อเทียบกับหุ้นโลกกว่า 10% และถ้าหากเศรษฐกิจโลกกลับมาขยายตัวได้ดี หุ้นกลุ่มนี้ยิ่งมีโอกาสสร้างผลตอบแทนได้ค่อนข้างสูง ดังเช่นที่เคยเกิดขึ้นหลายครั้งในอดีต เช่น ช่วงฟื้นตัวหลังวิกฤตราคาพลังงาน หรือช่วงที่ประเทศต่างๆเริ่มฟื้นตัวจาก COVID-19

การลงทุนในกลุ่ม Asia ex Japan ในระดับราคาปัจจุบันที่ค่อนข้างต่ำ ในขณะที่มีอัตราการเติบโตในระดับสูงทั้งเศรษฐกิจโดยรวมและบริษัทจดทะเบียนจึงถือว่ามีความคุ้มค่ากับการลงทุน และมีโอกาสสร้างผลตอบแทนได้ดีในระยะข้างหน้า

ราคาหุ้นกลุ่ม Asia ex Japanเทียบกับหุ้นโลกซื้อขายในระดับต่ำกว่าระดับเฉลี่ยและมีโอกาสปรับตัวขึ้นสูงหากเศรษฐกิจโลกกลับมาขยายตัวได้ดี

file

ที่มา: Bloomberg, TISCO Wealth Adviosry

บทความโดย ณัฐพร ธรวงศ์ธวัช AFPT™ Wealth Manager

บทความล่าสุด

4 สัญญาณบวกหนุนผลตอบแทนหุ้นทั่วโลกไปต่อ

โพสต์เมื่อ 20 พฤษภาคม 2567

ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน ดัชนี MSCI World ที่เป็นตัวแทนของราคาหุ้นทั่วโลกให้ผลตอบแทนเป็นบวกได้ +7% แต่ก็มีเหตุการณ์สำคัญหลักๆ ที่ทำให้นักลงทุนยังมีความกังวลกับการลงทุนในตลาดหุ้น เช่น อัตราเงินเฟ้อจากค่าใช้จ่ายส่วนบุคคลของสหรัฐอเมริกาที่ไม่รวมราคาอาหารและพลังงาน (Core PCE) ยังลดลงช้ากว่าคาดจากเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่ง ประกอบกับความขัดแย้งระหว่างประเทศระหว่างอิสราเอลและอิหร่านที่ทำให้ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับลดลง -5% ภายใน 3 สัปดาห์เท่านั้น

อ่านต่อ >>

จับตาการกลับมาของหุ้นจีน

โพสต์เมื่อ 20 พฤษภาคม 2567

หุ้นจีนถูกจับตามองอีกครั้งหลังฟื้นตัวขึ้นมาอย่างโดดเด่นในปีนี้ ประกอบกับตัวเลขเศรษฐกิจจีนที่เริ่มฟื้นตัว ในขณะที่มูลค่าหุ้นจีนยังอยู่ในระดับที่ถูกมาก ซึ่งหากเศรษฐกิจจีนยังฟื้นตัวต่อเนื่องนับจากนี้ มีโอกาสที่จีนประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก และเป็นอันดับ 1 ในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ จะเรียกคืนความเชื่อมั่นกลับมายืนได้อีกครั้งบนเวทีการลงทุนโลก

อ่านต่อ >>

กิจกรรม M&A กำลังจะกลับมา กลุ่ม Biotechnology ได้ประโยชน์สูงสุด

โพสต์เมื่อ 20 พฤษภาคม 2567

นอกจากนวัตกรรมการค้นคว้ายาชนิดใหม่รวมถึงการนำเทคโนโลยีอย่าง AI เข้ามาช่วยในการวิจัยยารักษาโรคหายาก กิจกรรมการควบรวมกิจการ หรือ M&A ก็นับเป็นหนึ่งในปัจจัยที่มีความสำคัญต่อราคาหุ้นของกลุ่มเทคโนโลยีชีวภาพ (Biotechnology)

อ่านต่อ >>