เอาชนะ Omicron ด้วยกองทุน Metaverse - นวัตกรรมการแพทย์ ?!?

file

COVID–19 สายพันธ์ุ Omicron ระบาด กดดันให้ตลาดหุ้นหลายแห่งทั่วโลกดิ่งรับข่าวทันที เราจะพาคุณฝ่าวิกฤตนี้ด้วย กองทุนดาวรุ่งที่เกาะกระแส Metaverse และกองทุนนวัตกรรมการแพทย์ ที่เติบโตโดดเด่นสวนทางวัฏจักรเศรษฐกิจ ไม่หวั่น Omicron เหมือนธุรกิจทั่วไป  

ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์การลงทุนทิสโก้ (TISCO ESU) (1) ได้ออกมาประเมินทิศทางการลงทุนตั้งแต่ช่วงต้นเดือน ธ.ค. แล้วว่า COVID-19 สายพันธุ์ Omicron จะกดดันตลาดหุ้นทั่วโลก เพราะไวรัส COVID-19 สายพันธุ์นี้ มีความสามารถในการหลบเลี่ยงภูมิคุ้มกันจากวัคซีนที่มีอยู่ในปัจจุบัน ดังนั้น จึงคาดว่าแต่ละประเทศจะต้องใช้นโยบายเชิงป้องกันอย่างเข้มงวดและที่สำคัญก็คือ ในกรณีที่ไวรัสสายพันธุ์นี้ สร้างผลกระทบรุนแรง (Worst Case Scenario) อาจส่งผลให้เกิด 2 ประเด็นที่ส่งผลต่อการลงทุน ได้แก่

1. ตลาดหุ้นดิ่งแรง : โดยคาดว่าตลาดหุ้นทั่วโลกมีโอกาสปรับลงจากปัจจุบันถึง 15 - 20%

2. ภาวะเงินเฟ้อ : หากไวรัสครั้งนี้นำไปสู่การปิดประเทศ (Lockdown) รัฐบาลและธนาคารกลางของแต่ละประเทศจะเริ่มมีข้อจำกัดในการกระตุ้นเศรษฐกิจ เนื่องจากปัจจุบันเงินเฟ้ออยู่ในระดับสูง อีกทั้งระบบห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) จะถูกกระทบจากผลของ Lockdown ทำให้เงินเฟ้อยังทรงตัวในระดับสูง แม้ความต้องการบริโภค (Demand) จะลดลง

แล้วแบบนี้กองทุนที่มีนโยบายการลงทุนในธุรกิจอะไร ที่ธนาคารทิสโก้มองว่าเป็นดาวเด่น แม้ต้องเผชิญกับวิกฤตแบบนี้ได้บ้าง ???

Esports - Cloud : เกาะกระแส Metaverse โตสวนหุ้นวัฏจักรเศรษฐกิจ 

กระแสความร้อนแรงของ Metaverse ที่มีชื่อเรียกในภาษาไทยว่า "จักรวาลนฤมิต" นั้น เป็นเทรนด์การลงทุนที่ ธนาคารทิสโก้แนะนำให้โฟกัสเป็นพิเศษ นั่นก็เป็นเพราะธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับธีมการลงทุนนี้ นอกจากจะมีความน่าสนใจและจะมีบทบาทอย่างมากในโลกอนาคตแล้ว สำหรับในระยะใกล้นี้เอง ก็มีความโดดเด่นไม่แพ้กัน 

“คุณวรสินี เศรษฐบุตร” ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์กองทุน และสื่อสารการตลาด สายธุรกิจธนบดี ธนาคารทิสโก้ มองว่า หากหลังจากนี้ประเทศต่างๆ ต้องตัดสินใจ Lockdown อีกครั้ง จากการแพร่ระบาดของไวรัส ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ Metaverse ก็จะยังสามารถเติบโตสวนทางกับธุรกิจกลุ่มวัฏจักรเศรษฐกิจ (Cyclical) เช่น หุ้นกลุ่มพลังงาน (Energy) กลุ่มธุรกิจการเงิน (Financials) กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม (Industrials) และกลุ่มสายการบิน (Airlines) ซึ่งมีแนวโน้มปรับตัวลดลงจากไวรัสได้ 

โดยธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ  Metaverse ซึ่งธนาคารทิสโก้แนะนำให้ลงทุน ได้แก่ “Esports” ธุรกิจด้านเกมและกีฬาอิเล็กทรอนิกส์  และ “Cloud Computing” ธุรกิจเบื้องหลังความสำเร็จของเทคโนโลยีแห่งอนาคต เนื่องจากที่ผ่านมาทั้ง 2 ธุรกิจนี้ได้พิสูจน์ตัวเองแล้วว่า สามารถสร้างผลตอบแทนได้เป็นอย่างดี แม้จะต้องเผชิญกับการแพร่ระบาดของไวรัส 

เห็นได้จากข้อมูลในอดีตนับตั้งแต่ปี2563 ซึ่งเป็นช่วงแรกที่ COVID–19 ระบาด  หุ้น “Esports” และ “Cloud Computing” ก็สามารถสร้างผลตอบแทนก้าวกระโดด โดยหุ้นกลุ่ม Video Games และ Esports สร้างผลตอบแทนได้สูงถึง 84.25% และหุ้นกลุ่ม Cloud Computing สร้างผลตอบแทนได้ถึง 77.08% (2)

นวัตกรรมการแพทย์ : ความหวังในการเอาชนะไวรัสและโรคร้าย 

หุ้นกลุ่มนวัตกรรมการแพทย์ (Healthcare Innovation) โดยเฉพาะธุรกิจไบโอเทคโนโลยี (Biotechnology) ในช่วงที่ผ่านมาได้เติบโตอย่างต่อเนื่อง ตามค่าใช้จ่ายการในการดูแลสุขภาพและการรักษาพยาบาลที่มีแนวโน้มเติบโตสูงกว่าการเติบโตของเศรษฐกิจของประเทศสหรัฐฯ ซึ่งในปี 2563 ที่เป็นช่วงแรกๆ ของการระบาดของไวรัส หุ้นกลุ่มนี้สามารถสร้างผลตอบแทนได้มากถึง 48.19%

โดยล่าสุด แม้จะมีข่าวการกลายพันธุ์ของไวรัสที่ส่งผลกับประสิทธิภาพกับวัคซีน แต่ในท้ายที่สุด “คุณวรสินี” เชื่อว่า ทุกบริษัทต่างก็ต้องเร่งปรับสูตรวัคซีน เพื่อรับมือกับไวรัสสายพันธ์ุต่างๆ ให้ได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงสายพันธุ์ Omicron ที่ทั่วโลกกังวลด้วย 

ที่สำคัญ ธุรกิจไบโอเทคโนโลยี ยังมีรายได้จากวัคซีนและตัวยาชนิดอื่น ที่โลกมีความต้องการสูง เช่น มะเร็ง รวมถึงโรคอื่นๆที่มีผู้ป่วยจากทั่วโลก เช่น หอบหืด ยารักษาหลอดเลือด ฯลฯ ดังนั้นจึงนับได้ว่า ธุรกิจไบโอเทคโนโลยี มีความน่าสนใจอย่างมากในยุคนี้ ต่อเนื่องไปจนถึงอนาคต   

Sales Growth 9 เดือนปีนี้เหนือ Benchmark...และยังผงาดในกลุ่ม Megatrends 

นอกจากเรื่องผลตอบแทนที่ดีในปี 2563 แล้ว หากมองในแง่ของ อัตราการเติบโตของยอดขาย (Sales Growth) ของธุรกิจด้าน Esports, Cloud Computing และ Biotech ปีนี้ ก็ถือว่า น่าสนใจเช่นกัน โดย “คุณวรสินี เศรษฐบุตร” ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์กองทุน และสื่อสารการตลาด สายธุรกิจธนบดี ธนาคารทิสโก้ อธิบายว่า จากข้อมูลของ Global X Asset Management (3) (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ต.ค. 2564) ได้ชี้ให้เห็นว่า ธุรกิจด้าน Esports, Cloud Computing และ Biotech มี Sales Growth ที่ดีกว่า เมื่อเทียบกับ Benchmark ซึ่งก็คือ MSCI ACWI ETF ซึ่งประกอบไปด้วยหุ้นขนาดกลาง-ใหญ่ ใน 23 ตลาดที่เป็น Developed Market (DM) และอีก 27 ประเทศใน Emerging Market (EM) ผสมผสานกัน 

file

ไม่เพียงเท่านี้ Global X Asset Management4 ยังคาดว่า ในช่วง 12 เดือนข้างหน้า ธุรกิจกลุ่ม Video Games และ Esports จะมีรายได้เติบโต 26% และ Cloud Computing โต 20% อีกด้วย

ทั้งหมดนี้ จึงทำให้กองทุนรวมที่ลงทุนในธุรกิจ Esports, Cloud Computing และ Biotech น่าสนใจสำหรับการลงทุนระยะสั้น และเป็น Megatrends ที่โดดเด่นเหมาะกับการลงทุนระยะยาว ซึ่งธนาคารทิสโก้ ได้แนะนำมาอย่างต่อเนื่อง

หากคุณสนใจกองทุนรวม ที่มีนโยบายการลงทุนในแบบที่เราแนะนำ คลิกลิงก์ด้านล่าง เพื่อติดตามรายละเอียดกองทุนรวมที่เราคัดสรร หรือกรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับ

=========================================================

ที่มา

1.TISCO Investment Portfolio Strategy (TIPS), Issue : December 2021

2.Press Release “ทิสโก้ชี้ ได้เวลาขายหุ้นวัฏจักรเศรษฐกิจ”

3. www.globalxetfs.com

4. Press Release “ทิสโก้ชี้ ได้เวลาขายหุ้นวัฏจักรเศรษฐกิจ” 

==========================================================

บทความโดย : นางวรสินี เศรษฐบุตร

ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์กองทุนและสื่อสารการตลาด

สายธุรกิจธนบดี ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน)

บทความล่าสุด

เศรษฐกิจโลกฟื้น หุ้นกลุ่ม EM มาแรง แซงหุ้นโลก

โพสต์เมื่อ 24 มิถุนายน 2567

เศรษฐกิจโลกกำลังเข้าสู่ช่วงฟื้นตัว อัตราดอกเบี้ยนโยบายเริ่มกลับทิศเป็นขาลง ส่งผลให้ตลาดหุ้นมีความน่าสนใจมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มตลาดหุ้นเกิดใหม่ (Emerging Market) เป็นกลุ่มหุ้นที่มักให้ผลตอบแทนโดดเด่นกว่าหุ้นโลก

อ่านต่อ >>

4 เหตุผลที่ตลาดหุ้น Emerging Markets กำลังเป็นขาขึ้นรอบใหญ่

โพสต์เมื่อ 24 มิถุนายน 2567

เข้าสู่โค้งสุดท้ายของไตรมาส 2 ปี 2024 ตลาดหุ้นโลกยังคงเดินหน้าทำ New high อย่างต่อเนื่องจากตัวเลขเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มฟื้นตัวและผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนที่ยังคงแข็งแกร่ง

อ่านต่อ >>

4 สัญญาณบวกหนุนผลตอบแทนหุ้นทั่วโลกไปต่อ

โพสต์เมื่อ 24 มิถุนายน 2567

ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน ดัชนี MSCI World ที่เป็นตัวแทนของราคาหุ้นทั่วโลกให้ผลตอบแทนเป็นบวกได้ +7% แต่ก็มีเหตุการณ์สำคัญหลักๆ ที่ทำให้นักลงทุนยังมีความกังวลกับการลงทุนในตลาดหุ้น เช่น อัตราเงินเฟ้อจากค่าใช้จ่ายส่วนบุคคลของสหรัฐอเมริกาที่ไม่รวมราคาอาหารและพลังงาน (Core PCE) ยังลดลงช้ากว่าคาดจากเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่ง ประกอบกับความขัดแย้งระหว่างประเทศระหว่างอิสราเอลและอิหร่านที่ทำให้ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับลดลง -5% ภายใน 3 สัปดาห์เท่านั้น

อ่านต่อ >>