กองทุนดาวรุ่งรับปี'65 เจาะ Metaverse และธีมเด่น...ถ้าไม่มีจะไหวเหรอ ?

file

เศรษฐกิจทั่วโลกดูเหมือนยังมีปัจจัยกดดันหลายเรื่อง โดยเฉพาะไวรัสCOVID-19 ที่ยังไม่มีที่ท่าว่าจะจบลงเมื่อไหร่...ถึงเวลาเแล้วที่จะเจาะลึกว่า กองทุนที่อยู่ในพอร์ตตอนนี้ พร้อมสู้ศึกการลงทุนปี 2565 หรือยัง?

สถานการณ์การลงทุนปี2565นี้ นับว่าเป็นปีที่ยากมากๆอีกปีหนึ่งสำหรับการลงทุน โดยจะเห็นได้จากการที่ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เอง ก็ยังประเมินว่า เศรษฐกิจโลกปี 2565 จะเติบโตแบบชะลอตัวมาอยู่ที่ 4.9% จากปี 2564 ที่คาดว่าจะเติบโต 5.9%

โดยปัจจัยลบก็คือ

1.การบริโภคสินค้า ที่ได้รับแรงหนุนจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภคในช่วง COVID น่าจะผ่านพ้นช่วงฟื้นตัวสูงสุดไปแล้ว

2.การใช้จ่ายในภาคบริการยังฟื้นตัวช้าตามความกังวลต่อจำนวนผู้ติดเชื้อที่มีการเร่งตัวขึ้นเป็นระยะ

3.ปัจจัยบวกจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น การแจกเงิน และเงินชดเชยผู้ว่างงานเพิ่มเติม ที่ทยอยหมดลง

และ 4. การเร่งเติมสินค้าคงคลังซึ่งน่าจะลดลงโดยเฉพาะหลังเทศกาลคริสต์มาส

“คุณวรสินี เศรษฐบุตร” ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์กองทุนและสื่อสารการตลาด สายธุรกิจธนบดี ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน)ระบุว่า ปัจจัยลบทั้งหมดนี้ จะส่งผลให้ตลาดการลงทุนปี 2565 มีความผันผวนสูง ดังนั้นแนะนำว่าควรเน้นธุรกิจที่สามารถเติบโตได้ระยะยาว มีพื้นฐานที่ดีอย่างเช่นกองทุนเมกะเทรนด์

ขณะเดียวกัน แนะนำให้หาจังหวะลงทุนในกองทุนตลาดหุ้นต่างประเทศ ที่มีปัจจัยบวกรองรับ เพื่อเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทน ซึ่ง 3 ธีมที่ธนาคารทิสโก้แนะนำ สำหรับการลงทุนในช่วงต้นปี 2565 ก็คือ

Metaverse : ธุรกิจแนวโน้มโตดี ไม่ใช่แค่ปีนี้ หรือ ปีหน้า

ธุรกิจ Metaverse เป็นหนึ่งใน Megatrend ที่มีแนวโน้มเติบโตดีในระระยาว โดยข้อมูลจาก Bloomberg คาดการณ์ว่า ปี2565 Metaverse จะมีมูลค่าตลาดที่ 150 ล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกา และในปี 2568 จะมีมูลค่าตลาดที่ระดับ 476 ล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกา หรือเพิ่มขึ้น 4 เท่าตัว และระยะยาวไปจนถึงปี 2573 มูลค่าของตลาดนี้จะอยู่ที่ราว 1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกา(1) ซึ่งการเติบโตก้าวกระโดดนี้เอง ธนาคารทิสโก้จึงมองว่า นี่คือโอกาสน่าสนใจของการลงทุน

ทั้งนี้กลุ่มกองทุนธุรกิจดาวเด่นในธีม Metaverse ที่ธนาคารทิสโก้ เลือกมี 4 กลุ่มได้แก่

1.Cyber Security กองทุนที่เน้นลงทุนธุรกิจเกี่ยวข้องกับการป้องกันอาชญากรรมบนโลกไซเบอร์ ซึ่งมีแนวโน้มเติบโตดี โดยมีการคาดการณ์ว่า ในปี2564 - 2568 ค่าใช้จ่ายด้านการป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์ (Cybersecurity) ทั่วโลก จะมีมูลค่ารวมกว่า 1.75 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกา หรือเพิ่มขึ้น15% ต่อปี(2)

2. Cloud Computing กองทุนที่เน้นลงทุนธุรกิจเบื้องหลังความสำเร็จของ Metaverse ประกอบด้วย Software as a Service, Platform as a Service, Infrastructure as a Service

3. Esports กองทุนที่เน้นลงทุนธุรกิจเกมออนไลน์ ซึ่งปัจจุบันเกมออนไลน์ได้ถูกยกระดับขึ้นเป็นการแข่งขันกีฬา ซึ่งกำลังได้รับความนิยมจากทั่วโลก

4.Metaverse ecosystem กองทุนที่ลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ Metaverse หลากหลายรูปแบบ เช่น Hardware, Software, ทรัพย์สินดิจิทัลต่างๆ บนระบบ และ Platform Metaverse เป็นต้น ซึ่งจะช่วยให้กระจายการลงทุนดียิ่งขึ้น

นวัตกรรมการแพทย์ : วัคซีน ยา รับกระแสAging society

หุ้นกลุ่มนวัตกรรมการแพทย์ (Healthcare Innovation) นับเป็นธีมเมกะเทรนด์สุดคลาสสิกที่ธนาคารทิสโก้ แนะนำให้ลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะธุรกิจด้านไบโอเทคโนโลยี (Biotechnology)

เพราะไม่ใช่แค่ตอบโจทย์ในยุคไวรัส COVID-19 ระบาดไปทั่วโลกเท่านั้น แต่ธุรกิจนี้ยังมีบทบาทอย่างมากในยุคสังคมสูงวัย ( (Aging Society) ที่ประชากรโลกมีแนวโน้มอายุยืนขึ้น เช่นเดียวกับประเทศไทย ซึ่งก็มีการคาดการณ์ว่าประชากรที่เกิดตั้งแต่ปี 2559 เป็นต้นไป จะมีโอกาสอายุยืนขึ้นถึง 100ปี(3)

ข้อมูลทั้งหมดนี้จึงหมายความว่า ประชากรทั่วโลก กำลังต้องการผลผลิตที่เกิดจากกลุ่มธุรกิจนวัตกรรมการแพทย์ ทั้งวัคซีน เพื่อป้องกันไวรัส รวมถึงยารักษาโรคที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น สำหรับดูแลชีวิตที่มีแนวโน้มยืนยาวขึ้นนั่นเอง

ดังนั้น “คุณวรสินี” จึงยังคงแนะนำ กองทุนที่เน้นหุ้นกลุ่มนวัตกรรมการแพทย์ ซึ่งเป็นเมกะเทรนด์ ที่สามารถเติบโตต่อไปได้ในระยะยาวกว่า 5-10 ปี

Developed market : ญี่ปุ่น-ยุโรป ตลาดหุ้นที่น่าสนใจเมื่อราคาย่อตัว

หุ้นกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว (Developed Market: DM) อย่างตลาดหุ้นญี่ปุ่น และยุโรป น่าสนใจ “ทยอยซื้อ” เมื่อราคาย่อตัวลง เพื่อหาจังหวะทำกำไรช่วงที่ราคาปรับตัวขึ้น

นั่นก็เพราะทั้งสองประเทศนี้ มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว โดยคาดว่าหุ้นจะปรับตัวเพิ่มขึ้นเมื่อธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดในไตรมาสที่ 1/2565 โดยทั้งสองประเทศยังมีเม็ดเงินส่วนเพิ่มจากการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล

ในฝั่งของประเทศญี่ปุ่นที่จะมีเม็ดเงินกว่า 78.9 ล้านล้านเยน คิดเป็น 5.6% ของ GDP และฝั่งยุโรปที่จะมีวงเงินกระตุ้นเศรษฐกิจ 7.5 แสนล้านยูโร คิดเป็น 5.5% ของ GDP

นอกจากนี้ ระดับมูลค่าหุ้น (Valuation) ของสองประเทศยังมีความน่าสนใจ ด้วยระดับอัตราราคาปิดต่อกำไรต่อหุ้น 12 เดือนข้างหน้า (Forward P/E 12 Months) เพียง 14 เท่า และ 15.5 เท่าตามลำดับ ซึ่งอยู่ในระดับไม่ได้สูงเกินไปเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา(4)

ถึงตอนนี้อาจต้องทบทวนแล้วว่า กองทุนที่มีในพอร์ตจะพาคุณฝ่าปัจจัยลบปี 2565 ไหวไหม ? ธีมกองทุนที่เราแนะนำ ใช่สิ่งที่คุณมองหาหรือเปล่า?

หากคุณสนใจกองทุนรวม ที่มีนโยบายการลงทุนในแบบที่เราแนะนำ คลิกลิงก์ด้านล่าง เพื่อติดตามรายละเอียดกองทุนรวมที่เราคัดสรร หรือสามารถกรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับ

======================================

บทความโดย นางวรสินี เศรษฐบุตร

ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์กองทุนและสื่อสารการตลาด

สายธุรกิจธนบดี ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน)

======================================

ที่มา

1 PwC (Metaverse marketsize,Bloomberg) 2. Global Cybersecurity Spending (https://cybersecurityventures.com/cybersecurity-spending-2021-2025/)

3. สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ปี 2562, บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)

4. Press release (‘ธ.ทิสโก้’ เปิด 3 ธีมลงทุนสร้างกำไรงาม รับปี 2565 แนะซื้อ ‘เทคโนโลยีแห่งอนาคต นวัตกรรมการแพทย์ ยุโรป และญี่ปุ่น’)

======================================

บทความล่าสุด

เศรษฐกิจโลกฟื้น หุ้นกลุ่ม EM มาแรง แซงหุ้นโลก

โพสต์เมื่อ 24 มิถุนายน 2567

เศรษฐกิจโลกกำลังเข้าสู่ช่วงฟื้นตัว อัตราดอกเบี้ยนโยบายเริ่มกลับทิศเป็นขาลง ส่งผลให้ตลาดหุ้นมีความน่าสนใจมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มตลาดหุ้นเกิดใหม่ (Emerging Market) เป็นกลุ่มหุ้นที่มักให้ผลตอบแทนโดดเด่นกว่าหุ้นโลก

อ่านต่อ >>

4 เหตุผลที่ตลาดหุ้น Emerging Markets กำลังเป็นขาขึ้นรอบใหญ่

โพสต์เมื่อ 24 มิถุนายน 2567

เข้าสู่โค้งสุดท้ายของไตรมาส 2 ปี 2024 ตลาดหุ้นโลกยังคงเดินหน้าทำ New high อย่างต่อเนื่องจากตัวเลขเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มฟื้นตัวและผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนที่ยังคงแข็งแกร่ง

อ่านต่อ >>

4 สัญญาณบวกหนุนผลตอบแทนหุ้นทั่วโลกไปต่อ

โพสต์เมื่อ 24 มิถุนายน 2567

ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน ดัชนี MSCI World ที่เป็นตัวแทนของราคาหุ้นทั่วโลกให้ผลตอบแทนเป็นบวกได้ +7% แต่ก็มีเหตุการณ์สำคัญหลักๆ ที่ทำให้นักลงทุนยังมีความกังวลกับการลงทุนในตลาดหุ้น เช่น อัตราเงินเฟ้อจากค่าใช้จ่ายส่วนบุคคลของสหรัฐอเมริกาที่ไม่รวมราคาอาหารและพลังงาน (Core PCE) ยังลดลงช้ากว่าคาดจากเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่ง ประกอบกับความขัดแย้งระหว่างประเทศระหว่างอิสราเอลและอิหร่านที่ทำให้ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับลดลง -5% ภายใน 3 สัปดาห์เท่านั้น

อ่านต่อ >>