ทำไม World Financial Planning Day กลายเป็นวาระสำคัญระดับโลก ?

file

“World Financial Planning Day” ซึ่งตรงกับวันพุธแรกของเดือนตุลาคม มีไว้เพื่อจุดประสงค์อะไร ทำไมวันนี้จึงกลายเป็น “วาระสำคัญระดับโลก”ได้

“World Financial Planning Day” คือ วันอะไร?

ความจริงแล้ว “World Financial Planning Day” ได้ถูกริเริ่มให้เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อ 5 ปีก่อน โดย The Financial Planning Standards Board (FPSB)  ซึ่งเป็นหน่วยงานระดับโลก ทำหน้าที่กำหนดมาตรฐานสำหรับผู้เชี่ยวชาญด้านการวางแผนการเงิน CFP เกือบ 200,000 คนทั่วโลก  โดย FPSB ต้องการให้วันนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการรณรงค์ระดับโลก เพื่อส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีทางการเงิน เพิ่มการรับรู้ถึงคุณค่าของการวางแผนทางการเงินแก่ผู้บริโภค และแบ่งปันประโยชน์ของการมีแผนทางการเงิน

ดังนั้น ในระหว่างวันและสัปดาห์ของวันสำคัญนี้ นักวางแผนทางการเงินทั่วโลก ก็จะร่วมกันใช้โซเชียลมีเดียและสื่ออื่นๆ เพื่อส่งเสริมประโยชน์ของการวางแผนทางการเงินที่ดีและการใช้ผู้เชี่ยวชาญด้านการวางแผนทางการเงิน เพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายที่ตั้งไว้ ซึ่งในปีนี้ มาในธีม “Live your today. Plan your tomorrow.” 

Aging Society พร้อมดูแลชีวิตตัวเองหรือยัง ?

ความก้าวหน้าด้านนวัตกรรมการแพทย์ เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ประชากรโลกมีอายุไขที่ยืนยาวมากขึ้น ซึ่งจะเห็นได้จากข้อมูลของเว็บไซต์ Statistic ที่รายงานว่า ในปี 2020 นั้น ทั่วโลกมีผู้สูงอายุเกิน 100 ปี รวมกันกว่า 5 แสนราย และกราฟการเพิ่มจำนวนของผู้สูงอายุ ยังมีแนวโน้มที่จะเติบโตต่อได้อีก

โดยถ้าหันกลับมามองในบ้านเรา ก็จะพบว่า ประเทศไทยเองก็มีแนวโน้มของสัดส่วนของผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างน่าสนใจเช่นกัน อ้างอิงจากรายงานของ Statistic ซึ่งได้ชี้ให้เห็นถึงสถิติประชากรที่มีอายุมากกว่า 65 ปี ในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2015 ถึงปี 2020 และคาดการณ์ไปจนถึงปี 2100 ว่า มีแนวโน้มที่ปรับตัวสูงขึ้น

file

การมีอายุที่ยืนยาว ได้อยู่กับคนที่รัก นับเป็นเรื่องที่น่ายินดี แต่ก็ตามมาด้วยคำถามเช่นกันว่า “คุณพร้อมที่จะดูแลชีวิตตัวเองหรือยัง?” 

การวางแผนรายได้-รายจ่าย ให้กลายผู้อยู่รอดในยุค Aging Society

โดยปกติ คนส่วนใหญ่มักจะวางแผนไว้ว่า จะเกษียณตัวเองจากการทำงานในวัย 60-65ปี และคาดการณ์ว่า น่าจะมีชีวิตไปถึงประมาณ 80 ปี ซึ่งนั่นหมายความว่าในช่วงหลังเกษียณ ประมาณ 15-20 ปี คุณจะต้องใช้ชีวิตด้วยเงินเก็บ เงินลงทุน ฯลฯ ที่มีมาก่อนหน้านี้ สำหรับดูแลตัวเองในช่วงบั้นปลาย

แน่นอนว่า หลายคนอาจวางแผนได้ดีจริง สำหรับในฝั่ง “รายรับ” ซึ่งอาจจะมาจากหลายช่องทาง ทั้งการลงทุนในผลิตภัณฑ์การเงินต่างๆ รายได้จากดอกเบี้ย ฯลฯ แต่... รายได้ ≠รายจ่าย !!

อย่าลืมว่า คุณยังจำเป็นจะต้องมี “รายจ่าย” ด้านอื่นๆ อย่างเช่น รายจ่ายด้านสุขภาพ ซึ่งนั่นก็เป็นเพราะ เมื่อเกษียณแล้ว คุณจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนนี้อย่างเต็มที่ เนื่องจากไม่มีสวัสดิการของบริษัทดูแลเหมือนเดิม ... และยิ่งหากมีรายจ่ายอื่นๆ ที่ไม่คาดฝันเพิ่มเข้ามาอีก คำถามคือ วัยเกษียณของคุณจะมีเงินเพียงพอสำหรับการดำรงชีวิตจริงหรือ ?

ทิสโก้กับบทบาทการส่งเสริม Holistic Financial Advisory

จากการเข้าสู่ยุค Aging Society บวกกับสภาวะและปัจจัยต่างๆ ในปัจจุบันเปลี่ยนไป ทำให้ความต้องการของลูกค้าเริ่มเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะลูกค้ากลุ่ม Wealth ดังนั้น จึงทำให้ยุทธศาสตร์ใน “การวางแผนการเงิน” ต้องมีการปรับเปลี่ยนไปตามโจทย์ใหม่ ซึ่งประกอบด้วย 3 ความต้องการหลัก คือ

1.ความต้องการด้านการลงทุน (Investment Return) ซึ่งเป็นสิ่งที่กลุ่มทิสโก้ดำเนินธุรกิจมาตลอด โดยเฉพาะการให้คำแนะนำด้านการลงทุนเมกะเทรนด์ ที่จะเติบโตอย่างโดดเด่นในอนาคต

2.ความต้องการความคุ้มครองทางด้านชีวิตและสุขภาพ (Life Protection / Health Protection) ที่ไม่ปฏิเสธการต่ออายุ

3.ความต้องการความคุ้มครองด้านคุณภาพชีวิตตลอดหลังการเกษียณ (Retirement Protection)

ทั้งหมดนี้ ก็เพื่อให้ “การวางแผนการเงิน” ทันต่อกระแสเมกะเทรนด์โลกที่กำลังเกิดขึ้น  ซึ่งจะส่งผลให้การผลตอบแทนการลงทุนอาจไม่เพียงพอ หากต้องการใช้ชีวิต มีไลฟ์สไตล์หลังเกษียณที่ดี ไม่น้อยไปกว่าชีวิตวัยทำงาน

พันธกิจ Holistic Financial Advisory ของทิสโก้ เพื่อให้บริการครบวงจร (One-stop Service) โดยยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง จึงเป็นการวางแผนทางการเงิน ที่ทิสโก้มุ่งมั่นที่จะเดินหน้า และพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นนับจากนี้

 

==========================================================

บทความโดย

นางวรสินี เศรษฐบุตร ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์กองทุน และสื่อสารการตลาด สายธุรกิจธนบดี ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน)

นายณัฐกฤติ เหล่าทวีทรัพย์ ผู้อำนวยการอาวุโสที่ปรึกษาการลงทุนทิสโก้เวลธ์ ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน)

บทความล่าสุด

Biotech ทางรอดของมนุษยชาติ

โพสต์เมื่อ 24 สิงหาคม 2564

หากเราจะมาพูดคุยกันแค่เพียง “เรากำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ (Ageing Society)” ที่เป็นหนึ่งใน Megatrend คงจะไม่น่าสนใจเท่ากับ “อะไร” ที่ทำให้เกิดสังคมผู้สูงอายุขึ้นมาได้ และ “อะไร” ที่คนกลุ่มนี้จะต้องการ ซึ่งปัจจัยหลักที่ทุกคนพูดกันเสมอคือ มนุษย์มีอายุขัยยาวนานขึ้นหรืออัตราการตายน้อยลง จากนวัตกรรมทางการแพทย์ที่ก้าวหน้ากว่าในอดีต ทั้งในด้านการตรวจวินิจฉัย รักษา และป้องกันการเกิดโรค ซึ่ง “เทคโนโลยี” เป็นบทบาทสำคัญในการก้าวหน้านี้

อ่านต่อ >>