5 ข้อควรรู้ก่อนเลือกซื้อประกันบำนาญ

file

 

ประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์แล้วในปีนี้ โดยสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ประเมินว่า ในปี 2040 หรืออีกประมาณ 19 ปีข้างหน้า ประชากรสูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป จะมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น 31% ของประชากรทั้งประเทศ และยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง รวมถึงอายุขัยเฉลี่ยของผู้หญิงและผู้ชาย โดยปี 2040 จะเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 83.2 ปี และ 76.8 ปี ตามลำดับ (จากปี 2020 ที่ 80.4 ปี และ 73.2 ปี ตามลำดับ)

ทว่ากว่า 90% ของประชากรไทยไม่สามารถพึ่งพาตนเองได้ในยามเกษียณ นำไปสู่ปัญหาระดับชาติ นั่นก็คือ คนไทยจนตอนแก่ โดยรายได้หลักในการดำรงชีพของผู้สูงอายุในยามเกษียณกว่า 55% มาจากการพึ่งพิงคนอื่น เช่น บุตร รัฐ คู่สมรส และอีกราว 34% ยังต้องหาเลี้ยงชีพด้วยตัวเองต่อไป ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว สิ่งหนึ่งที่อาจละเลยไป คือ “การวางแผนเกษียณ”

Thailand Securities Institute (TSI) ได้ให้นิยามของการวางแผนเกษียณ (Retirement Planning) ว่า เป็นกระบวนการในการวางแผนการดำเนินชีวิตในช่วงหลังเกษียณอายุ ภายใต้พื้นฐานที่เป็นไปได้ เพื่อกำหนดกลยุทธ์ และแนวทางที่จะทำให้แผนการดำเนินชีวิตในช่วงหลังเกษียณอายุบรรลุเป้าหมายตามที่กำหนดไว้ ซึ่งโดยทั่วไปยามเกษียณอายุ เราจะต้องการเงินประมาณ 70% ของค่าใช้จ่ายปัจจุบัน แต่อาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับความจำเป็นของแต่ละคน ทั้งค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ และภาระผูกพันต่างๆ ยกตัวอย่างเช่น ค่าใช้จ่ายปัจจุบันเดือนละ 30,000 บาท อาจเป็นค่าใช้จ่ายยามเกษียณต่อเดือนอยู่ที่ 21,000 บาท (มาจาก 30,000 x 70%) หากสมมติว่า เราตั้งใจจะเกษียณตอนอายุ 60 ปี ต้องการใช้เงินหลังเกษียณอายุปีละ 252,000 บาท (มาจาก 21,000 x 12) คาดว่าอายุขัยจะเท่ากับ 80 ปี กำหนดอัตราผลตอบแทนจากการลงทุนหลังเกษียณที่ 5% ต่อปี และอัตราเงินเฟ้อที่ 3% ต่อปี เราจะต้องมีเงินเก็บรวม ณ วันที่เกษียณอายุทั้งหมดราว 4,224,300 บาท ซึ่งจะเห็นได้ว่า เป็นเงินจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว หากเราไม่รีบวางแผนเกษียณไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ อาจมีเงินไม่พอใช้จนถึงบั้นปลายชีวิตก็เป็นได้

อย่างไรก็ตาม ตลอดชีวิตการทำงานของคนๆ หนึ่ง จะมีเงินเก็บสะสมสำหรับการเกษียณ ยกตัวอย่าง พนักงานบริษัทเอกชน จะมีประกันสังคม (จ่ายบำเหน็จหรือบำนาญตอนเกษียณ) และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ แต่แหล่งเงินออมดังกล่าวอาจจะไม่เพียงพอในช่วงเกษียณอายุ ดังนั้น การเก็บออมและลงทุนเพิ่มจึงมีความจำเป็น

นอกจากการจัดพอร์ตลงทุนในสินทรัพย์ทางการเงินต่างๆ เช่น ตราสารหนี้ หุ้น และกองทุนรวมตามความเสี่ยงแล้ว อีกหนึ่งเครื่องมือที่เหมาะสมในช่วงเกษียณอายุก็คือ “ประกันบำนาญ” เนื่องจากการันตีรายได้ที่แน่นอนในแต่ละเดือน โดยไม่ขึ้นอยู่กับสภาวะตลาดการลงทุน อีกทั้งยังได้รับความคุ้มครองชีวิตทั้งก่อนและหลังรับเงินบำนาญตลอดอายุสัญญา และสามารถนำค่าเบี้ยประกันไปลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริงไม่เกิน 15% ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษี ไม่เกิน 200,000 บาท และอาจจะลดหย่อนได้สูงสุดถึง 300,000 บาท  ถ้ายังไม่ได้ใช้สิทธิลดหย่อนเบี้ยประกันชีวิตทั่วไป ทั้งนี้ เมื่อรวมกับกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) กองทุนรวมเพื่อการออม (SSF) กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และ กบข. จะต้องไม่เกิน 500,000 บาทด้วย

ทั้งนี้ การซื้อประกันบำนาญ อาจเริ่มต้นซื้อเมื่ออายุประมาณ 30 ปีขึ้นไป เนื่องจากเป็นช่วงที่งานเริ่มมั่นคงและมีกระแสเงินสดเสถียรพอที่จะสามารถจ่ายเบี้ยได้อย่างต่อเนื่อง และสัดส่วนที่เหมาะสมสำหรับการซื้อประกันจะอยู่ที่ประมาณ 15-20% ของเงินได้ต่อปี เช่น มีเงินได้ต่อปี 360,000 บาท สัดส่วนที่เหมาะสมสำหรับการซื้อประกันจะอยู่ที่ประมาณ 54,000-72,000 บาทต่อปี เพื่อจะได้ไม่เป็นภาระจนเกินไป แต่สำหรับคนที่มีสภาพคล่องเหลือเยอะ อาจสามารถเพิ่มสัดส่วนในการซื้อประกันได้อีก

สำหรับข้อควรรู้ในการเลือกซื้อประกันบำนาญมี 5 ข้อ ดังนี้

1. ด้วยความคุ้มครองและการรับเงินบำนาญเป็นเปอร์เซ็นต์ที่เท่ากัน ระยะเวลาการจ่ายเบี้ยประกันยิ่งสั้น ยิ่งให้ความคุ้มค่ามากกว่าการจ่ายเบี้ยประกันระยะยาว เช่น ประกันบำนาญที่ชำระค่าเบี้ยประกันแบบ 5 ปี จะมีค่าเบี้ยประกันรวมต่ำกว่าประกันบำนาญที่ชำระค่าเบี้ยประกันแบบ 10 ปี

2. อายุที่ทำประกันบำนาญยิ่งน้อยยิ่งดี เนื่องจากค่าเบี้ยประกันที่จ่ายต่อปีก็จะน้อยลงตามไปด้วย

3. ยิ่งอายุการจ่ายเงินบำนาญยิ่งนาน ยิ่งมีโอกาสได้ประโยชน์ที่คุ้มค่า เช่น ถ้ามีอายุจนถึงครบรอบปีกรมธรรม์ที่อายุครบ 99 ปี จะมีโอกาสได้รับผลประโยชน์ที่คุ้มค่ามากกว่า

4. แบบของเงินรับบำนาญ ปัจจุบันมีให้เลือกหลากหลาย เช่น แบบเงินรับบำนาญทุกปี ปีละ 15% 24% 36% ของจำนวนเงินเอาประกัน การเลือกจะทำประกันบำนาญที่ให้เงินบำนาญเท่าไหร่นั้น จะขึ้นอยู่กับความต้องการของแต่ละคน โดยอาจกล่าวได้ว่า กรณีได้เงินรับบำนาญยิ่งเยอะ ยิ่งทำให้รู้สึกอุ่นใจมากกว่า

5. อาจเลือกแบบประกันบำนาญที่จ่ายเงินให้สูงกว่าในกรณีเสียชีวิตก่อนรับบำนาญ เนื่องจากเงินที่ได้รับในกรณีเสียชีวิตก่อนรับบำนาญของแต่ละแบบประกันอาจไม่เท่ากัน เช่น หากเสียชีวิตก่อนรับเงินบำนาญ จะได้รับเงินทั้งหมด 105% หรือ 110% ของเบี้ยประกันภัยที่ชำระมาแล้วทั้งหมด เป็นต้น

สุดท้ายนี้ การวางแผนเกษียณนั้น เป็นส่วนหนึ่งของการวางแผนการเงินแบบองค์รวมที่มีความสำคัญมากในการกำหนดบั้นปลายชีวิตของเราที่เหลืออยู่ว่า จะดำเนินไปในทิศทางใด จึงควรมีการเตรียมความพร้อมวางแผนไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ ไม่ให้สายเกินไป จนอาจกลายเป็นปัญหาได้ในอนาคต ทั้งนี้ การแบ่งสัดส่วนเงินมาซื้อประกันบำนาญ ถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับการวางแผนเกษียณที่ดีในการสร้างรายได้อย่างสม่ำเสมอหลังเกษียณอายุ พร้อมทั้งให้ความคุ้มครองชีวิต และเพิ่มความมั่งคั่งจากการเป็นตัวช่วยประหยัดภาษี ซึ่งเงินบำนาญของประกันบำนาญที่ได้รับ นับว่าเป็นรายได้ระดับหนึ่ง เมื่อรวมกับเงินจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนประกันสังคมที่ได้สมทบไว้ ก็น่าจะพอเป็นรายได้ในการใช้ชีวิตหลังเกษียณอายุได้อย่างสบายใจ

===========================================

 

เผยแพร่ครั้งแรกที่คอลัมน์ Money Talk ใน Business Today

บทความล่าสุด

Biotech ทางรอดของมนุษยชาติ

โพสต์เมื่อ 24 สิงหาคม 2564

หากเราจะมาพูดคุยกันแค่เพียง “เรากำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ (Ageing Society)” ที่เป็นหนึ่งใน Megatrend คงจะไม่น่าสนใจเท่ากับ “อะไร” ที่ทำให้เกิดสังคมผู้สูงอายุขึ้นมาได้ และ “อะไร” ที่คนกลุ่มนี้จะต้องการ ซึ่งปัจจัยหลักที่ทุกคนพูดกันเสมอคือ มนุษย์มีอายุขัยยาวนานขึ้นหรืออัตราการตายน้อยลง จากนวัตกรรมทางการแพทย์ที่ก้าวหน้ากว่าในอดีต ทั้งในด้านการตรวจวินิจฉัย รักษา และป้องกันการเกิดโรค ซึ่ง “เทคโนโลยี” เป็นบทบาทสำคัญในการก้าวหน้านี้

อ่านต่อ >>

จับ 4 ธีมสร้างกำไรใน China Megatrends

โพสต์เมื่อ 25 สิงหาคม 2564

การปรับฐานของตลาดหุ้นจีนในช่วงครึ่งแรกของปี 2021 จากความกังวลต่อการดำเนินนโยบายการเงินแบบเข้มงวดจากธนาคารกลางจีน รวมถึงการที่ภาครัฐได้เข้ามากำกับดูแลบริษัทในกลุ่มเทคโนโลยีหลายบริษัทของจีน เพื่อลดการผูกขาดทางการค้า ได้ส่งผลให้ Valuation ดัชนีของตลาดหุ้นจีนยังคงซื้อ-ขายในระดับ Fwd PE เพียงแค่ประมาณ 15 เท่า ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำกว่า Valuation ของดัชนีตลาดหุ้นของสหรัฐฯ ที่มีค่า Fwd PE สูงถึงราว 22 เท่า สะท้อนให้เห็นว่า Valuation ของดัชนีตลาดหุ้นจีน ซึ่งเป็นเศรษฐกิจที่ใหญ่อันดับ 2 ของโลกยัง “มีส่วนลด” อย่างมาก เมื่อเทียบกับดัชนีตลาดหุ้นของเศรษฐกิจเบอร์ 1 ของโลกอย่างสหรัฐฯ

อ่านต่อ >>