3 เหตุผลที่วัยรุ่น Y2K ต้องมีประกันบำนาญติดตัว

file

                     ปีนี้กระแสของ Y2K หรือ “The Year 2000” กลับมาโลดแล่นอีกครั้งผ่านอุตสาหกรรมบันเทิงและแฟชั่น ซึ่งเป็นการปลุกกระแสของกลุ่มคน Generation Y หรือ Millennials ที่เป็นวัยรุ่นยุคนั้น โดยมีอายุราว 26 – 43 ปี ในปัจจุบัน โดยคน Gen Y เป็นยุคแรกที่ใช้อินเทอร์เน็ตอย่างแพร่หลาย ทำให้สังคมออนไลน์เติบโตแบบก้าวกระโดดและมีอิทธิพลกับสังคมออนไลน์ในปัจจุบันด้วย ตอกย้ำด้วยแบบสำรวจของเฟลชแมนฮิลลาร์ด ประเทศไทย ระบุว่าคน Gen Y มีอัตลักษณ์ที่ให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์บนโลกออนไลน์มากกว่าโลกแห่งความเป็นจริง

อย่างไรก็ตาม แบบสำรวจนี้สรุปเพิ่มเติมว่า การให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์ของคน Gen Y ทำให้มองความสำคัญของการออมลดลง เมื่อเทียบกับคนยุคก่อนอย่าง Baby boomer หรือ Gen X ในขณะที่เราทราบกันดีว่าประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ที่อาจเป็นเทรนด์ทางสังคมโลกที่คน Gen Y อาจพึ่งพาคนรุ่นหลังยากขึ้นด้วย ดังนั้นคน Gen Y มีโจทย์สำคัญเพื่อให้สามารถใช้ชีวิตต่อไปจนถึงหลังเกษียณอย่างไรให้ไลฟ์สไตล์ไม่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ที่นิยมการหาความสุขในชีวิตด้วยการใช้จ่ายเพื่อสร้างภาพลักษณ์แก่ตนเอง และสามารถดูแลตนเองได้หากไม่มีลูกหลานช่วยดูแลอีกด้วย ซึ่งประกันชีวิตประเภทบำนาญ (ประกันบำนาญ) จะเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้แผนเกษียณตรงตามไลฟ์สไตล์ของคน Gen Y ซึ่งประกอบไปด้วย 3 เหตุผลดังนี้

1) ประกันบำนาญช่วยรักษาวินัยการใช้จ่ายหลังเกษียณ โดยรูปแบบการจ่ายเงินคืนของประกันบำนาญของไทยในปัจจุบันเป็นรูปแบบ Fixed Annuity หรือเมื่อถึงอายุเกษียณที่กำหนดในกรมธรรม์ (โดยทั่วไปคือ อายุ 60 ปี) จะมีการให้เงินคืนแก่ผู้เอาประกันคงที่ไปตลอดจนถึงอายุสูงสุดของผู้เอาประกันที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ ทำให้ชาว Gen Y วางแผนได้ทันทีและชัดเจนว่าหากต้องการใช้เงินหลังเกษียณตามไลฟ์สไตล์ที่ตนเองหวังไว้ จะต้องเตรียมเงินไว้ออมเงินผ่านประกันบำนาญเท่าไหร่ และการรับเงินบำนาญเป็นงวดๆ จะช่วยลดการใช้จ่ายเกินกว่าแผนที่วางไว้ได้ด้วย

2) ประกันบำนาญมีความเสี่ยงต่ำ ช่วยเพิ่มโอกาสให้การเกษียณเป็นไปตามแผนมากขึ้น แม้คน Gen Y อาจให้ความสำคัญกับการออมน้อย แต่การลงทุนสินทรัพย์เสี่ยงกลับเป็นสิ่งที่คน Gen Y สนใจมากที่สุดเมื่อเทียบกับคนยุคอื่นๆ โดยข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยสรุปยอดเปิดบัญชีหุ้นสะสมถึงสิ้นปี 2564 พบว่ามีสัดส่วนคน Gen Y ถึง 51% เพราะการซื้อ-ขายหลักทรัพย์ที่เข้าถึงได้ง่ายด้วยแอปพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟนในปัจจุบัน และค่านิยมของการสร้าง Passive Income หรือ การให้เงินลงทุนเติบโตผ่านการลงทุนในหุ้น แน่นอนว่าการลงทุนกับสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงจะช่วยให้แผนเกษียณสามารถบรรลุเป้าหมายตามที่หวังไว้ได้ง่ายดาย แต่ย่อมมาพร้อมกับความเสี่ยงด้านราคาที่ผันผวนสูง ขณะที่การวางแผนเกษียณเป็นแผนการเงินที่ไม่ควรมีข้อผิดพลาด เพราะเป็นการวางแผนระยะยาวและไม่สามารถแก้ไขได้ในระยะเวลาอันสั้น

การใช้ประกันบำนาญควบคู่ไปกับการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงที่ผลตอบแทนสูง จะช่วยลดความเสี่ยงที่เงินทุนหลังเกษียณลดลงมากกว่าคาดหากตลาดหุ้นมีความผันผวนรุนแรงในระยะสั้น และลดความจำเป็นในการขายสินทรัพย์ที่ราคาลดลงเพื่อนำไปใช้จ่ายหลังเกษียณ แต่หากเรามีประกันบำนาญเป็นส่วนของแผนเกษียณจะสามารถนำเงินที่ได้รับในแต่ละงวดนำไปใช้จ่ายก่อนได้ในช่วงที่ราคาสินทรัพย์ไม่เป็นใจ

3) ค่าเบี้ยประกันบำนาญสามารถนำไปบริหารภาษี ซึ่งเพิ่มความมั่งคั่งระยะยาวได้ ปัจจุบันปีภาษี 2566 ค่าเบี้ยของประกันบำนาญสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 15% ของรายได้พึงประเมินที่ต้องเสียภาษีเงินได้หรือไม่เกิน 200,000 บาท หรือสูงสุด 300,000 บาทหากใช้ไม่ได้ใช้สิทธิ์ลดหย่อนค่าเบี้ยประกันชีวิต และเมื่อรวมกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ, กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ, กองทุนการออมแห่งชาติ, กองทุนเพื่อส่งเสริมการออมระยะยาว (SSF), กองทุนเพื่อการเกษียณ (RMF) และกองทุนสงเคราะห์ตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชนต้องไม่เกิน 500,000 บาท โดยประโยชน์ของการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีจากการออมเหล่านี้เสมือนกับการได้ผลตอบแทนทันทีเมื่อชำระค่าเบี้ยประกัน เช่น หากตัวแทนของ Gen Y อายุ 40 ปี เพศหญิง มีรายได้สุทธิหลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนอื่นที่ 1,000,000 บาท หากใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีด้วยเบี้ยประกันบำนาญ TISCO My Wish Retirement 99.5 ที่ทุนประกัน 150,000 ชำระเบี้ย 5 ปี ปีละ 114,221 บาท โดยมีรายได้เท่ากันต่อเนื่อง 5 ปี เมื่อรวมผลประโยชน์ที่ได้รับจากการลดหย่อนภาษี กับเงินคืนที่ได้รับในแต่ละปีตั้งแต่อายุ 60 ปีจนถึงอายุ 90 ปี ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยถึงปีละ 2.82% ซึ่งเมื่อเทียบกับกองทุนตราสารหนี้ไทยที่สามารถลดหย่อนภาษีได้และมีผลงานการันตีด้วย Morningstar ระดับ 5 ดาว ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมามีอัตราผลตอบแทนเพียงปีละ 1.9 - 2.2% เท่านั้น อีกทั้งการรับเงินประกันบำนาญไม่ต้องกังวลกับการปรับเปลี่ยนการลงทุนเพิ่มเติมจนถึงสิ้นอายุขัย ทำให้มีเวลาไปใช้ชีวิตมากขึ้นด้วย

ตอนนี้กระแส Y2K ที่เกิดขึ้นทำให้ชาว GenY หวนรำลึกช่วงเวลาที่หอมหวานของสิ่งบันเทิงและแฟชั่นในอดีต แต่อนาคตของวัยรุ่น Y2K กำลังจะเข้าสู่วัยกลางคนและถึงวัยเกษียณในไม่ช้า สิ่งสำคัญที่ต้องระลึกถึงนับจากนี้ คือ เมื่อถึงวัยเกษียณจะวางแผนอย่างไรให้สามารถใช้ชีวิตได้อย่างอิสระ และตรงตามไลฟ์สไตล์ของตนเองต่อไป ซึ่งประกันบำนาญจะเป็นหนึ่งเครื่องมือทางการเงินที่สำคัญที่ช่วยวางแผนและกำหนดไลฟ์สไตล์ของขาว Y2K ให้มีความสุขและมีสีสันในการใช้ชีวิตตามที่ตนเองต้องการโดยไม่เดือดร้อนลูกหลานอีกด้วย

 

บทความโดย ศิวกร ทองหล่อ CFP® Wealth Manager TISCO Wealth

เผยแพร่ครั้งแรก เว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ  

บทความล่าสุด

ถึงเวลาเพิ่มน้ำหนักหุ้น รับเศรษฐกิจฟื้นตัว

โพสต์เมื่อ 12 กรกฎาคม 2567

เศรษฐกิจโลกกำลังเข้าสู่ช่วงของการฟื้นตัว ขณะที่ดอกเบี้ยนโยบายเริ่มกลับทิศเป็นขาลงภายใต้สถานการณ์นี้ เป็นช่วงที่เหมาะกับการลงทุนใน “หุ้น” ที่สุด

อ่านต่อ >>

3 กลยุทธ์ปรับพอร์ต ก่อนเลือกตั้งสหรัฐฯ

โพสต์เมื่อ 12 กรกฎาคม 2567

ปัจจัยที่นักลงทุนทั่วโลกจับตามองมากที่สุดคงหนีไม่พ้นการเลือกตั้งสหรัฐฯที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันที่ 5 พ.ย. นี้ ซึ่งจะเป็นการ Rematch ระหว่าง Donald Trump กับ Joe Biden และถือเป็นอีกครั้งในประวัติศาสตร์การเมืองสหรัฐฯนับตั้งแต่ปี 1956 ที่ผู้ลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีทั้งคู่ต่างเป็น “อดีตประธานาธิบดี”

อ่านต่อ >>

Thematic ลงทุนเฉพาะทางยังไงให้เข้าใจ Megatrend

โพสต์เมื่อ 12 กรกฎาคม 2567

การลงทุนแบบ Thematic เป็นกลยุทธ์การลงทุนที่มุ่งเน้นการเลือกลงทุนในธีมหรือแนวโน้มที่คาดว่าจะมีการเติบโตในอนาคตเป็น “เมกะเทรนด์” ซึ่งเป็นเทรนระยะยาวมากกว่า 10 ปี ที่เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงวิถีการใช้ชีวิตของมนุษย์และเปลี่ยนวิถีการทำธุรกิจที่ส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของโลก โดยครอบคลุมหลายอุตสาหกรรมละหลายภูมิภาคที่เกี่ยวข้องกับธีมนั้นๆ

อ่านต่อ >>