เมื่อพูดถึงการวางแผนเกษียณ หลายคนมักนึกถึงเรื่องสุขภาพ เงินออม และการบริหารค่าใช้จ่ายหลังหยุดทำงานเป็นหลัก แต่ยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่ควรวางแผนตั้งแต่เนิ่น ๆ คือ “บ้านที่เราจะใช้ชีวิตอยู่เมื่ออายุมากขึ้น” เพราะบ้านที่อยู่สบายในวันนี้ อาจไม่เหมาะกับร่างกายในอีก 10 หรือ 20 ปีข้างหน้า เมื่อสายตา การทรงตัว กำลังขา และความสามารถในการช่วยเหลือตัวเองเริ่มเปลี่ยนไป
แนวคิด Universal Design หรือการออกแบบเพื่อคนทุกวัย จึงไม่ได้หมายถึงการทำบ้านสำหรับผู้สูงอายุเท่านั้น แต่คือการทำให้บ้านสามารถ “แก่ไปพร้อมกับเรา” หรือที่เรียกว่า Aging in Place เพื่อให้เรายังใช้ชีวิตในบ้านเดิมได้อย่างปลอดภัย สะดวก และพึ่งพาตัวเองได้นานที่สุด
จุดเริ่มต้นไม่จำเป็นต้องเป็นการรื้อบ้านครั้งใหญ่ แต่ควรสำรวจ 4 จุดเสี่ยงสำคัญ ได้แก่ ห้องน้ำ บันได เตียงนอน และพื้นที่เชื่อมต่อระหว่างภายในกับภายนอกบ้าน โดยเฉพาะห้องน้ำที่มีโอกาสลื่นล้มสูง ควรเลือกพื้นกันลื่น ลดธรณีประตู ติดราวจับข้างโถสุขภัณฑ์และพื้นที่อาบน้ำ รวมถึงใช้ประตูบานเลื่อนหรือประตูที่เปิดออกด้านนอก เผื่อกรณีต้องเข้าช่วยเหลือฉุกเฉิน
สำหรับบ้านที่มีพื้นต่างระดับ หากต้องทำ ทางลาดสำหรับรถเข็น ควรใช้ความชันไม่เกิน 1:12 หมายความว่า พื้นที่สูงขึ้นทุก 10 เซนติเมตร ควรมีทางลาดยาวอย่างน้อย 1.20 เมตร หากต่างระดับ 30 เซนติเมตร จะต้องใช้ทางลาดประมาณ 3.60 เมตร ทางลาดและทางเดินควรกว้างอย่างน้อยประมาณ 90 เซนติเมตร ส่วนบริเวณที่ต้องหมุนรถเข็นควรเผื่อพื้นที่ประมาณ 1.50 × 1.50 เมตร
นอกจากนี้ ควรลดพื้นต่างระดับ เก็บพรมและสายไฟออกจากทางเดิน เพิ่มไฟส่องสว่างบริเวณบันไดและเส้นทางจากห้องนอนไปห้องน้ำ รวมถึงพิจารณาย้ายห้องนอนลงมาชั้นล่าง หากบ้านมีหลายชั้น เพราะเป้าหมายของ Universal Design ไม่ได้อยู่ที่ความสวยงามเพียงอย่างเดียว แต่คือการลดจุดที่อาจทำให้ผู้สูงอายุต้องออกแรงมากเกินไปหรือเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย
ในด้านค่าใช้จ่าย การปรับบ้านสามารถเริ่มจากงบประมาณที่ไม่สูงมาก ตัวอย่างเช่น เทปกันลื่นประมาณ 432–980 บาท สัญญาณฉุกเฉินพร้อมค่าแรงประมาณ 1,600–3,800 บาท ราวจับข้างบันไดพร้อมค่าแรงประมาณ 2,800–4,900 บาท และเก้าอี้นั่งอาบน้ำพร้อมราวจับประมาณ 1,500–6,500 บาท ขณะที่การปรับห้องน้ำ ห้องนอน ทางเดิน หรือโครงสร้างครั้งใหญ่อาจต้องเตรียมงบตั้งแต่หลักหมื่นถึงหลักแสนบาท ขึ้นอยู่กับสภาพบ้านและวัสดุที่เลือกใช้
ดังนั้น ก่อนเกษียณควรมี “งบปรับบ้าน” แยกไว้เป็นส่วนหนึ่งของแผนการเงิน และควรเผื่องบจากราคาประเมินไว้อีกประมาณ 10–20% สำหรับงานที่อาจพบระหว่างการปรับปรุง เช่น ระบบไฟ ท่อน้ำ หรือโครงสร้างเดิมที่ต้องแก้ไขเพิ่มเติม ที่สำคัญ เงินก้อนนี้ไม่ควรเบียดบังเงินสำรองฉุกเฉิน ค่ารักษาพยาบาล หรือเงินสำหรับใช้จ่ายประจำหลังเกษียณ
อย่างไรก็ตาม การปรับบ้านให้ปลอดภัยเป็นเพียงหนึ่งส่วนของแผน เพราะหากวันหนึ่งสุขภาพเปลี่ยนจนต้องมีผู้ช่วยดูแล ยังอาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ทั้งค่าผู้ดูแล อาหาร อุปกรณ์ทางการแพทย์ และการเดินทางไปโรงพยาบาล จึงควรวางแผนเรื่องที่อยู่อาศัยควบคู่กับเงินสำหรับ Long-term Care ตั้งแต่ยังสุขภาพแข็งแรง
ท้ายที่สุด การ “เกษียณสุข” ไม่ได้หมายถึงการมีเงินเพียงพอเท่านั้น แต่ยังหมายถึงการได้ใช้ชีวิตในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย เป็นอิสระ และเลือกวิถีชีวิตของตัวเองได้ การปรับบ้านตามแนวคิด Universal Design ตั้งแต่วันนี้ จึงไม่ใช่แค่ค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมบ้าน แต่คือการลงทุนเพื่อให้บ้านยังเป็นพื้นที่ที่รองรับเราได้ในทุกช่วงวัย
หมายเหตุ: ตัวเลขค่าใช้จ่ายเป็นข้อมูลเพื่อใช้ประเมินงบประมาณเบื้องต้น ราคาจริงอาจแตกต่างกันตามทำเล วัสดุ ค่าแรง และสภาพของบ้าน
บทความโดย กิตติธัช เหล่าขจรบุญ AFPT™
Assistant Wealth Manager ธนาคารทิสโก้


