ปรับพอร์ตจาก Bond สู่กองทุนผสม ในจังหวะปลายวัฏจักรดอกเบี้ย

บทความการลงทุนเชิงลึก ที่คุณไม่ควรพลาด

ปรับพอร์ตจากBondสู่กองทุนผสมในจังหวะปลายวัฏจักรดอกเบี้ย 800X420

ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา กองทุนตราสารหนี้กลับมาได้รับความสนใจจากนักลงทุนอีกครั้ง หลังจากธนาคารกลางทั่วโลกปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างรวดเร็วเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ ส่งผลให้ผลตอบแทนของตราสารหนี้อยู่ในระดับที่น่าสนใจ และมีบทบาทสำคัญในการสร้างเสถียรภาพให้กับพอร์ตการลงทุน

แต่ในปี 2026 วัฏจักรดอกเบี้ยมีแนวโน้มเข้าสู่ช่วงปลาย (Late Cycle) โดยตลาดคาดว่าการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในระยะข้างหน้าอาจเกิดขึ้นในขอบเขตที่จำกัดมากขึ้น ส่งผลให้โอกาสที่ราคาตราสารหนี้จะปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเริ่มลดลง ขณะเดียวกัน ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ผลักดันให้ราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้น อาจสร้างแรงกดดันต่อเงินเฟ้อและทำให้ธนาคารกลางมีข้อจำกัดในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม ภายใต้บริบทดังกล่าว นักลงทุนอาจพิจารณาปรับสัดส่วนการลงทุนจากการถือครองกองทุนตราสารหนี้เพียงอย่างเดียวไปสู่กองทุนผสม เพื่อกระจายความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนในระยะยาวสำหรับผู้ที่สามารถรับความผันผวนที่เพิ่มขึ้นได้

Risk-Return Profile ของสินทรัพย์แต่ละประเภท

ในเชิงโครงสร้าง สินทรัพย์แต่ละประเภทมีความสัมพันธ์ระหว่าง ผลตอบแทนและความเสี่ยง (Risk-Return Trade-off) ที่แตกต่างกัน โดยข้อมูลในระยะยาวสะท้อนให้เห็นถึงลักษณะของสินทรัพย์ดังนี้ (ข้อมูลช่วงปี 1976-2025)

11 4

จากข้อมูลดังกล่าว กองทุนผสมจึงถือเป็นทางเลือกในการจัดสรรสินทรัพย์ที่ช่วยผสานระหว่างการสร้างการเติบโตของพอร์ตและการบริหารความผันผวนให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม

หากพิจารณาถึงเส้นทางการสร้างความมั่งคั่งในระยะยาว ตั้งแต่ ตราสารหนี้ ที่เน้นปกป้องเงินทุนด้วยผลตอบแทนสม่ำเสมอราว 4-5% แต่ก็อาจเติบโตไม่ทันเงินเฟ้อในระยะยาว หากมองไปที่ กองทุนตราสารทุน แม้จะมีศักยภาพในการสร้างผลตอบแทนเฉลี่ย 10% แต่ก็ต้องแลกมาด้วยความผันผวนสูงที่อาจติดลบหนักได้ในบางปี ขณะที่กองทุนผสม 60:40 แบบดั้งเดิม แม้จะเป็นจุดสมดุลมาตรฐานด้วยผลตอบแทนเฉลี่ย 8% แต่ในโลกการลงทุนที่เปลี่ยนทิศทางเร็ว การยึดติดกับสัดส่วนคงที่อาจทำให้พอร์ตเสียโอกาสหรือรับความเสี่ยงเกินจำเป็น

ด้วยเหตุนี้ การลงทุนในกองทุนผสม ที่มีกลยุทธ์การปรับสัดส่วนแบบยืดหยุ่น (Dynamic Asset Allocation) ที่เน้นการบริหารเชิงรุก ทีมผู้เชี่ยวชาญคอยวิเคราะห์และปรับเปลี่ยนสัดส่วนระหว่างหุ้นและตราสารหนี้และสินทรัพย์อื่นๆให้สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจ เช่น การเพิ่มน้ำหนักหุ้นในช่วงเศรษฐกิจฟื้นตัวเพื่อเร่งทำกำไร และสลับมาถือตราสารหนี้คุณภาพสูงเพื่อปกป้องเงินลงทุนในช่วงตลาดขาลง หากตลาดอยู่สภาวะผันผวนผู้จัดการกองทุนสามารถถือเงินสดเพิ่มได้ กลยุทธ์ที่ยืดหยุ่นนี้ช่วยให้พอร์ตการลงทุนสามารถลดความผันผวนได้ อย่างเช่นในปี 2022 ที่ตลาดปรับตัวลงแรง พอร์ตกองทุนผสมแบบดั้งเดิม 60:40 ปรับตัวลดลงมากกว่า -15% ขณะที่กองทุนอย่าง Schroder ISF Global Target Return ลดลงเพียงประมาณ -8% เท่านั้น อีกทั้งในระยะ 5 ปีที่ผ่านมา กองทุนยังสามารถสร้างผลตอบแทนเฉลี่ยได้ราว 6% ต่อปี สะท้อนถึงความสามารถในการจำกัด downside และสร้างผลตอบแทนได้อย่างสม่ำเสมอ สะท้อนถึงจุดเด่นของกลยุทธ์ที่มีความยืดหยุ่นในการปรับสัดส่วนการลงทุนตามสภาวะเศรษฐกิจ ซึ่งอาจเหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการสร้างผลตอบแทนอย่างสม่ำเสมอในระยะยาวภายใต้ความเสี่ยงที่ควบคุมได้

บทความโดย ธงชัย ศิริพิน AFPT™ 

Assistant Wealth Manager ธนาคารทิสโก้

บทความล่าสุด

Healthcare ไม่ได้มีดีแค่ Defensive เมื่อ AI กำลังสร้างโอกาสการเติบโตใหม่

ตลอดช่วงที่ผ่านมา Technology AI เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของตลาดหุ้นโลก จากการลงทุนใน Semiconductor, Data Center และโครงสร้างพื้นฐาน AI

อ่านต่อ >>

ปรับบ้านให้พร้อมรับวัยเกษียณ ด้วยแนวคิด Universal Design

แนวคิด Universal Design หรือการออกแบบเพื่อคนทุกวัย จึงไม่ได้หมายถึงการทำบ้านสำหรับผู้สูงอายุเท่านั้น แต่คือการทำให้บ้านสามารถ “แก่ไปพร้อมกับเรา” หรือที่เรียกว่า Aging in Place เพื่อให้เรายังใช้ชีวิตในบ้านเดิมได้อย่างปลอดภัย สะดวก และพึ่งพาตัวเองได้นานที่สุด

อ่านต่อ >>

วางแผนบ้านหลังเกษียณ กับค่าใช้จ่ายที่ไม่ควรมองข้าม

การผ่อนบ้านหมดก่อนเกษียณเป็นเป้าหมายที่ดี เพราะช่วยลดภาระหนี้และทำให้กระแสเงินสดหลังหยุดทำงานคล่องตัวขึ้น แต่การไม่มีค่างวด ไม่ได้หมายความว่าต้นทุนเรื่องที่อยู่อาศัยจะหายไปทั้งหมด สิ่งที่หมดลงคือ “ต้นทุนทางการเงิน” จากเงินต้นและดอกเบี้ย ขณะที่ “ต้นทุนการถือครองและอยู่อาศัย” ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

อ่านต่อ >>

Healthcare ไม่ได้มีดีแค่ Defensive เมื่อ AI กำลังสร้างโอกาสการเติบโตใหม่

ตลอดช่วงที่ผ่านมา Technology AI เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของตลาดหุ้นโลก จากการลงทุนใน Semiconductor, Data Center และโครงสร้างพื้นฐาน AI

อ่านต่อ >>

ปรับบ้านให้พร้อมรับวัยเกษียณ ด้วยแนวคิด Universal Design

แนวคิด Universal Design หรือการออกแบบเพื่อคนทุกวัย จึงไม่ได้หมายถึงการทำบ้านสำหรับผู้สูงอายุเท่านั้น แต่คือการทำให้บ้านสามารถ “แก่ไปพร้อมกับเรา” หรือที่เรียกว่า Aging in Place เพื่อให้เรายังใช้ชีวิตในบ้านเดิมได้อย่างปลอดภัย สะดวก และพึ่งพาตัวเองได้นานที่สุด

อ่านต่อ >>

วางแผนบ้านหลังเกษียณ กับค่าใช้จ่ายที่ไม่ควรมองข้าม

การผ่อนบ้านหมดก่อนเกษียณเป็นเป้าหมายที่ดี เพราะช่วยลดภาระหนี้และทำให้กระแสเงินสดหลังหยุดทำงานคล่องตัวขึ้น แต่การไม่มีค่างวด ไม่ได้หมายความว่าต้นทุนเรื่องที่อยู่อาศัยจะหายไปทั้งหมด สิ่งที่หมดลงคือ “ต้นทุนทางการเงิน” จากเงินต้นและดอกเบี้ย ขณะที่ “ต้นทุนการถือครองและอยู่อาศัย” ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

อ่านต่อ >>
Scroll to Top
ไอคอน PDPA

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานเว็บไซต์ของท่านให้ดียิ่งขึ้น และนำเสนอโฆษณาที่เกี่ยวข้องและตรงกับความสนใจของท่าน โดยท่านสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้จาก นโยบายการใช้คุกกี้ กรุณากดยอมรับเพื่อยินยอมให้เราใช้คุกกี้

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้ที่จำเป็น

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึกการตั้งค่า