
‘โยคะหัวเราะ’ ศาสตร์ดูแลร่างกายและจิตใจ ให้มีความสุขจากเสียงหัวเราะ
นิตยสาร Trust ฉบับที่ 73 | คอลัมน์ Exclusive Health
ทุกคนน่าจะรู้จัก ‘โยคะ’ กันเป็นอย่างดี แต่เราเชื่อว่าหลายคนยังอาจไม่รู้จัก ‘โยคะหัวเราะ’ หรือ Laughing Yoga หรือ Laughter Yoga ที่มีงานวิจัยรับรองจากทั่วโลกว่า เป็นศาสตร์หนึ่งที่สามารถทำให้การหัวเราะสร้างประโยชน์ให้สุขภาพของทั้งร่างกายและจิตใจตามข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์ที่ว่า ร่างกายไม่สามารถแยกระหว่างเสียงหัวเราะปลอมและเสียงหัวเราะจริงได้ เพราะฉะนั้น ใคร ๆ ก็สามารถหัวเราะได้โดยไม่จำเป็นต้องมีเงื่อนไข และนั่นได้ทำให้การฝึก ‘โยคะหัวเราะ’ พร้อมกับการเลียนแบบท่าทางง่าย ๆ ของเด็ก ๆ และการฝึกหายใจแบบโยคะ ได้สร้างทั้งความสุข สร้างทั้งสุขภาพดี จากการที่สมองหลั่งฮอร์โมนแห่งความสุขออกมา
‘โยคะหัวเราะ’ ศาสตร์เยียวยาสุขภาพจากอินเดีย
ครูเก๋–วรารักษ์ สู่โนนทอง หนึ่งในผู้ก่อตั้ง Laughter University of Thailand เป็น Laughter Yoga Trainer คนเดียวในประเทศไทย และเป็น 1 ใน 70 คนของโลกที่นำ ‘โยคะหัวเราะ’ เข้ามาในประเทศไทย จนทำให้หลายต่อหลายคนเปลี่ยนชีวิตจากศาสตร์เยียวยาสุขภาพนี้ ที่ถูกค้นพบในปี ค.ศ. 1995 โดย Dr.Madan Kataria ซึ่งเป็นแพทย์ในประเทศอินเดีย และเป็นอาจารย์สอน ‘โยคะหัวเราะ’ แก่เธอ
“เก๋เรียนจบโบราณคดีจากมหาวิทยาลัยศิลปากรค่ะ ใช้ชีวิตสนุกอย่างเต็มที่ แล้วก็ทำงานเป็นแอร์โฮสเตสด้วย เป็นอาชีพที่นาฬิกาชีวิตเสียระบบ ซึ่งพอผ่านไปประมาณ 8 ปี ก็เหมือนระเบิดชีวิตคือ ‘ตูม!’ ร่างกายพัง เป็นทั้งอีสุกอีใส ผ่าตัดไส้ติ่ง หลายโรคต่างทยอยเข้ามา จนกระทั่งเป็นไทรอยด์เป็นพิษ ที่ทำให้เก๋เสียงแหบและเสียงยิ่งแย่ลง ๆ หมอสันนิษฐานว่าเป็นมะเร็งที่ต่อมไทรอยด์ นี่จึงเป็นจุดเปลี่ยนแรกของชีวิตที่มาสนใจด้านสุขภาพ และลาออกจากแอร์โฮสเตส”
ทว่าโรคของคุณเก๋ไม่หมดแค่นี้ เพราะต่อมาเส้นเสียงของเธอได้กลายเป็นอัมพาตชนิดถาวร จนต้องรับการผ่าตัดและเข้า Voice Therapy เพื่อฟื้นฟูเสียงและฝึกพูดใหม่ แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ กลายเป็นความป่วยที่เจ้าตัวบอกใคร ๆ ในตอนนั้นว่า ‘เก๋ไม่สามารถยิ้มได้อีกแล้ว’ พร้อมกับโรคซึมเศร้าขั้นรุนแรง จนเคยคิดกินยาฆ่าตัวตาย เพราะชีวิตเหมือนล้มเหลวทั้งการงาน การเงิน และครอบครัว
“เก๋กลายเป็นผู้ป่วยโรงพยาบาลศรีธัญญาสมบูรณ์แบบเลย กระทั่งวันหนึ่งยืนมองตัวเองหน้ากระจก แล้วรู้สึกว่า ‘สงสารผู้หญิงในกระจกนี้ แววตาไม่มีความสุขเลย’ เลยบอกกับตัวเองว่า จะมีชีวิตเหมือนอยู่ในนรกตลอดไปแบบนี้ไม่ได้ ต้องทำอะไรสักอย่างให้ร่างกายหลุดพ้น แล้วเก๋ก็ไปอ่านเจอประโยคหนึ่งของท่านพุทธทาสภิกขุเขียนว่า ‘กูไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็นทุกข์โว้ย’ เป็นอีกจุดที่ตัวเองอยากกลับไปยิ้มให้ได้เหมือนเดิม โดยเป็นความโชคดีว่า ตอนนั้นเรารู้จัก ‘โยคะหัวเราะ’ อยู่แล้ว แต่ไม่ได้จริงจัง จึงตัดสินใจไปอินเดีย ไปหา Dr.Madan Kataria ซึ่งเป็นแพทย์จากเมืองมุมไบที่รักษาคนป่วยด้วย ‘โยคะหัวเราะ’ และยังสอนให้คนทั่วไปด้วย เลยทำให้เก๋พบกับท่านและเรียนโดยตรงค่ะ”
สำหรับ ‘ศาสตร์แห่งโยคะหัวเราะ’ มีจุดเริ่มต้นจากการที่ Dr.Madan ได้ไปเจองานวิจัยหนึ่งว่า ‘Laugh is the best medicine เสียงหัวเราะคือยาที่ดีที่สุด’ เลยตั้งคำถามกับตัวเองว่า ‘แล้วจะทำอย่างไรให้เสียงหัวเราะกลายเป็นยาได้’ จากการอ่านงานวิจัยของ Dr.Madan Kataria สู่กระบวนการทำให้การหัวเราะไปถึงในระดับที่สามารถบำบัดได้ หรือสามารถบำบัดเยียวยาข้างในได้จริง ซึ่ง ‘โยคะหัวเราะ’ มีงานวิจัยกว่า 300–400 ชิ้นทั่วโลกเลย โดยค้นพบว่า การจะให้ร่างกายผลิตยาหรือสารเคมีบางอย่างที่สามารถเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนจนส่งผลให้ร่างกายคนเราสามารถฟื้นฟู ซ่อมแซม เยียวยาได้ ต้องหัวเราะเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 10-15 นาทีอย่างต่อเนื่อง
‘โยคะหัวเราะ’ กระตุ้น ‘DOSE’ หรือ 4 ฮอร์โมนสร้างสุข
‘โยคะหัวเราะ’ เป็นวิทยาศาสตร์ของการหายใจ เป็นการหัวเราะที่มีการหายใจออกได้ยาวที่สุด ‘ฮ่า…ฮ่า…ฮ่า…คือการหายใจออกและคายคาร์บอนไดออกไซด์ เพื่อให้ร่างกายสามารถรับออกซิเจนได้มากขึ้นในลมหายใจต่อไป’
ทั้งนี้ ในฟังก์ชันของร่างกายเมื่อเกิดความเครียดจะส่งผลให้หายใจสั้นและตื้นลง ทำให้ปริมาณลมหมักหมมที่ค้างอยู่ในปอดสูงขึ้น รับออกซิเจนต่อไปได้น้อย ศักยภาพและประสิทธิภาพในกระบวนการคิดต่าง ๆ ก็ลดลง ซึ่งในกระบวนการ ‘โยคะหัวเราะ’ สามารถช่วยให้ร่างกายเข้าสู่ศักยภาพของสุขภาพดี ๆ ได้ พร้อมกับกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนของความสุขต่าง ๆ ที่ช่วยฟื้นฟูซ่อมแซม เยียวยา และบำบัดร่างกายในระดับเซลล์และระดับ DNA โดยฮอร์โมนแห่งความสุข คือ ‘DOSE’ ได้แก่
D คือ Dopamine (โดพามีน) เวลาหัวเราะแล้วสารโดพามีนหลั่งจะทำให้รู้สึกมีความหวัง สร้างแรงจูงใจ มีกำลังใจในการใช้ชีวิต มักถูกเรียกว่า ‘สารรู้สึกดี’
O คือ Oxytocin (ออกซิโตซิน) เป็นเสมือนฮอร์โมนแห่งความรัก (Love Hormone) เมื่อฝึกโยคะหัวเราะมากขึ้นก็ทำให้รู้สึกมีความรักมากขึ้น มีทั้งความรักตัวเอง รักคนอื่น รักสรรพสัตว์ รักสิ่งแวดล้อม ซึ่งเมื่อรักแล้วก็จะรู้สึกมีเมตตา (เมตตา–เป็นความปรารถนาที่อยากให้ผู้อื่นเป็นสุข) เป็นสารที่หลั่งจาก ‘เซโรโทนิน’
S คือ Serotonin (เซโรโทนิน) เป็นฮอร์โมนความสงบ เมื่อฝึก ‘โยคะหัวเราะ’ เป็นกระบวนการฝึกในระดับจิตใต้สำนึกที่ส่งผลให้ทั้งกาย จิตใจ อารมณ์ ถูกปลดปล่อยจนทำให้รู้สึกสงบ
E คือ Endorphin (เอนโดรฟิน) ฮอร์โมนแห่งความสุข หรือสารระงับความเจ็บปวด ที่ทำให้รู้สึกดี สบายตัว โดยงานวิจัยพบว่า การหัวเราะอย่างสุดหัวใจ ระเบิดหัวเราะเต็มที่แบบโยคะหัวเราะเป็นเวลา 10-15 นาที ร่างกายหลั่งสารเอนโดรฟินได้เสมือนกับการฉีดมอร์ฟีน 2 ชั่วโมง ดังนั้น การฝึก ‘โยคะหัวเราะ’ สามารถบรรเทาอาการปวดกายปวดใจ
หัวเราะให้ถึงจุดพีก จบด้วยความสงบของกายและใจ
“วันนี้พูดได้เลยค่ะว่า เก๋เป็นหลักฐานที่มีชีวิตจากการฟื้นฟูตัวเองทั้งกายใจ จิตวิญญาณ และอารมณ์ จาก ‘โยคะหัวเราะ’ ที่มีคำตอบทางวิทยาศาสตร์ให้ได้ทั้งหมด และมันฝึกได้ง่ายมาก ๆ ด้วยค่ะ”
การฝึก ‘โยคะหัวเราะ’ เป็นการปฏิบัติเหมือนการออกกำลังกายทั่วไป มีการวอร์มอัป วอร์มเสียง ให้เกิดความกล้า ‘หัวเราะ’ จากนั้นก็จะมีท่าทางต่าง ๆ เพื่อให้ร่างกายมีการเคลื่อนไหว ซึ่งจะช่วยกระตุ้นให้สามารถหัวเราะออกมาได้อย่างเต็มพลัง ดังคำกล่าวว่า ‘กายนำจิต กายเคลื่อนไหวเปลี่ยนอารมณ์’
“คิดง่าย ๆ ค่ะ ถ้านั่งเฉย ๆ แล้วหัวเราะ ฮ่า…ฮ่า…ฮ่า ก็ไม่ได้ใช่ไหมคะ มันหัวเราะไม่ออก เราจึงต้องมีการสร้างท่าทางที่ให้เล่นเหมือนเด็ก ๆ เพื่อกระตุ้นเสียงหัวเราะออกมา โดยความเป็นเด็กจะหัวเราะเก่ง ดังนั้น ก็ทำให้ตัวเองเหมือนเด็ก ‘โยคะหัวเราะ’ จึงเหมือนเป็นการเล่นสนุกให้เหมือนเด็ก คนที่ฝึกจึงต้องสนุก ต้องหัวเราะไม่มีเหตุผล ไม่ต้องคิดอะไร ทิ้งอัตตาความเป็นผู้ใหญ่ไปให้หมด แล้วกลับไปเล่นเป็นเด็ก ๆ อย่างสนุกสนาน เช่น ท่า Milk Shake Laughter ที่เหมือนถือแก้วนมมา แล้วออกเสียง เอ๋… เคลื่อนไหวร่างกายแบบเทนม แล้ว เชก! คือกระตุ้นให้ร่างกายสั่นเพื่อปลดปล่อย แล้วก็ดื่มนม หัวเราะ ฮ่า…ฮ่า…ฮ่า…มันจะรู้สึกสนุก”
อีกสิ่งสำคัญในการฝึก ‘โยคะหัวเราะ’ คือ ต้องฝึกเป็นกลุ่ม เพราะการฝึกคนเดียวทำให้ร่างกายหัวเราะไม่ค่อยออก การมีเพื่อนฝึกเป็นกลุ่มด้วยกันเห็นผลลัพธ์ดีกว่า “การหัวเราะคนเดียวมันไม่ได้มีความสุขได้จริง ๆ ค่ะ โดยการฝึก เราจะเน้นการสบตากันด้วย มันส่งความสุข ความรัก ความปรารถนาดีให้กัน พร้อมไปกับกระบวนการของท่าทางต่าง ๆ ไปประมาณ 15 นาที คลื่นสมองเริ่มเปลี่ยน ฮอร์โมนเริ่มเปลี่ยนเพราะถูกกระตุ้น ถ้ายังสนุกอยู่ก็ทำต่อ 30 นาที หรือเป็นชั่วโมงก็ได้ เสร็จแล้วพอถึงจุดพีก แสดงว่าสารเคมีมีการเปลี่ยนไป เราต้องเอาลงค่ะ เรียกว่ากระบวนการ Grounding เอาความสงบลง ไม่อย่างนั้นร่างกายจะฟุ้ง การฝึกต่อไปก็จะเป็นการนั่ง นอน ทำสมาธิ หรือเดินจงกลม เดินบนหญ้า หรือหลับไปเลย อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์สุดท้ายของ ‘โยคะหัวเราะ’ แต่ละครั้ง ผู้ฝึกต้องรู้สึกสงบลง”
ชวนเปิดใจ...เยียวยาสุขภาพด้วยศาสตร์ ‘โยคะหัวเราะ’
ถามว่า ‘โยคะหัวเราะ’ สามารถบำบัดโรคอะไรบ้างที่เห็นผลชัดเจน คุณเก๋บอกว่าโรคกลุ่ม NCDs เห็นผลชัดเจนที่สุด ไม่ว่าจะเป็นโรคเบาหวาน โรคมะเร็ง โรคความดันโลหิตสูง ฯลฯ เรียกว่าเป็นโรคต่าง ๆ ที่เกิดจากภาวะความเครียดแทบทั้งสิ้น
“เมื่อเราฝึกโยคะหัวเราะที่ทำให้ร่างกายหลั่งสารแห่งความสุขทั้ง 4 ตัวนั้น มันไปช่วยลดฮอร์โมนคอร์ติซอลที่เป็นความเครียดเรื้อรัง แล้วยังช่วยบูสต์ภูมิคุ้มกันให้ร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยโรคกลุ่ม NCDs มีสาเหตุจากความเครียดล้วน ๆ เพราะฉะนั้น คุณไม่ต้องรู้อะไรมากเกี่ยวกับ ‘โยคะหัวเราะ’ ก็ได้ แค่ถามว่า ‘เครียดไหม’ ถ้าคำตอบคือกำลัง ‘เครียด’ แล้วไม่มีทางออก ลอง ‘โยคะหัวเราะ’ ดูค่ะ แค่นี้เลย”
ก้าวสู่ชีวิต... ครูเก๋-วรารักษ์ คืนเสียงหัวเราะที่หายไป
ย้อนเวลากลับไป คุณเก๋ได้ร่ำเรียนศาสตร์ ‘โยคะหัวเราะ’ กับ Dr.Madan Kataria ณ ประเทศอินเดียนั้น ‘ศาสตร์โยคะหัวเราะ’ จาก Dr.Madan Kataria จนสำเร็จเป็น Laughter Yoga Master Trainer คนไทยหนึ่งเดียวในโลก พร้อมการสร้างฐานองค์ความรู้โบราณ การเยียวยา การปลุกศักยภาพในตัวคน ผ่านทั้งงานเขียนและเสียง โดยเปิดพื้นที่ Gita’s House (บ้านคีตา) เชียงราย เป็นสนามพลังที่พาทุกคนไปหัวเราะด้วยกันมากว่า 10 ปี
“ตอนเก๋กลับมาจากอินเดีย ยังทำงานในตำแหน่ง General Manager ฝ่ายสื่อสารองค์กรของเซ็นทรัลกรุ๊ป ซึ่งหลังจากได้วิชา ‘โยคะหัวเราะ’ มีความกล้าอะไรก็ไม่รู้ ชวนผู้บริหารเซ็นทรัลหัวเราะด้วยกัน คนแรกที่มาหัวเราะกับเก๋ คือ คุณบุษบา จิราธิวัฒน์ แห่งเซ็นทรัลกรุ๊ป เราทำ ‘โยคะหัวเราะ’ ในออฟฟิศไปสักพัก ทางฝั่ง HR ก็มาเชิญไปสอนด้วย ถือว่า HR เซ็นทรัลกรุ๊ป เป็นแห่งแรกที่ได้ศึกษา ‘โยคะหัวเราะ’ ซึ่งเขาบอกว่า ตั้งแต่ทำอบรมมาทั้งหมด ไม่มีอะไรกินใจเท่า ‘โยคะหัวเราะ’ อีกแล้ว ซึ่งมันไม่ใช่เป็นเพราะความเก่งของเก๋ค่ะ แต่เป็นเพราะฮอร์โมนหลั่ง คลื่นสมองเปลี่ยน ที่สามารถรู้สึกได้ในช่วงเวลารวดเร็ว”
หลังจากนั้น หลายคนได้เริ่มชวนคุณเก๋ไปทำเวิร์กช็อป ‘โยคะหัวเราะ’ ในหลาย ๆ แห่ง จนกลายเป็นมีคนอยากเรียนที่ทำให้เป็นที่มาของการเปิดสอนคอร์ส ‘ครูโยคะหัวเราะ’
“แต่ความมหัศจรรย์ของเก๋ก็เกิดขึ้นต่อไปอีก เพราะมีคนชวนเก๋ไปสอนที่ต่างประเทศ มีทั้งบาหลี ฮ่องกง จีน โดยเฉพาะที่เมืองจีน เก๋ทำให้หัวข้อ ‘The Miracle of Laughter ความมหัศจรรย์ของเสียงหัวเราะ’ และแม้แต่ที่อินเดียก็เชิญเรากลับเข้าไป ตอนนั้นเป็นที่อินเดียใต้ เป็นงาน World Yoga Festival ปรากฏว่า…อินเดียใต้ไม่มีใครรู้จัก ‘โยคะหัวเราะ’ ทุกคนคิดว่าครูเก๋คือผู้ให้กำเนิด เก๋ต้องบอกว่า ‘ไม่ใช่’ นี่เป็นศาสตร์ของบ้านยูนะ โดยทุกอย่างที่ทุกคนเชื่อมั่นในตัวเรา อาจเป็นด้วยว่าเก๋ใช้จริงในการรักษาเยียวยาตัวเอง ชีวิตเก๋ฟื้นกลับมาได้เพราะ ‘โยคะหัวเราะ’ ผ่านประสบการณ์จริง ๆ เข้าใจอย่างแท้จริง เก๋ไม่ได้แค่เรียนไม่กี่วัน แต่ทั้งศึกษา ทั้งค้นคว้า เอามาสอน เอามาถ่ายทอดต่อ เก๋เขียนหนังสือ เขียน Blog เก็บไว้ ค้นพบอะไรบนทางเดินของเสียงหัวเราะก็นำสิ่งนั้นมาถ่ายทอดความรู้แก่ผู้คน และก็เชื่อมั่นว่า เสียงหัวเราะสามารถเปลี่ยนชีวิตหลาย ๆ คนได้จริง มีคำตอบที่พิสูจน์ได้ทางวิทยาศาสตร์”
3 เส้นทาง...เรียน ‘โยคะหัวเราะ’
“ตอนนี้เก๋เป็น Master Trainer คนเดียวในประเทศไทย และเป็นคนไทยคนเดียวในโลกนี้ สำหรับคลาสตอนนี้ ตัวเองเน้นการสร้างคนแล้วค่ะ เพราะเราได้เห็นผลลัพธ์หมดแล้ว เก๋ถือว่าตัวเองเป็น Encyclopedia เคลื่อนที่ของ ‘โยคะหัวเราะ’ ในเมืองไทย หน้าที่ของตัวเองเรียกว่าทำไว้หมด เสร็จ เรียบร้อยแล้ว ทีนี้ต่อไปก็เพื่อให้คนได้รู้จัก ‘โยคะหัวเราะ’ มากขึ้น ดังนั้น จึงต้องสร้างคนจากหลักสูตรของเราเองนี่แหละ เน้นสร้างครู สร้างโค้ช สร้างเทรนเนอร์ โดยเป็นหลักสูตรการสอนระยะยาว 3 เดือน เพราะไม่มีทางที่สามารถเรียน ‘โยคะหัวเราะ’ แค่ 3 วันแล้วจะเป็นเทรนเนอร์ได้ เป็นหลักสูตรโค้ชโยคะหัวเราะเชิงลึก (3 เดือน) ที่เรียนกับเก๋ตัวต่อตัวโดยตรง ได้รับประกาศนียบัตรระดับสากล เรียนจบเป็นเทรนเนอร์ ไปประกอบอาชีพได้เลย”
ส่วนอีก 2 หลักสูตร เป็นหลักสูตรพื้นฐาน (เรียนออนไลน์) สำหรับผู้ที่อยากรู้จักโยคะหัวเราะเบื้องต้น เรียนที่บ้านได้ผ่าน SkillLane หรือแพลตฟอร์มออนไลน์ และอีกหลักสูตรเป็นกลุ่มจิตอาสา-Laughter Yoga Thailand Club (เรียนฟรี) สำหรับผู้ไม่มีงบประมาณแต่อยากเข้าถึงพลังฝึก ‘โยคะหัวเราะ’ เป็นกลุ่มฟรีกับครูเก๋และทีมจิตอาสา เหมาะกับทุกคนที่อยากเริ่มฝึกจากใจ
นอกจากนี้ คุณเก๋ยังชวนผู้อ่านวัยเกษียณเปิดใจมาเป็นครูสอนโยคะหัวเราะด้วยว่า อยากให้อาชีพครูสอนโยคะหัวเราะเป็นอาชีพของคนวัยเกษียณด้วย
“เพราะวัยเกษียณเป็นวัยที่เริ่มตามหาความหมายของชีวิตที่เหลืออยู่ หากได้มาศึกษา ‘โยคะหัวเราะ’ ก็สามารถนำไปให้คนอื่นฝึกหัวเราะเป็นรายได้เสริม เป็นอาชีพเสริม หรือเป็นอะไรบางอย่างที่มีความหมายกับชีวิตตัวเอง เราฝึกโยคะหัวเราะเป็นคนเดียวไม่เท่ากับได้เป็นครูสอนให้คนอื่นมีอาชีพหลัก อาชีพรอง หรือเป็นงานอดิเรก หรืออะไรก็ได้ การได้สอนแล้วเห็นคนอื่นมีความสุข ได้เห็นเขาปลดปล่อยอะไรบางอย่างจากการหัวเราะต่อหน้าเรา สิ่งนี้สร้างการเปลี่ยนแปลงให้ครูเก๋มหาศาลค่ะ เรียนไปแล้วหัวเราะคนเดียว ไม่รู้สึกเท่ากับเราเป็นคนช่วยให้คนอื่นได้หัวเราะที่ทำให้รู้ว่า…เสียงหัวเราะมันทรงพลังมากค่ะ”
อยากเปิดใจกับ ‘โยคะหัวเราะ’ ติดตามรายละเอียดได้ที่เพจ ‘ครูเก๋ วรารักษ์ คืนเสียงหัวเราะที่หายไป’ วันใดที่คุณสามารถหัวเราะจนเปลี่ยนสารเคมีในร่างกายได้ พลังงานใหม่ก็จะเกิดขึ้น คลื่นชีวิตเปลี่ยนสร้างพลังบวกในการใช้ชีวิตที่จะทำให้คุณมีความสุขกับทุกวันด้วยตัวเอง




