วางแผนเกษียณอย่างมืออาชีพ รับมือ Longevity Society

นิตยสาร Trust ฉบับที่ 75 | คอลัมน์ Holistic Financial Advisory

iStock 1410993220

ในอดีต ‘การเกษียณ’ มักถูกมองว่าเป็นจุดสิ้นสุดของเส้นทางการทำงาน แต่ในความเป็นจริงของวันนี้ มันคือ ‘จุดเริ่มต้นของการบริหารชีวิตอย่างมืออาชีพ’ ที่กินเวลายาวนานกว่า 20–25 ปี ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติระบุว่า ปัจจุบันคนไทยมีอายุขัยเฉลี่ยอยู่ที่ 77-80 ปี และยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในอีกหลายทศวรรษข้างหน้า ซึ่งหมายความว่า ผู้เกษียณในยุคนี้ต้องวางแผนการใช้ชีวิตในช่วงเวลาที่อาจยาวนานเกือบหนึ่งในสามของชีวิตทั้งหมด

     ขณะที่ ‘รายได้ประจำหยุดลง’ ทันทีที่เกษียณ แต่ รายจ่ายไม่เคยหยุด’ โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพกลับเพิ่มสูงขึ้นทุกปี จากอัตราเงินเฟ้อทางการแพทย์ (Medical Inflation) ที่เฉลี่ย5-7% ต่อปี ซึ่งสูงกว่าเงินเฟ้อทั่วไปเกือบสองเท่า ขณะที่สังคมไทยกำลังก้าวสู่ภาวะ ‘Super-Aged Society’ อย่างเต็มรูปแบบ  

     อีกหนึ่งความท้าทายสำคัญของชีวิตหลังเกษียณ คือความผันผวนของตลาดการเงินและภาระด้านสุขภาพที่เพิ่มขึ้นที่ไม่อาจมองข้ามได้ ผู้เกษียณส่วนใหญ่แม้จะมีเงินออมก้อนใหญ่จากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เงินชดเชยเกษียณ หรือเงินสะสมระหว่างทำงาน แต่กลับขาดแผนการบริหารเงินหลังเกษียณที่ชัดเจน ว่าจะจัดสรรและใช้จ่ายให้เพียงพอตลอดช่วงชีวิตที่เหลืออยู่ โดยไม่กระทบต่อคุณภาพชีวิตได้อย่างไร ในสภาวะที่เศรษฐกิจและตลาดทุนทั่วโลกผันผวนอย่างรวดเร็ว ทั้งจากนโยบายดอกเบี้ยของธนาคารกลาง เงินเฟ้อ และปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์ การลงทุนในสินทรัพย์ต่าง ๆ ล้วนตอบสนองต่อข่าวสารอย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกัน สินทรัพย์ปลอดภัย อย่างพันธบัตรรัฐบาลเองก็เผชิญความไม่แน่นอนจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราผลตอบแทน ซึ่งมีผลโดยตรงต่อมูลค่าตลาดของตราสาร เกิดเป็นความเสี่ยง เมื่อต้องถอนเงินออกมาใช้ในสภาวะตลาดที่มีความผันผวน Sequence of Returns Risk (SoR Risk) ที่อาจจะทำให้เงินหมดก่อนถึงเป้าหมาย 

      นอกจากความผันผวนทางการเงินแล้ว ภาระค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs)เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือโรคหัวใจ ซึ่งกลายเป็นปัญหาสุขภาพหลักของผู้สูงวัยในไทย การเตรียมแผนประกันสุขภาพและประกันชีวิตที่เหมาะสมจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารความเสี่ยง เพื่อป้องกันไม่ให้ค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลกระทบต่อกระแสเงินสดและเงินลงทุนในระยะยาว การวางแผนหลังเกษียณ ‘ประกัน จึงไม่ใช่เพียงการซื้อความคุ้มครอง แต่เป็นการจัดสรรเงินเพื่อลดความผันผวนของพอร์ตชีวิตทำหน้าที่เสมือน ‘Safety Buffer’ ที่ช่วยรักษาสมดุลระหว่างสุขภาพ การเงิน และความมั่นคงในระยะยาว 

      ดังนั้น การวางแผนชีวิตหลังเกษียณที่รอบคอบ จึงต้องครอบคลุมทั้ง พอร์ตการเงิน’ และ พอร์ตสุขภาพ’ พร้อมใช้เครื่องมืออย่าง ประกันชีวิต’ และ ประกันสุขภาพ’ เป็นส่วนเสริมของกลยุทธ์ เพื่อบริหารความเสี่ยงที่คาดไม่ถึงและรักษาความมั่นคงของกระแสเงินสดให้อยู่รอดตลอดอายุขัย เป้าหมายของการวางแผนหลังเกษียณในยุคนี้ จึงไม่ใช่เพียงการมีเงินพอใช้ แต่คือการสร้างกระแสเงินสดที่ยั่งยืน’ (Sustainable Cash Flow)เพื่อให้ใช้ชีวิตได้อย่างมั่นคง ไม่ต้องพึ่งพาลูกหลาน และยังคงรักษาคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาวอย่างมั่นใจและมั่นคง ซึ่งแนวคิดนี้เรียกว่า‘Post-Retirement Planning’ ศาสตร์แห่งการบริหารความเสี่ยงหลังเกษียณ ที่ผสมผสานทั้งการจัดพอร์ตลงทุน (Portfolio Construction)และการบริหารสภาพคล่องสุขภาพทางการเงิน (Liquidity & Health Management) 

กลยุทธ์จัดพอร์ตชีวิต 3 ถัง (3-Bucket Strategy)

      การบริหารชีวิตหลังเกษียณอย่างยั่งยืน จำเป็นต้องมีกลยุทธ์ทางการเงินที่สามารถรักษากระแสเงินสด (Cash Flow Sustainability) ควบคู่กับการลดความผันผวนของพอร์ตลงทุน (Portfolio Volatility) แนวคิดที่ตอบโจทย์ทั้งสองเป้าหมายนี้คือ ‘3-Bucket Strategy’ แนวทางบริหารสินทรัพย์ตามวัตถุประสงค์ของเวลาและความเสี่ยง 

      สำหรับกลยุทธ์นี้เป็นการจำแนกพอร์ตชีวิตออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่สภาพคล่อง (Liquidity), รายได้ประจำ(Income) และการเติบโต (Growth) ซึ่งแต่ละถังมีบทบาทเฉพาะในการรักษาสมดุลระหว่างReturnและStabilityให้กับผู้เกษียณ 

  1. Cash Bucket: พื้นฐานของสภาพคล่อง เพื่อรองรับรายจ่ายในระยะสั้นและป้องกันความเสี่ยงจากภาวะตลาดขาลง (Downside Protection) กำหนดสัดส่วนสินทรัพย์ที่มีLoVolatilityและHigh Liquidityเช่น เงินฝากออมทรัพย์ กองทุนตลาดเงิน โดยทั่วไปควรมีมูลค่าครอบคลุมค่าใช้จ่ายระยะ 24–36 เดือน เปรียบเสมือน Buffer Zone ของพอร์ต เพื่อหลีกเลี่ยงการขายสินทรัพย์ในช่วงตลาดผันผวน (Sequence Risk Management) ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้เงินต้นลดลงเร็วกว่าที่คาด 
  2. Income Bucket: สร้างกระแสเงินสดอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างรายได้ประจำ (Income Generation) ที่สามารถเติมเงินเข้าสู่สภาพคล่องอย่างสม่ำเสมอ ลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้กระแสเงินสดคงที่และมีModerate Volatilityเช่น กองทุนตราสารหนี้ หุ้นปันผล REITs เป็น ‘Cash Engine’ ของระบบ โดยทำหน้าที่เสริมสภาพคล่องให้พอร์ตโดยไม่ต้องขายสินทรัพย์ระยะยาวช่วยสร้างสมดุลระหว่างIncome StabilityและCapital Preservation การกำหนดสัดส่วนควรอ้างอิงระดับความเสี่ยงของผู้ลงทุน (Risk Profile) และอัตราผลตอบแทนที่คาดหวัง (Expected Yield) เพื่อให้Income Yieldเพียงพอต่อค่าใช้จ่ายประจำโดยไม่ลดทอนเงินต้น 
  3. Growth Bucket: เครื่องยนต์ขับเคลื่อนความมั่งคั่ง เพื่อให้มูลค่าพอร์ตเติบโตในระยะยาวและชนะอัตราเงินเฟ้อ (Inflation Hedge) ลงทุนในสินทรัพย์ที่มีGrowth Potentialสูง เช่น หุ้นเติบโต กองทุนหุ้ หรือสินทรัพย์ทางเลือก ซึ่งให้Risk Premiumสูงกว่าตราสารหนี้ ทำหน้าที่เป็น Wealth Engine ของพอร์ต โดยผลตอบแทนจากถังนี้จะถูกทยอยโอนไปยังถัง Income เพื่อเสริมกระแสเงินสดในอนาคต การจัดสรรควรพิจารณาแนวคิดStrategic Asset AllocationและPeriodic Rebalancingเพื่อรักษาสัดส่วนความเสี่ยงให้สอดคล้องกับสภาวะตลาดและอายุของผู้เกษียณ 

      ระบบหมุนเวียนของทั้ง 3 ถังช่วยให้พอร์ตสามารถรักษาความต่อเนื่องของกระแสเงินสด (Cash Flow Continuity) ได้แม้ในช่วงตลาดขาลง โดยไม่ต้องขายสินทรัพย์เสี่ยง และยังสร้างโอกาสการเติบโต (Growth Opportunity) ในช่วงตลาดขาขึ้น 

P14 16 Holistic Financial 1

สุขภาพ ประกัน และการส่งต่อความมั่งคั่ง (Legacy & Estate Planning)

       การวางแผนชีวิตหลังเกษียณที่สมบูรณ์ไม่อาจจบเพียงแค่การจัดพอร์ตลงทุน แต่ต้องขยายไปถึงการบริหาร พอร์ตสุขภาพ และ อร์ตความคุ้มครอง ซึ่งถือเป็นเสาหลักสำคัญของความมั่นคงในระยะยาว 

  •     พอร์ตสุขภาพ: บริหารความเสี่ยงจากโรค NCDs 

       ในยุคที่ผู้คนมีอายุยืนยาวขึ้น สุขภาพ กลายเป็นสินทรัพย์ที่มีค่าที่สุด แต่ในทางกลับกัน ก็เป็นต้นทุนที่สูงที่สุดเช่นกัน 
รายงานขององค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า มากกว่า 70% ของการเสียชีวิตในกลุ่มผู้สูงอายุเกิดจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (Non-Communicable Diseases: NCDs) เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และโรคมะเร็ง ซึ่งเป็นภาระค่าใช้จ่ายระยะยาวและยากต่อการคาดการณ์ 

        อัตราเงินเฟ้อทางการแพทย์ (Medical Inflation) ของไทยเฉลี่ย5–7% ต่อปีหมายความว่า ค่ารักษาพยาบาลในอีก 10 ปีข้างหน้าอาจเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว หากไม่มีแผนบริหารความเสี่ยงด้านสุขภาพ ผู้เกษียณอาจจำเป็นต้องถอนเงินลงทุนจำนวนมากในช่วงเวลาที่ตลาดไม่เอื้ออำนวย ซึ่งจะกระทบต่อเสถียรภาพของพอร์ตโดยตรง 

         แนวทางสำคัญคือการจัดทำHealth Reserve Fundหรือ เงินกองสุขภาพสำรอง’ สำหรับค่าใช้จ่ายที่ประกันไม่ครอบคลุม และการเลือกแผนประกันสุขภาพที่เหมาะสมกับความสามารถในการจ่าย (Affordability Test) เพื่อลดภาระเบี้ยในระยะยาวโดยไม่ลดทอนความคุ้มครอง 

  •    พอร์ตความคุ้มครอง: ใช้ประกันเป็นเครื่องมือสร้างเสถียรภาพ 

       ‘ประกันชีวิต’ และ ประกันสุขภาพ’ ไม่ได้เป็นเพียงการซื้อความคุ้มครอง แต่เป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารความเสี่ยงของพอร์ตการเงิน (Risk Hedging Instrument) ในมุมกลยุทธ์ ประกันสามารถทำหน้าที่ได้หลายประการ เช่น สร้างความมั่นคงของกระแสเงินสดบริหารภาระค่าใช้จ่ายทางสุขภาพ เป็นเครื่องมือถ่ายทอดทรัพย์สิน  

          การจัดสมดุลระหว่างเบี้ยประกันที่จ่ายกับผลประโยชน์ที่ได้รับจึงเป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะในช่วงหลังเกษียณที่รายได้ลดลง แต่ความเสี่ยงด้านสุขภาพและการสูญเสียเพิ่มขึ้น การวางแผนให้เหมาะสมกับระยะเวลาความคุ้มครอง และสภาพคล่องของพอร์ตจะช่วยให้ประกันกลายเป็น ‘Safety Net’ ที่ยั่งยืนมากกว่าภาระ 

  •     พอร์ตมรดก: การส่งต่อความมั่งคั่งอย่างมีระบบ 

         อีกขั้นของการวางแผนชีวิตหลังเกษียณ คือการจัดทำแผนส่งต่อทรัพย์สินอย่างเป็นระบบ หรือEstate & Legacy Planning เพื่อให้ทรัพย์สินที่สร้างมาตลอดชีวิตถูกถ่ายทอดสู่ทายาทอย่างมีประสิทธิภาพ และลดความขัดแย้งภายในครอบครัว เช่น การรวมบัญชี การระบุผู้รับผลประโยชน์ การทำพินัยกรรม Living Will และหนังสือมอบอำนาจวางระบบการตัดสินใจล่วงหน้าในกรณีไร้ความสามารถ  

          การจัดการเหล่านี้ช่วยให้พอร์ตชีวิตสมบูรณ์ ทั้งมิติของการใช้ การป้องกัน และการส่งต่อ ซึ่งเป็นหัวใจของความมั่งคั่งที่ยั่งยืน 

          ชีวิตหลังเกษียณไม่ใช่ช่วงเวลาของการพักผ่อนอย่างเดียว แต่เป็นช่วงที่ต้อง บริหารตนเองอย่างมืออาชี ทั้งในมิติการเงิน สุขภาพ และจิตใจ การวางแผนที่ดีไม่เพียงช่วยให้มีเงินใช้ตลอดชีวิต แต่ยังสร้างความมั่นคงทางสุขภาพและความสบายใจให้คนรอบข้าง เพราะในท้ายที่สุดความมั่งคั่งหลังเกษียณไม่ได้วัดจากตัวเลขในบัญชี แต่คือความสามารถในการใช้ชีวิตได้อย่างมีอิสระ ปลอดภัย และมีคุณค่าในทุกวันของชีวิต 

iStock 1397325927
Trust Magazine by TISCO
Scroll to Top
ไอคอน PDPA

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานเว็บไซต์ของท่านให้ดียิ่งขึ้น และนำเสนอโฆษณาที่เกี่ยวข้องและตรงกับความสนใจของท่าน โดยท่านสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้จาก นโยบายการใช้คุกกี้ กรุณากดยอมรับเพื่อยินยอมให้เราใช้คุกกี้

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้ที่จำเป็น

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึกการตั้งค่า