อรอนงค์ เสนะวงศ์ พาไป ‘สุขกันเถอะเรา’ สืบสานความไพเราะ จาก...บทเพลงสุนทราภรณ์

นิตยสาร Trust ฉบับที่ 73 | คอลัมน์ Moment of Happiness

P52 DSC00750

‘บทเพลงสุนทราภรณ์’ นับเป็นสุนทรียะแห่งดนตรีที่อยู่คู่แผ่นดินไทยมากว่า 80 ปี แล้วหลายร้อยบทเพลงก็เต็มไปด้วยอรรถรสของความไพเราะ โดยครูเอื้อ สุนทรสนาน ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งวงดนตรีสุนทราภรณ์ เป็นผู้สร้างตำนานอันเป็นอมตะ และมรดกแห่งชาตินี้ เพื่อสร้างความสุขให้แก่ผู้หลงรักเสียงเพลง ‘สุนทราภรณ์’ ที่ทั้งสดับรับฟัง ปล่อยใจส่งเสียงร้องตามทำนองที่ฟังแล้วติดหู เพลิดเพลิน คำร้องมีความหมาย มีสัมผัส มีอุปมาอุปไมยได้อย่างวิเศษ เป็นความไพเราะที่ถูกกล่าวถึงในละครเวทีเรื่อง ‘สุนทราภรณ์ เพลงรัก เพลงแผ่นดิน’ ว่า ‘สุนทราภรณ์...เป็นความไพเราะที่เป็นดั่งอาภรณ์แห่งแผ่นดิน’

    “ทุกวันนี้ แฟนเพลง สุนทราภรณ์ยังเหนียวแน่นกันมากค่ะ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ใหญ่ที่ชอบฟังเพลงสุนทราภรณ์ ฟังเพลงลูกกรุง ไม่เคยหายไปไหนเลย มีทั้งที่ฟังแล้วชอบมาตั้งแต่เด็ก ๆ ผู้ใหญ่บางท่านเป็นคุณลุง คุณอา แฟนเพลงตัวจริงที่ทั้งชอบร้องและชอบฟังมาอย่างต่อเนื่อง แม้คุณตา (ครูเอื้อ) ไม่อยู่กับพวกเราแล้วก็ตาม บวกกับเทรนด์ของบ้านเรา กระแสของเพลงยุคเก่าอย่างลูกกรุง รวมถึงเพลงสุนทราภรณ์กลับมา ในฐานะที่เราทำงานสืบสาน เพลงสุนทราภรณ์ที่ครั้งหนึ่งเคยกลัวเหมือนกันว่า เพลงสุนทราภรณ์จะไม่มีคนฟังจนตายจากไปไหม พอมาถึงวันที่ผู้คนรุ่นใหม่โหยหาคุณค่าของมรดกไทย คุณค่าความเป็นไทยในวันวาน มีศิลปินหน้าใหม่ ๆ มาสืบทอด สร้างกลุ่มผู้ฟังหน้าใหม่ ๆ ให้เข้ามาชอบ พอกลับมาถึงจุดนี้ก็ดีใจและภูมิใจมาก ๆ”  

    คุณไข่หวาน-อรอนงค์ เสนะวงศ์ กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ มูลนิธิสุนทราภรณ์ ทายาทรุ่นที่ 3 หลานของคุณตาเอื้อที่เข้ามาช่วยขับเคลื่อนและสืบสานศิลปะดนตรีสุนทราภรณ์ให้คงอยู่ ผ่านการนำเสนอของ วงสุนทราภรณ์วงดนตรีหนึ่งเดียวที่ตีตราโลโก้สุนทราภรณ์ รวมถึง โรงเรียนดนตรีสุนทราภรณ์ที่เริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 2512 และ มูลนิธิสุนทราภรณ์ที่มีบทบาทการทำงานเชิงอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมและการเผยแพร่องค์ความรู้แก่คนไทยและนานาชาติ  

‘บทเพลงสุนทราภรณ์’ ตำนานแห่งความไพเราะ มรดกไทย

    เพลงสุนทราภรณ์ถือกำเนิดในเมืองไทยก่อนยุค 20s ก่อนเพลงลูกกรุง เป็นแนวเพลงที่ถูกสร้างอัตลักษณ์เฉพาะตัวจากการผสมผสานระหว่างศิลปะการดนตรีตะวันออก คือ แนวเพลงไทยเดิม และดนตรีตะวันตกแนวเพลงสากลต่าง ๆ ที่คุณไข่หวานย้อนเล่าเรื่องราวให้ฟังว่า  

    “เป็นช่วงที่บ้านเรามีอิทธิพลวงดนตรี Big Band ตะวันตกเข้ามา มีทั้งนักดนตรีชาวฟิลิปปินส์ มีทั้งนักเรียนนอกที่เรียนจบแล้วกลับมา คุณตาก็ได้รับอิทธิพลตรงนี้มา แล้วตอนนั้นแวดวงเพลงไทยก็มีละครร้องเพลงไทยเดิมอยู่แล้ว ด้วยวิสัยทัศน์ใหม่ ๆ ของคุณตาท่านก็ได้สร้างแนวเพลงใหม่เกิดเป็น เพลงสุนทราภรณ์ที่มีรูปแบบของวงดนตรีที่ชัดเจน ทั้งครูเพลง นักร้อง นักดนตรี เป็นกลุ่มสุนทราภรณ์ที่ซิกเนเจอร์ชัดเจน ซึ่งต้องทำความเข้าใจก่อนว่า สุนทราภรณ์ไม่ใช่เพลงลูกกรุงนะคะ ลูกกรุงแม้จะเกิดขึ้นมาในระยะเวลาใกล้ ๆ กัน แต่แตกออกไปเพลงลูกกรุง 

    หากให้เข้าใจง่าย ๆ คุณไข่หวานอธิบายว่า วงดนตรีสุนทราภรณ์เป็นเหมือนค่ายเพลงในปัจจุบันที่ในสังกัดมีนักร้อง นักดนตรี มีครูเพลง มีผลงานเพลง มีโปรดิวเซอร์ทำเพลง ซึ่งสร้างผลงานที่มีเอกลักษณ์ชัดเจนว่านี่คือ สุนทราภรณ์พร้อมก่อตั้งโรงเรียนสุนทราภรณ์เพื่อผลิตศิลปิน นักดนตรี นักแต่งเพลง ฯลฯ โดยเฉพาะ 

P5

จากภารกิจ ‘ปั้นศิลปิน’ ให้วงการดนตรีไทย
สู่โรงเรียน ‘ฝึกร้องเพลงสุนทราภรณ์’ เพื่อความสุข

    ยุคต้นการเรียนของโรงเรียนสุนทราภรณ์มุ่งผลิตศิลปินดีเอ็นเอสุนทราภรณ์ป้อนเข้าแวดวงเพลงไทย โดยครูเอื้อได้ร่ำเรียนการดนตรีจากพระเจนดุริยางค์ บุคคลสำคัญในวงการดนตรีของประเทศไทย (ผู้แต่งเพลงชาติไทย) สร้างหลักสูตรให้มีการเรียนโน้ต เรียนทฤษฎีดนตรี ซึ่งนักร้องไทยในยุคนั้น ยังไม่มีความรู้เรื่องตัวโน้ตสากล หลายคนร้องเพลงแบบฟังและฝึกร้องไม่ได้เรียนรู้ทฤษฎีที่ถูกต้อง นี่จึงเป็นที่มาของการก่อตั้ง โรงเรียนสุนทราภรณ์โดยศิลปินไทยที่ผลิตจากโรงเรียนแห่งนี้ อาทิ คุณดาวใจ ไพจิตร ส่วนครูเพลงและครูดนตรี อย่างครูทรงวุฒิ จรูญเรืองฤทธิ์ หัวหน้าวงเยื่อไม้ ก็จบจากสถาบันนี้เช่นกัน โดยโรงเรียนฯ ขับเคลื่อนดำเนินการผลิตศิลปินคนแล้วคนเล่า ถ่ายทอดศิลปะดนตรีแขนงนี้จากรุ่นสู่รุ่น เรียกได้ว่า ทั้งนักร้องสุนทราภรณ์และนักร้องลูกกรุง ต่างถูกฝึกขับร้องจากที่นี่  

    กระทั่งยุคสมัยเปลี่ยนพร้อมไปกับแนวเพลงสมัยใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นอีกมากมายหลายแขนง ภารกิจการผลิตศิลปินนักร้องของโรงเรียนสุนทราภรณ์ก็หยุดลง แปรเปลี่ยนเป็นโรงเรียนสอนร้องเพลงสุนทราภรณ์ เพื่อสร้างความสุขแก่ผู้ที่ชื่นชอบบทเพลงแนวนี้ต่อไป 

    “ถึงวันนี้ เป้าหมายของโรงเรียนสอนสุนทราภรณ์เปลี่ยนไปแล้วค่ะ เราไม่ได้ผลิตนักร้องเพื่อเป็นนักร้องอาชีพอีกแล้ว แต่กลายเป็นโรงเรียนที่ให้ผู้มีความสนใจเพลงสุนทราภรณ์เข้ามาเรียนและฝึกร้องเพลง เป็นกิจกรรมสันทนาการสำหรับกลุ่มผู้ใหญ่มากกว่า ถามว่า…คนรุ่นใหม่ เด็กรุ่นใหม่มีไหม มีเหมือนกันนะคะ เข้ามาเรียนกันในเชิงงานอดิเรก มีตั้งแต่อายุ 10-12 ปี ส่วนผู้ใหญ่มีหลากหลายอายุไปจนถึง 80 กว่าปี เรียนรวมกันทั้งผู้ใหญ่และเด็ก”  

    ความตั้งใจของคุณไข่หวานและครอบครัว อยากให้โรงเรียนสุนทราภรณ์เป็นเหมือน Community ของคนที่รักเสียงเพลงสุนทราภรณ์มา Join กัน มาเรียนร้องเพลงร่วมกัน มาทำกิจกรรมดี ๆ ด้วยกัน เรามีทั้งกิจกรรมการจัดคาราโอเกะที่พิพิธภัณฑ์บ้านครูเอื้อที่อัมพวา คอนเสิร์ตวงดนตรีสุนทราภรณ์ เป็นกิจกรรมสร้างโอกาสให้นักเรียนของโรงเรียนที่ผ่านการคัดเลือกได้ขึ้นร้องเพลงร่วมกับวงดนตรีสุนทราภรณ์ เช่น คอนเสิร์ตโรงเรียนสุนทราภรณ์ครบรอบ 56 ปี เป็นต้น เพราะแน่นอนว่า…คนที่ชื่นชอบและรักเพลงสุนทราภรณ์มาก ๆ แล้วร้องได้เพราะ ร้องได้ดี แล้วครั้งหนึ่งในชีวิตได้ร้องเพลงกับวงสุนทราภรณ์ ต้องรู้สึกปลื้มปิติและภูมิใจค่ะ 

    วงสุนทราภรณ์ตีตราเครื่องหมาย สุนทราภรณ์เพียงชื่อเดียวและวงเดียวของมูลนิธิสุนทราภรณ์  

    “ในแต่ละงานที่ถูกจ้างออกไปเล่นก็จะยกวงครบองค์ประกอบที่มีทั้งนักดนตรี นักร้องประจำวงและนักร้องคลื่นลูกใหม่ ฯลฯ เป็นรูปแบบ Big Band เหมือนสมัยแรกเริ่มงานเลยค่ะ งานไหนอยากให้ไฮไลต์ศิลปินอื่น ๆ ยินดีค่ะ เชิญมาร้องด้วยกันได้” 

2 หลักสูตรสร้างความสุขจากเสียงเพลงสุนทราภรณ์

    โรงเรียนสุนทราภรณ์มีการเรียนการสอน 2 หลักสูตร  
  • หลักสูตรทั่วไป เป็นห้องเรียนรวม เรียนในเชิงสันทนาการและงานอดิเรก (คลาสละประมาณ 10 คน) เปิดสอนทุกวันเสาร์ 2 คลาส คือ ช่วงเช้าและช่วงบ่าย ลักษณะการเรียนการสอนเหมือนการ ต่อเพลงฝึกร้องตามรูปแบบสุนทราภรณ์ อยากร้องเพลงไหนก็เอามาฝึกร้องในห้องเรียน (ค่าเรียน 2,5000/คลาส : เรียน 4 ครั้ง แต่ละครั้งใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง)   
  • หลักสูตร Private Class หรือกลุ่มเฉพาะกิจที่มีเป้าหมายเฉพาะในการมาเรียน อยากเรียนเป็นกลุ่มพิเศษ เช่น เรียนฝึกร้องเพื่อไปร้องโชว์ ออกงานสำคัญ บางคนต้องการเรียนเฉพาะเพลงนั้นหรือเพลงนี้ หลักสูตรนี้มีทั้งเรียนแบบตัวต่อตัว รวมกลุ่มเฉพาะมาเปิดคลาสเรียน เปิดสอนวันธรรมดาได้  

เดินหน้า ‘มูลนิธิสุนทราภรณ์’
อนุรักษ์ศิลปะดนตรีไทยมรดกของชาติ

    การดำเนินงานของ มูลนิธิสุนทราภรณ์ ไม่ได้มุ่งเน้นในเชิงกำไร เป็นการทำงานเชิงอนุรักษ์ศิลปะและวัฒนธรรมและการเผยแพร่องค์ความรู้ควบคู่กันไป 
    “บทบาทของ มูลนิธิสุนทราภรณ์เหมือนคำภาษาอังกฤษที่ว่า Speak for itself’ ที่ถูกแสดงออกมาด้วยตัวผลงานอย่างเป็นที่ประจักษ์และรู้จักของทุกคน เราทำงานกันแบบครอบครัว ไม่ได้มุ่งหวังต่อยอดขยายให้ใหญ่โตจนเรา Handle ไม่ได้ แต่เพราะเราเชื่อว่า ตัวผลงานเพลงสุนทราภรณ์ คือ เดอะเบสต์ บวกกับความตั้งใจจริงในการอนุรักษ์และเผยแพร่เพลงออกสู่วงกว้าง ทำให้ เพลงสุนทราภรณ์อยู่ต่อไปอย่างมีคุณค่าได้อยู่แล้ว” คุณไข่หวานกล่าวทิ้งทายก่อนจบบทสนทนากับ TRUST Magazine ในวันนี้  
S 79200421
S 2711678
สุนทราภรณ์
Trust Magazine by TISCO
Scroll to Top
ไอคอน PDPA

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานเว็บไซต์ของท่านให้ดียิ่งขึ้น และนำเสนอโฆษณาที่เกี่ยวข้องและตรงกับความสนใจของท่าน โดยท่านสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้จาก นโยบายการใช้คุกกี้ กรุณากดยอมรับเพื่อยินยอมให้เราใช้คุกกี้

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้ที่จำเป็น

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึกการตั้งค่า