
อรอนงค์ เสนะวงศ์ พาไป ‘สุขกันเถอะเรา’ สืบสานความไพเราะ จาก...บทเพลงสุนทราภรณ์
นิตยสาร Trust ฉบับที่ 73 | คอลัมน์ Moment of Happiness

‘บทเพลงสุนทราภรณ์’ นับเป็นสุนทรียะแห่งดนตรีที่อยู่คู่แผ่นดินไทยมากว่า 80 ปี แล้วหลายร้อยบทเพลงก็เต็มไปด้วยอรรถรสของความไพเราะ โดยครูเอื้อ สุนทรสนาน ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งวงดนตรีสุนทราภรณ์ เป็นผู้สร้างตำนานอันเป็นอมตะ และมรดกแห่งชาตินี้ เพื่อสร้างความสุขให้แก่ผู้หลงรักเสียงเพลง ‘สุนทราภรณ์’ ที่ทั้งสดับรับฟัง ปล่อยใจส่งเสียงร้องตามทำนองที่ฟังแล้วติดหู เพลิดเพลิน คำร้องมีความหมาย มีสัมผัส มีอุปมาอุปไมยได้อย่างวิเศษ เป็นความไพเราะที่ถูกกล่าวถึงในละครเวทีเรื่อง ‘สุนทราภรณ์ เพลงรัก เพลงแผ่นดิน’ ว่า ‘สุนทราภรณ์...เป็นความไพเราะที่เป็นดั่งอาภรณ์แห่งแผ่นดิน’
“ทุกวันนี้ แฟนเพลง ‘สุนทราภรณ์’ ยังเหนียวแน่นกันมากค่ะ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ใหญ่ที่ชอบฟังเพลงสุนทราภรณ์ ฟังเพลงลูกกรุง ไม่เคยหายไปไหนเลย มีทั้งที่ฟังแล้วชอบมาตั้งแต่เด็ก ๆ ผู้ใหญ่บางท่านเป็นคุณลุง คุณอา แฟนเพลงตัวจริงที่ทั้งชอบร้องและชอบฟังมาอย่างต่อเนื่อง แม้คุณตา (ครูเอื้อ) ไม่อยู่กับพวกเราแล้วก็ตาม บวกกับเทรนด์ของบ้านเรา กระแสของเพลงยุคเก่าอย่างลูกกรุง รวมถึงเพลงสุนทราภรณ์กลับมา ในฐานะที่เราทำงานสืบสาน ‘เพลงสุนทราภรณ์’ ที่ครั้งหนึ่งเคยกลัวเหมือนกันว่า ‘เพลงสุนทราภรณ์’ จะไม่มีคนฟังจนตายจากไปไหม พอมาถึงวันที่ผู้คนรุ่นใหม่โหยหาคุณค่าของมรดกไทย คุณค่าความเป็นไทยในวันวาน มีศิลปินหน้าใหม่ ๆ มาสืบทอด สร้างกลุ่มผู้ฟังหน้าใหม่ ๆ ให้เข้ามาชอบ พอกลับมาถึงจุดนี้ก็ดีใจและภูมิใจมาก ๆ”
คุณไข่หวาน-อรอนงค์ เสนะวงศ์ กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ มูลนิธิสุนทราภรณ์ ทายาทรุ่นที่ 3 หลานของคุณตาเอื้อที่เข้ามาช่วยขับเคลื่อนและสืบสานศิลปะดนตรี ‘สุนทราภรณ์’ ให้คงอยู่ ผ่านการนำเสนอของ ‘วงสุนทราภรณ์’ วงดนตรีหนึ่งเดียวที่ตีตราโลโก้สุนทราภรณ์ รวมถึง ‘โรงเรียนดนตรีสุนทราภรณ์’ ที่เริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 2512 และ ‘มูลนิธิสุนทราภรณ์’ ที่มีบทบาทการทำงานเชิงอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมและการเผยแพร่องค์ความรู้แก่คนไทยและนานาชาติ
‘บทเพลงสุนทราภรณ์’ ตำนานแห่งความไพเราะ มรดกไทย
‘เพลงสุนทราภรณ์’ ถือกำเนิดในเมืองไทยก่อนยุค 20s ก่อนเพลงลูกกรุง เป็นแนวเพลงที่ถูกสร้างอัตลักษณ์เฉพาะตัวจากการผสมผสานระหว่างศิลปะการดนตรีตะวันออก คือ แนวเพลงไทยเดิม และดนตรีตะวันตกแนวเพลงสากลต่าง ๆ ที่คุณไข่หวานย้อนเล่าเรื่องราวให้ฟังว่า
“เป็นช่วงที่บ้านเรามีอิทธิพลวงดนตรี Big Band ตะวันตกเข้ามา มีทั้งนักดนตรีชาวฟิลิปปินส์ มีทั้งนักเรียนนอกที่เรียนจบแล้วกลับมา คุณตาก็ได้รับอิทธิพลตรงนี้มา แล้วตอนนั้นแวดวงเพลงไทยก็มีละครร้องเพลงไทยเดิมอยู่แล้ว ด้วยวิสัยทัศน์ใหม่ ๆ ของคุณตาท่านก็ได้สร้างแนวเพลงใหม่เกิดเป็น ‘เพลงสุนทราภรณ์’ ที่มีรูปแบบของวงดนตรีที่ชัดเจน ทั้งครูเพลง นักร้อง นักดนตรี เป็นกลุ่มสุนทราภรณ์ที่ซิกเนเจอร์ชัดเจน ซึ่งต้องทำความเข้าใจก่อนว่า ‘สุนทราภรณ์’ ไม่ใช่เพลงลูกกรุงนะคะ ลูกกรุงแม้จะเกิดขึ้นมาในระยะเวลาใกล้ ๆ กัน แต่แตกออกไปเพลงลูกกรุง”
หากให้เข้าใจง่าย ๆ คุณไข่หวานอธิบายว่า วงดนตรีสุนทราภรณ์เป็นเหมือนค่ายเพลงในปัจจุบันที่ในสังกัดมีนักร้อง นักดนตรี มีครูเพลง มีผลงานเพลง มีโปรดิวเซอร์ทำเพลง ซึ่งสร้างผลงานที่มีเอกลักษณ์ชัดเจนว่านี่คือ ‘สุนทราภรณ์’ พร้อมก่อตั้งโรงเรียนสุนทราภรณ์เพื่อผลิตศิลปิน นักดนตรี นักแต่งเพลง ฯลฯ โดยเฉพาะ

จากภารกิจ ‘ปั้นศิลปิน’ ให้วงการดนตรีไทย
สู่โรงเรียน ‘ฝึกร้องเพลงสุนทราภรณ์’ เพื่อความสุข
ยุคต้นการเรียนของโรงเรียนสุนทราภรณ์มุ่งผลิตศิลปินดีเอ็นเอสุนทราภรณ์ป้อนเข้าแวดวงเพลงไทย โดยครูเอื้อได้ร่ำเรียนการดนตรีจากพระเจนดุริยางค์ บุคคลสำคัญในวงการดนตรีของประเทศไทย (ผู้แต่งเพลงชาติไทย) สร้างหลักสูตรให้มีการเรียนโน้ต เรียนทฤษฎีดนตรี ซึ่งนักร้องไทยในยุคนั้น ยังไม่มีความรู้เรื่องตัวโน้ตสากล หลายคนร้องเพลงแบบฟังและฝึกร้องไม่ได้เรียนรู้ทฤษฎีที่ถูกต้อง นี่จึงเป็นที่มาของการก่อตั้ง ‘โรงเรียนสุนทราภรณ์’ โดยศิลปินไทยที่ผลิตจากโรงเรียนแห่งนี้ อาทิ คุณดาวใจ ไพจิตร ส่วนครูเพลงและครูดนตรี อย่างครูทรงวุฒิ จรูญเรืองฤทธิ์ หัวหน้าวงเยื่อไม้ ก็จบจากสถาบันนี้เช่นกัน โดยโรงเรียนฯ ขับเคลื่อนดำเนินการผลิตศิลปินคนแล้วคนเล่า ถ่ายทอดศิลปะดนตรีแขนงนี้จากรุ่นสู่รุ่น เรียกได้ว่า ทั้งนักร้องสุนทราภรณ์และนักร้องลูกกรุง ต่างถูกฝึกขับร้องจากที่นี่
กระทั่งยุคสมัยเปลี่ยนพร้อมไปกับแนวเพลงสมัยใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นอีกมากมายหลายแขนง ภารกิจการผลิตศิลปินนักร้องของโรงเรียนสุนทราภรณ์ก็หยุดลง แปรเปลี่ยนเป็นโรงเรียนสอนร้องเพลงสุนทราภรณ์ เพื่อสร้างความสุขแก่ผู้ที่ชื่นชอบบทเพลงแนวนี้ต่อไป
“ถึงวันนี้ เป้าหมายของโรงเรียนสอนสุนทราภรณ์เปลี่ยนไปแล้วค่ะ เราไม่ได้ผลิตนักร้องเพื่อเป็นนักร้องอาชีพอีกแล้ว แต่กลายเป็นโรงเรียนที่ให้ผู้มีความสนใจเพลงสุนทราภรณ์เข้ามาเรียนและฝึกร้องเพลง เป็นกิจกรรมสันทนาการสำหรับกลุ่มผู้ใหญ่มากกว่า ถามว่า…คนรุ่นใหม่ เด็กรุ่นใหม่มีไหม มีเหมือนกันนะคะ เข้ามาเรียนกันในเชิงงานอดิเรก มีตั้งแต่อายุ 10-12 ปี ส่วนผู้ใหญ่มีหลากหลายอายุไปจนถึง 80 กว่าปี เรียนรวมกันทั้งผู้ใหญ่และเด็ก”
ความตั้งใจของคุณไข่หวานและครอบครัว อยากให้โรงเรียนสุนทราภรณ์เป็นเหมือน Community ของคนที่รักเสียงเพลงสุนทราภรณ์มา Join กัน มาเรียนร้องเพลงร่วมกัน มาทำกิจกรรมดี ๆ ด้วยกัน “เรามีทั้งกิจกรรมการจัดคาราโอเกะที่พิพิธภัณฑ์บ้านครูเอื้อที่อัมพวา คอนเสิร์ตวงดนตรีสุนทราภรณ์ เป็นกิจกรรมสร้างโอกาสให้นักเรียนของโรงเรียนที่ผ่านการคัดเลือกได้ขึ้นร้องเพลงร่วมกับวงดนตรีสุนทราภรณ์ เช่น คอนเสิร์ตโรงเรียนสุนทราภรณ์ครบรอบ 56 ปี เป็นต้น เพราะแน่นอนว่า…คนที่ชื่นชอบและรักเพลงสุนทราภรณ์มาก ๆ แล้วร้องได้เพราะ ร้องได้ดี แล้วครั้งหนึ่งในชีวิตได้ร้องเพลงกับวงสุนทราภรณ์ ต้องรู้สึกปลื้มปิติและภูมิใจค่ะ”
‘วงสุนทราภรณ์’ ตีตราเครื่องหมาย ‘สุนทราภรณ์’ เพียงชื่อเดียวและวงเดียวของมูลนิธิสุนทราภรณ์
“ในแต่ละงานที่ถูกจ้างออกไปเล่นก็จะยกวงครบองค์ประกอบที่มีทั้งนักดนตรี นักร้องประจำวงและนักร้องคลื่นลูกใหม่ ฯลฯ เป็นรูปแบบ Big Band เหมือนสมัยแรกเริ่มงานเลยค่ะ งานไหนอยากให้ไฮไลต์ศิลปินอื่น ๆ ยินดีค่ะ เชิญมาร้องด้วยกันได้”
2 หลักสูตรสร้างความสุขจากเสียงเพลงสุนทราภรณ์
- หลักสูตรทั่วไป เป็นห้องเรียนรวม เรียนในเชิงสันทนาการและงานอดิเรก (คลาสละประมาณ 10 คน) เปิดสอนทุกวันเสาร์ 2 คลาส คือ ช่วงเช้าและช่วงบ่าย ลักษณะการเรียนการสอนเหมือนการ ‘ต่อเพลง’ ฝึกร้องตามรูปแบบสุนทราภรณ์ อยากร้องเพลงไหนก็เอามาฝึกร้องในห้องเรียน (ค่าเรียน 2,5000/คลาส : เรียน 4 ครั้ง แต่ละครั้งใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง)
- หลักสูตร Private Class หรือกลุ่มเฉพาะกิจที่มีเป้าหมายเฉพาะในการมาเรียน อยากเรียนเป็นกลุ่มพิเศษ เช่น เรียนฝึกร้องเพื่อไปร้องโชว์ ออกงานสำคัญ บางคนต้องการเรียนเฉพาะเพลงนั้นหรือเพลงนี้ หลักสูตรนี้มีทั้งเรียนแบบตัวต่อตัว รวมกลุ่มเฉพาะมาเปิดคลาสเรียน เปิดสอนวันธรรมดาได้
เดินหน้า ‘มูลนิธิสุนทราภรณ์’
อนุรักษ์ศิลปะดนตรีไทยมรดกของชาติ


