
‘One Man, One Engine’ Mercedes-AMG GT 63 4MATIC+ ซูเปอร์คาร์หรูตระกูล GT เจเนอเรชัน 2
กับประสบการณ์สปอร์ตเต็มรูปแบบ
นิตยสาร Trust ฉบับที่ 75 | คอลัมน์ On the Move
แบรนด์ Mercedes-AMG ท้าทายทุกสายตาบนท้องถนนอีกครั้ง กับยนตรกรรมตระกูล GT เจเนอเรชันที่ 2 ‘Mercedes-AMG GT 63 4MATIC+’ ที่ยังคงสะท้อนถึงดีเอ็นเอแห่งความเป็นมอเตอร์สปอร์ตที่ขับขี่ได้จริง ภายใต้คอนเซปต์ One Man, One Engine ด้วยรหัสตัวถัง C192 กับลายเซ็นที่ยังคงบ่งบอกถึงสัญลักษณ์แห่ง AMG ซึ่งตามมาด้วยสมรรถนะของพละกำลังได้สูงถึง 585 แรงม้า กับความเร็วสูงสุดถึง 315 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เรียกได้ว่าเติมเต็มประสบการณ์แห่งความเป็นรถสปอร์ตอย่างเต็มรูปแบบ
‘One Man, One Engine’
‘Mercedes-AMG GT 63 4MATIC+’ ถูกออกแบบภายใต้แนวคิด One Man, One Engine กับการติดตั้งเครื่องยนต์ V8 ขนาด 4.0 ลิตร พร้อมระบบอัดอากาศแบบ Bi-Turbo และติดตั้งในตำแหน่งอันเป็นเอกลักษณ์แบบ Hot Inside ‘V’ ทำให้เครื่องยนต์สามารถสร้างพละกำลังได้สูงถึง 585 แรงม้า แรงบิดสูงสุดถึง 800 นิวตันเมตร ทำอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใน 3.2 วินาที และความเร็วสูงสุดถึง 315 กิโลเมตต่อชั่วโมง โดยซูเปอร์คาร์ตระกูล GT เจเนอเรชัน 2 นี้ ถูกปรับแต่งระบบควบคุมเครื่องยนต์เพื่อเพิ่มสมรรถนะและการตอบสนองของเครื่องยนต์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ด้วยการควบคุมระบบอัดอากาศให้เหมาะสมตามการขับขี่
‘Mercedes-AMG GT 63 4MATIC+’ ตอบสนองได้ทุกรูปแบบการขับขี่
เพราะการติดตั้งระบบส่งกำลัง AMG SPEEDSHIFT MCT 9-Speed Sport Transmission ทำให้ ‘Mercedes-AMG GT 63 4MATIC+’ รองรับแรงบิดได้สูง ตอบสนองทุกรูปแบบการขับขี่ด้วยการเปลี่ยนเกียร์ได้ในเวลาไม่ถึง 1 วินาที พร้อมระบบ RACE START ในจังหวะออกตัวเพื่อการทำอัตราเร่งที่ดีที่สุด ขณะที่ระบบขับเคลื่อน AMG Performance 4MATIC+ ถูกปรับจูนการตอบสนองการใช้งานให้สามารถเข้าโค้งได้ปลอดภัยและรวดเร็วโดยไม่เสียการควบคุม รวมไปถึงเบรกสมรรถนะสูงที่ออกแบบโดย Mercedes-AMG ที่มาพร้อมระบบเบรกแบบ Sports Braking System และช่องระบายอากาศเพื่อลดอุณหภูมิของเบรกเมื่อมีการใช้งานในความเร็วสูง
‘Mercedes-AMG GT 63 4MATIC+’ สามารถเข้าโค้งด้วยความเร็วสูงได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย ด้วยระบบช่วยเหลือการควบคุมการเลี้ยวล้อหลังแบบ AMG Rear-Axle Steering โดยระบบจะทำงานแบบอัตโนมัติเมื่อความเร็วเกิน 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงขึ้นไป ด้วยการใช้ล้อหลังเลี้ยวไปในทิศทางเดียวกันกับล้อหน้า ไม่เกิน 0.7° หากต่ำกว่า 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงจะเลี้ยวตรงกันข้ามกับล้อหน้า ไม่เกิน 2.5° ส่วนช่วงล่างติดตั้งระบบ AMG RIDE CONTROL Sports Suspension รองรับการขับขี่ด้วยความเร็วสูงเพื่อความปลอดภัยขณะเข้าโค้ง ซึ่งผู้ขับขี่สามารถปรับระบบการทำงานของช่วงล่างได้มากถึง 3 ระดับ ได้แก่ Comfort, Sport และ Sport+ ระบบจะช่วยปรับบุคลิกของช่วงล่างให้เป็นไปตามโหมดที่ผู้ขับขี่เลือกใช้ ผ่านหน้าจอแสดงผลบริเวณคอนโซลกลางหรือปุ่มบริเวณพวงมาลัย
ดีไซน์สะท้อนดีเอ็นเอ ‘รถมอเตอร์สปอร์ต’ ที่ขับขี่ได้จริง
‘Mercedes-AMG GT 63 4MATIC+’ มีลักษณะตัวถังแบบ Wide Body ด้วยมิติความกว้างถึง 2 เมตร สะท้อนดีเอ็นเอของรถมอเตอร์สปอร์ตที่ขับขี่ได้จริง ติดตั้งกระจังหน้าแบบ AMG-Specific Radiator Grille with V8 Exterior Styling Package และไฟหน้า Digital Light อีกทั้งมาพร้อมระบบความปลอดภัย Driving Assistance Package ที่รวมเทคโนโลยีช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง และกล้องรอบคัน 360 องศา จึงแสดงภาพมุมรอบทิศทางแบบ Real-Time เพิ่มความปลอดภัยและความสะดวกสบายในการขับขี่
ส่วนของดีไซน์ภายในมาพร้อมระบบปฏิบัติการ MBUX7 กับหน้าจอตรงกลางขนาด 11.9 นิ้ว ควบคุมด้วยระบบสัมผัส และสามารถปรับระดับด้วยไฟฟ้า 12° ถึง 32° พร้อมหน้าจอ Driver’s Display ขนาด 12.3 นิ้ว แบบ AMG-Specific Indicators พวงมาลัย AMG Performance Steering Wheel และเบาะหลังที่พับพนักพิงได้ในรถยนต์แบบ 2+2 ที่สามารถเลือกได้เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้งาน
เติมเต็มประสบการณ์แห่งความสปอร์ตอย่างเต็มรูปแบบ ด้วยระบบถ่ายทอดเสียงเครื่องยนต์และเทอร์โบแบบฉบับ AMG Real Performance Sound โดยระบบจะแสดงเสียงภายในห้องโดยสารบริเวณคอนโซลกลาง ผู้ขับขี่สามารถควบคุมเสียงของเครื่องยนต์ได้หลากหลายรูปแบบ เช่น Sporty, Discreet (BALANCED), Motorsporty และ Emotive (POWERFUL) สามารถเลือกโหมดผ่านระบบปรับรูปแบบการขับขี่ AMG DYNAMIC SELECT โดยในโหมด S และ S+ จะสามารถถ่ายทอดพลังเสียงได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ




