file

พญ.พลอยลดา ธนาไพศาลวรกุล ปรุง Vitaboost วิตามินเฉพาะคุณ ส่งตรงถึงบ้าน

นิตยสาร Trust ฉบับที่ 56 | คอลัมน์ New Generation

ว่ากันว่า ธุรกิจสตาร์ทอัพ “เฮลธ์เทค” คือโอกาสแห่งอนาคต แต่หากย้อนไปเมื่อ 5 ปีก่อน จะมีสักกี่คนที่เห็นโอกาสในอุตสาหกรรมนี้ และกระโดดเข้ามาพัฒนาเทคโนโลยีที่ช่วยแก้ปัญหาและดูแลสุขภาพให้กับคนไทย หนึ่งในนั้นคือ พญ.พลอยลดา ธนาไพศาลวรกุล ที่ริเริ่มทำธุรกิจปรุงวิตามินเฉพาะบุคคล ในรูปแบบ Delivery ที่ครบวงจร พร้อมตอบทุกโจทย์ความต้องการของคนยุคดิจิทัลด้วยแอปพลิเคชันไวตาบูสท์ ซึ่งการันตีมาตรฐานได้จากรางวัล Startup Thailand และการติดอันดับต้นๆ ของ Startup ในเอเชีย

 

สร้างโภชนาการเสริมสุขภาพกาย

หลายคนรู้จัก หมอพลอย-พญ.พลอยลดา ธนาไพศาลวรกุล ในฐานะเจ้าของกิจการ “ลลลนาคลินิก” (Lollana Clinic) ที่เปิดดำเนินการมากว่า 12 ปี กิจการเติบโตอย่างดีทั้งที่กรุงเทพฯ และหัวหิน มีลูกค้าประจำทั้งคนไทยและต่างชาติ หลังจากเปิดคลินิกมาสักระยะ คุณหมอเริ่มรู้สึกว่า “ยังไม่ได้ทำให้ลูกค้าแข็งแรงขึ้นจากภายใน” เธอจึงตัดสินใจไปศึกษาต่อทางด้านศาสตร์แห่งการชะลอวัย (Anti-aging) ในเชิงลึก เพื่อนำเอาความรู้มาปรับใช้และพัฒนารูปแบบการดูแลสุขภาพให้ดีขึ้นจากภายในสู่ภายนอก

“ศาสตร์ทางด้าน Anti-aging นั้นมีหลายรูปแบบ แต่เราต้องการอะไรที่สามารถพิสูจน์ได้และปลอดภัย ซึ่งรูปแบบของ Nutrition-based ค่อนข้างตอบโจทย์ เพราะอย่างที่ทราบกันดีอยู่แล้ว ว่าร่างกายของแต่ละคน มีความต้องการโภชนาการที่แตกต่างกัน ซึ่งเกิดจากการใช้ชีวิต การทานอาหาร และความเครียดที่แต่ละคนเผชิญ การเติมเต็มในส่วนของสารอาหารที่ยังขาด จะช่วยซ่อมแซมร่างกายให้แข็งแรงขึ้น หมอจึงได้นำศาสตร์ทางด้านอายุรกรรม อย่าง Internal Medicine ที่ได้ไปศึกษาเพิ่มเติม เพื่อให้เข้าใจว่าร่างกายของเราเจ็บป่วยด้วยอะไร และจะต้องรักษาด้วยอะไร มาผสมผสานเพื่อพัฒนาต่อยอดเป็นสารอาหารที่ปลอดภัยและเหมาะสมสำหรับแต่ละบุคคล ” แม้จะทำธุรกิจเสริมความงามมาหลายปีแต่การกระโดดเข้ามาในธุรกิจเฮลธ์เทคนั้น คุณหมอบอกเลยว่า ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยากในการรับมือ เพราะคุณหมอทุ่มเทให้กับการคิดค้น พัฒนา และทดลองจนมั่นใจ จึงได้ร่วมกับเพื่อนสนิทที่มีความเชี่ยวชาญด้านการบริหาร การตลาด และโภชนาการ ก่อตั้งธุรกิจเฮลธ์เทคสตาร์ทอัพ ศูนย์เวชศาสตร์ ชะลอวัย Vitaboost ขึ้น เพื่อให้บริการเฉพาะด้านการป้องกันและฟื้นฟูโรคต่างๆ ด้วยวิตามินบำบัด โดยมีคุณหมอพลอย ทำหน้าที่เป็นทั้งกรรมการผู้จัดการ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ชะลอวัย (Anti-aging & Regenerative Medicine) และโภชนาการเพื่อสุขภาพ (American Board in Nutritional Wellness) ซึ่งหลังจากเปิดได้ไม่นาน ไวตาบูสท์ก็คว้ารางวัล Startup Thailand ประจำปี 2016 ด้านกิจการส่งเสริมสังคมด้านสุขภาพดีเด่น และยังติดอันดับต้นๆ ของ Startup ในระดับเอเชีย จากการได้รับเลือกให้เป็นตัวแทนของไทยเข้าแข่งขันสตาร์ทอัพ Top 100 Asia Pacific Fight Club 2018 สะท้อนให้เห็นว่า ไวตาบูสท์เป็นทางเลือกในการดูแลสุขภาพของคนในสังคมเมืองยุคใหม่อย่างแท้จริง

Boost ร่างกายด้วย Vitaboost

การทานวิตามินเสริมเพื่อช่วยให้มีสุขภาพดีอาจจะไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะมีโรงพยาบาลชั้นนำในเมืองไทยหลายแห่งที่แนะนำวิตามินแบบเฉพาะเจาะจงได้ หรือคุณเองก็สามารถหาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป แต่ความโดดเด่นของ “ไวตา  บูสท์” อยู่ที่การบริการทุกขั้นตอนจากผู้เชี่ยวชาญที่ส่งตรงถึงบ้าน สะดวก รวดเร็ว ด้วยระบบออนไลน์ ลดค่าใช้จ่าย พร้อมได้รับวิตามินสูตรเฉพาะสำหรับคุณ ซึ่งปลอดภัยและเป็นวิตามินเกรด Pharmaceuticals ที่จำกัดเฉพาะสำหรับโรงพยาบาลและแพทย์ใช้ โดยจะมีประสิทธิภาพมากกว่าวิตามินที่ขายทั่วไป

การบริการของไวตาบูสท์ถูกออกแบบให้ง่ายต่อการใช้งาน โดยลูกค้าสามารถลงทะเบียนผ่านระบบออนไลน์ ทั้งเว็บไซต์ ไลน์ และแอปฯ ไวตาบูสท์ จากนั้นจึงกรอกข้อมูลเกี่ยวกับสภาวะร่างกาย เพศ อายุ โรคประจำตัวต่างๆ ร่วมกับการทำแบบประเมินเกี่ยวกับไลฟ์สไตล์ การใช้ชีวิต การรับประทานอาหาร และการออกกำลังกาย เพื่อใช้ในการวิเคราะห์วิตามินที่เหมาะสม และยังเลือกได้ว่าจะตรวจเลือดเพิ่มเติม เพื่อวิเคราะห์ ในเชิงลึกหรือไม่

file

“คุณไม่จำเป็นต้องเดินทางมาพบแพทย์ หรือเดินทางมาซื้อวิตามินด้วยตัวเอง เพราะไวตาบูสท์ ให้คำปรึกษาด้านสุขภาพโดยทีมแพทย์และนักกำหนดอาหารวิชาชีพผ่านระบบออนไลน์ และ Video Call โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม พร้อมเสิร์ฟวิตามินที่ปรุงขึ้นมาเฉพาะคุณส่งตรงถึงบ้าน ทำให้คุณรู้ว่าควรจะทานวิตามินอะไรบ้าง ที่เหมาะกับสุขภาพของตัวเอง ทานในปริมาณเท่าไร และยาวนานแค่ไหน”

สำหรับบริการตรวจเลือดของไวตาบูสท์ เป็นการตรวจเชิงลึกถึงระดับวิตามิน แร่ธาตุ และสารอาหารในเลือด รวมถึงระดับคอเลสเตอรอล น้ำตาล ค่าตับและไตอย่างละเอียด โดยไวตาบูสท์จะส่งพยาบาลวิชาชีพที่ผ่านการอบรมด้านการเจาะเลือดอย่างถูกขั้นตอนไปตรวจถึงบ้าน แล้วจัดส่งไปยังแล็บของไวตาบูสท์ที่มีมาตรฐานเทียบเท่ากับโรงพยาบาลชั้นนำ เพื่อวิเคราะห์ผลร่วมกับระบบ Vitalyzer ซึ่งเป็นระบบ AI ที่ถูกออกแบบขึ้นมาโดยเฉพาะ เพื่อช่วยแพทย์ในการวิเคราะห์ว่าคนๆ นั้นควรจะได้รับวิตามินอะไรเพิ่มเติมบ้าง และในปริมาณเท่าไรต่อวัน จากนั้นจึงเข้าสู่ขั้นตอนการผลิตวิตามินเฉพาะบุคคล (Personalized Vitamin) โดยใช้วิตามินพรีเมียมที่สกัดจากธรรมชาติ 100% และนำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งควบคุมการผลิตโดยเภสัชกรที่เชี่ยวชาญด้าน Compound Vitamins and Supplements จนออกมาเป็นวิตามินแคปซูลบรรจุใส่ซองแบ่งมื้อพร้อมทาน ส่งตรงถึงบ้านของคุณในทุกๆ เดือน พร้อมกับคู่มือที่อธิบายถึงคุณสมบัติของวิตามิน วิธีการทาน และการเก็บรักษา

“วิตามินถ้าทานน้อยเกินไปก็ไม่ได้ผล ทานมากเกินไปก็อาจจะมีผลเสียได้ หน้าที่ของเราจึงต้องบอกลูกค้าให้ละเอียดว่าแต่ละชนิดเป็นยังไง ซึ่งการได้รับสารอาหารที่ดีครบถ้วน และเหมาะสม จะช่วยให้เราต่อสู้กับมลพิษได้ดี กลไกการทำงานและการเผาผลาญพลังงานของร่างกายก็ดีขึ้น และเมื่อสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง ระบบภูมิคุ้มกันก็จะมีประสิทธิภาพมากขึ้น” นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมไวตาบูสท์ ถึงเจาะจงให้บริการเรื่องของวิตามินเป็นหลัก

file

ลงทุนเพื่อสุขภาพที่ดีกว่าในอนาคต

หลายคนมักตั้งคำถามว่า การทานวิตามินเสริมเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับร่างกายของเราจริงไหม คุณหมอพลอยได้ให้คำตอบกับเรื่องนี้ว่า “ถ้าเราสามารถทานผัก ผลไม้ ต่อวันได้ 3-4 กำมือ โดยเน้นพวกเบอร์รี่ ผลไม้รสเปรี้ยว และสามารถเปลี่ยนชนิดได้ในทุกๆ วัน รวมถึงมีการทานธัญพืชไม่ขัดสี และนมไขมันต่ำ เราก็อาจได้รับวิตามินที่จำเป็นอย่างครบถ้วน แต่ก็ต้องระวังเรื่องสารเคมีที่ตกค้างในผักผลไม้ และหากนำไปปรุงอาหารแล้วผ่านกระบวนการความร้อนสูง ปริมาณวิตามินก็จะหายไปเกือบหมด หรือบางคนมักคิดว่าประเทศไทยแดดค่อนข้างร้อน เราได้รับวิตามินดีจากแสงแดดก็เพียงพอแล้ว แต่ร้อยละ 80 ของผู้ที่มาใช้บริการมีผลตรวจเลือดที่ขาดวิตามินดีแทบทั้งนั้น”

ไวตาบูสท์จึงได้ออกแบบโปรแกรมวิตามินขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ปัญหาและโรคที่คนส่วนใหญ่ต้องพบเจอ โดยมีโปรแกรมหลักให้เลือก 6 โปรแกรม ได้แก่ โปรแกรมลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็ง (Cancer Risks Reduction) โปรแกรมดูแลสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด (Healthy Heart) โปรแกรมดูแลสุขภาพองค์รวมด้วยเวชศาสตร์ชะลอวัย (Anti-aging Total Solution) โปรแกรมควบคุมน้ำหนักตัวให้เหมาะสมอย่างยั่งยืน (Sustainable Weight Management) โปรแกรมบำรุงผิวพรรณ (Beauty and Skin Enhancement) และโปรแกรมดูแลสุขภาพองค์รวมสำหรับผู้ชาย (Men’s Total Care) โดยแต่ละโปรแกรมจะมีแพ็กเกจให้เลือก 3 ระดับ ได้แก่ Premium, Gold และ Platinum ซึ่งแตกต่างกันที่จำนวนวิตามินและสารอาหารรวมถึงรายการตรวจเลือด นอกจากนี้ยังสามารถเลือกโปรแกรมเสริมเพิ่มเติมได้อีกกว่า 10 โปรแกรม อาทิ Sleep Well สำหรับผู้ที่มีปัญหาเรื่องการนอนหลับ Better Eyes สำหรับผู้ที่ต้องการบำรุงสายตา เป็นต้น

คุณหมอเล่าต่อว่า “หลายคนมักมองว่าการทานวิตามินเสริมเป็นเรื่องสิ้นเปลือง แต่สำหรับหมอแล้ว จริงๆ มันเป็นการสร้างสุขภาพให้แข็งแรง และป้องกันโรคให้กับเรา เหมือนเป็นการลงทุนให้กับตัวเองในอนาคต” การโปรโมตในช่วงแรกของไวตาบูสท์ จึงเน้นการสร้างความตระหนักและให้ความรู้ในเรื่องของสุขภาพและการดูแลตัวเอง ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียเป็นหลัก รวมถึงการบอกต่อจากผู้ที่เคยทานวิตามินสูตรเฉพาะบุคคล และการรีวิวจากผู้ที่มีชื่อเสียงที่เคยใช้บริการของไวตาบูสท์ ทำให้ปัจจุบันไวตาบูสท์มีฐานลูกค้ากระจายอยู่ทั่วประเทศ และมีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไปจนถึงวัยเกษียณ และนอกจากจะเป็นกลุ่มลูกค้าทั่วไปแล้ว ยังมีกลุ่มลูกค้าองค์กร รวมถึงลูกค้าชาวต่างชาติด้วย ทั้งยังได้จับมือเป็นพันธมิตรกับนักธุรกิจชาวรัสเซีย เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าชาวรัสเซียที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยและประเทศรัสเซียอีกด้วย

สูตรแห่งการพัฒนา คือ การไม่หยุดพัฒนา

แอปฯ ไวตาบูสท์ เป็นหนึ่งในตัวกลางช่วยให้เราเชื่อมต่อกับลูกค้าได้ง่ายยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น การสั่งซื้อ การส่งผลตรวจเลือดผ่านทางแอปฯ การเก็บสถิติข้อมูลสุขภาพทั้งหมดพร้อมเปรียบเทียบผล การบันทึกพฤติกรรมการใช้ชีวิต และการตั้งเตือนการทานวิตามิน รวมถึงข้อมูลที่อธิบายถึงคุณสมบัติของวิตามินแต่ละตัว

“เราพัฒนาแอปฯ ขึ้นมา พร้อมกับการก่อตั้งไวตาบูสท์ เพราะเล็งเห็นว่าคนไทยค่อนข้างใส่ใจสุขภาพ แต่บางครั้งการเดินทางไปพบแพทย์ค่อนข้างเป็นอุปสรรค ถ้ามีระบบออนไลน์ที่เข้าถึงได้ ก็น่าจะช่วยให้คนไทยดูแลสุขภาพได้ดียิ่งขึ้น และแอปฯ ของเราไม่ได้ทำมาเพื่อลูกค้าของเราเท่านั้น ผู้ที่ไม่ใช่ลูกค้าก็สามารถใช้แอปฯ นี้ได้ เพียงแค่แจ้งข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพของคุณ เราก็จะใส่ข้อมูลของคุณในแอปฯ ให้เลย”

ในอนาคตไวตาบูสท์มีแผนที่จะพัฒนาแอปฯ ให้เป็นมิตรกับผู้ใช้ (User Friendly) มากขึ้น พร้อมเพิ่ม Reward เพื่อกระตุ้นให้ผู้ใช้เกิดการดูแลตัวเอง และฟีเจอร์ใหม่ๆ ในการดูแลสุขภาพ อย่างการแจ้งเตือนการดื่มน้ำ และการแจ้งเตือนในการดูแลสุขภาพอื่นๆ เสมือนเป็นเลขาคู่ใจในการดูแลสุขภาพของคุณให้ดีขึ้น

“เป้าหมายในการเติบโตของเรา นอกจากจะมุ่งพัฒนาในเรื่องการบริการและคุณภาพแล้ว เรายังมีแพลนที่จะขยายฐานลูกค้าไปทุกจังหวัดในประเทศไทยและประเทศต่างๆ ซึ่งอาจจะภายใน 3 ปี หรือ 5 ปีต่อจากนี้ ยิ่งปัจจุบันธุรกิจเฮลธ์เทคค่อนข้างเติบโตและมีการแข่งขันที่มากขึ้น ทำให้เรามองว่าเป็นผลดีมากในการเติบโตของไวตาบูสท์ เพราะยิ่งมีการแข่งขันที่สูง ก็จะทำให้คนรู้จักและเข้าใจในบริการและผลิตภัณฑ์ของเรามากขึ้น ซึ่งเราก็จะไม่หยุดพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นแน่นอน และนั่นจะยิ่งเป็นประโยชน์อย่างมากแก่ผู้บริโภค”

file

สัญญาณของการขาดวิตามิน

• ผิวแห้งหยาบกร้าน อาจบ่งบอกถึงการขาดวิตามินและแร่ธาตุอย่าง วิตามินเอ ที่ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของเซลล์ผิวหนัง วิตามินซีและอีที่ช่วยในการต่อต้านอนุมูลอิสระ หรือกรดโฟลิกหนึ่งในตระกูลของวิตามินบีรวม ที่ช่วยในการบำรุงผิวพรรณ

• นอนหลับยาก หรือหลับๆ ตื่นๆ อาจบ่งบอกถึงการมีโคเอนไซม์คิวเท็นที่สูง ซึ่งจะทำให้ร่างกายถูกกระตุ้นให้ตื่นตัวตลอดเวลา หรือการมีแมกนีเซียม สารที่ช่วยให้กล้ามเนื้อผ่อนคลายในปริมาณที่ต่ำ ก็จะทำให้ร่างกายเป็นตะคริวได้ง่าย

• ปวดกล้ามเนื้อและข้อ อาจบ่งบอกถึงการขาดวิตามินซี ที่ช่วยในการสร้างคอลลาเจน ซึ่งเป็นส่วนประกอบของเนื้อเยื่อประสานในร่างกาย บริเวณกระดูกอ่อน กล้ามเนื้อ หลอดเลือด และผิวหนัง โดยในรายที่มีอาการรุนแรง อาจมีเลือดออกตามไรฟัน