file

Vanuatu…Happy Planet

นิตยสาร Trust ฉบับที่ 46 | คอลัมน์ Horizon

จะดีแค่ไหน  ถ้าได้พาตัวเองไปยืนสูดอากาศในดินแดนที่มีความสุขที่สุดในโลกอย่างวานูอาตู (Vanuatu) วานูอาตูไม่ได้บอกกล่าวเรื่องนี้แก่คนทั้งโลกด้วยตัวเองซะด้วยสิ แต่เป็นผลการสำรวจของ NEF (New Economics Foundation) ที่เขามีการติดตามรายงาน Happy Planet Index อยู่ตลอด  ผลการวัดผลปรากฏว่าประเทศที่มีความสุขที่สุดในโลกคือ วานูอาตู จากประเทศที่สำรวจทั้งหมด 178 ประเทศ

หลายคนอาจสงสัยว่า NEF ใช้อะไรเป็นบรรทัดฐานของการสำรวจ แน่นอนว่าเขาไม่ได้วัดจากจีดีพี  เพราะหากวัดกันแบบนั้นอเมริกา อังกฤษ รัสเซีย คงจะกลายเป็นประเทศที่นำลิ่ว แต่นอกจากอเมริกาจะอยู่ในอันดับ 150 แล้ว มหาอำนาจอย่างรัสเซียหล่นไปอยู่ที่อันดับ 172 ซึ่งสะท้อนว่าผู้คนมีความสุขน้อยมาก แต่การวัดผลครั้งนี้เขาดูจากสภาพสิ่งแวดล้อม ความพึงพอใจในการใช้ชีวิตของผู้คน ชาววานูอาตูใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายและไม่ใช่สังคมบริโภคนิยม มีความเอื้อเฟื้อเกื้อกูลกัน เมื่อไม่ใช่สังคมบริโภค ความอยากได้อยากมีจึงน้อย ความเครียดก็แทบไม่มี ว่ากันว่าสิ่งที่ทำให้ชาววานูอาตูซึ่งมีกว่า 2 แสนคน เกิดความกังวลคือ แผ่นดินไหวและพายุไซโคลน

มาถึงจุดนี้ หลายคนคงเข้าใจแล้วว่า ทำไมวานูอาตูถึงเป็นประเทศที่มีความสุขที่สุดในโลก แต่สิ่งที่หลายคนยังไม่รู้คือ ที่วานูอาตูมีอะไรน่าเที่ยวบ้าง ตาม Trust เล่มนี้มาดูกันเลย

file
file
file
file

Port Vila…a Colorful Capital City

พอร์ต วิลา (Port Vila) คือเมืองหลวงของวานูอาตูที่ตั้งอยู่บนเกาะเอฟาเต (Efate) อาจไม่ใช่จุดหมายปลายทางที่ร้อนแรงมากนัก แต่ก็ไม่ควรจะมองข้ามเมืองหลวงเล็กๆ แห่งนี้ เพราะใครได้เห็นน้ำทะเลและชายหาดในเขตเมืองหลวงก็อาจเผลอร้องว้าวได้ น้ำที่นี่ใสราวกับกระจก เรียกว่าใครชื่นชอบกีฬาทางน้ำ น่าจะเหมาะกับพอร์ต วิลามาก

ที่จริงแค่มาเดินแถวใจกลางเมืองก็น่าสนุกแล้ว เพราะนอกจากจะได้เห็นสีสันของอาคารบ้านเรือนอายุหลายร้อยปี ยังมีสวนใจกลางเมือง ถนนเลียบทะเลที่มีคาเฟ่ให้นั่งแฮงก์เอาต์ ยังมีตลาดนัดงานฝีมือที่ชาววานูอาตูนั่งถักทอแล้วนำมาวางขายในตลาด ไม่ว่าจะเป็นตะกร้า กระบุง และเครื่องประดับจากหอยหลายแบบหลายชนิด แต่มาตลาดนี้ ไม่ได้มีแค่ข้าวของน่ารักเท่านั้น ยังมีกาแฟทานนา (Tanna) ของดีของดังของวานูอาตู ที่เป็นกาแฟรสชาติเข้มข้นวางขายอยู่ด้วย ใครเป็นคอกาแฟน่าจะลองหิ้วติดไม้ติดมือกลับไปชิมที่บ้านได้ และใครที่อยากเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของวานูอาตูก็ต้องไปพิพิธภัณฑ์แห่งชาติวานูอาตู ซึ่งจัดแสดงเสื้อผ้าของชนเผ่าพื้นเมืองและเครื่องดนตรีชนิดต่างๆ ของชาวเกาะ

ไฮไลต์ของพอร์ต วิลาน่าจะอยู่ที่ตลาดสดตรงใจกลางเมืองมากกว่า เมื่อมาที่นี่แล้วจะเข้าใจเลยว่าทำไมคนวานูอาตูถึงมีความสุข ข้าวของที่วางขายอยู่แน่นตลาดเผยให้เห็นเลยว่า วานูอาตูสมบูรณ์ขนาดไหน เพราะดินจากภูเขาไฟซึ่งอุดมไปด้วยแร่ธาตุทำให้ผักผลไม้ที่ชาวบ้านนำมาวางขายอวบอิ่มผลใหญ่และไร้สารเคมี

น่ารักตรงที่ตลาดนี้แทบไม่มีถุงพลาสติกให้เห็นเลย ชาวบ้านที่มาซื้อของจะหิ้วกระบุงตะกร้าของตัวเองมาหอบกลับ ฝ่ายแม่ค้าก็จะใช้ใบจากและใบมะพร้าวมาถักทอเป็นตะกร้า เอาผักผลไม้มัดรวมกันขายเป็นตะกร้าไปเลย เพราะแบบนี้ถุงพลาสติกจึงเป็นสิ่งไม่จำเป็นของที่นี่ แต่ที่ทำให้ตลาดแห่งนี้เบิกบานมากที่สุด น่าจะเป็นบรรดาแม่ค้ารุ่นเล็กรุ่นใหญ่ ที่แจกจ่ายรอยยิ้มให้นักท่องเที่ยวด้วยไมตรีจิตร ไม่ว่าจะซื้อหรือไม่ซื้อก็ช่าง แต่แม่ค้าทุกคนอารมณ์ดีไม่มีท่าทีฉุนเฉียว มาเดินตลาดนี้ประเดี๋ยวเดียวก็จะพบว่าทั้งคนซื้อและแม่ค้าเป็นสีสันของตลาดโดยแท้

 

Enjoy Beach & Lagoon

ไม่ว่าจะเป็นพอร์ต วิลา หรือเมืองอื่นๆ บนเกาะเอฟาเต ก็มีกิจกรรมกลางแจ้งให้เลือกสนุกอีกมากมาย มีทั้งน้ำตก เกาะแก่งน้อยใหญ่ให้ไปดำน้ำดูปะการัง ชายหาดสวยๆ สงบๆ และบลู ลากูน ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่จะทำให้สนุกสนานได้ จริงอยู่ที่รายรอบเกาะเอฟาเตมีชายหาดมากมาย แต่หาดที่นักท่องเที่ยวโปรดปรานกันคือชายหาดที่หมู่บ้านอิตัน (Eton Village Beach) ซึ่งค่อนข้างเงียบสงบและสวยงาม มีชายหาดกว้างและน้ำไม่ลึกมาก 

ไม่ไกลกันนักยังมีบลู ลากูน แหล่งท่องเที่ยวที่จะทำให้นักท่องเที่ยวทุกคนลืมอายุ เพราะเมื่อเจอน้ำสีเขียวมรกตเข้าไปแล้ว ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่จะพากันกระโดดน้ำเล่นอย่างเพลินอารมณ์ โดยเฉพาะช็อตโหนสลิง ถือเป็นกิจกรรมผาดโผนยอดนิยมที่ใครมาถึงแล้วเป็นต้องทำกันแทบทุกคน แต่ก็อย่างที่บอกว่ามีเกาะแก่งน้อยใหญ่อยู่รอบๆ วานูอาตูเยอะมาก ถ้ามีเวลาไม่มากลองนั่งเรือไปเกาะอิริริกิ (Iririki island) ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากพอร์ต วิลา ต่อให้ไม่ใช่แขกของโรงแรมที่อยู่บนเกาะ ก็สามารถข้ามไปเที่ยวได้แต่อาจต้องเสียค่าเหยียบเกาะเล็กน้อย จากนั้นก็ขึ้นไปดื่มด่ำกับทัศนียภาพของเกาะอิริริกิได้สบายๆ ที่นี่บรรยากาศค่อนข้างคล้ายมัลดีฟส์ มีบ้านพักยื่นไปกลางน้ำตั้งเรียงรายอยู่รอบๆ เกาะ แถมมองข้ามฝั่งมาก็จะเห็นฝั่งพอร์ต วิลาด้วย 

ที่จริงยังมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติน่าสำรวจอีกมากมาย อย่าลืมว่าวานูอาตูอยู่ในเขตร้อนที่ใหญ่ที่สุดในมหาสมุทรแปซิฟิกทางตอนใต้ จึงมีเส้นทางเดินเท้าในป่าฝนและป่าร้อนชื้นหลายเส้นทาง หรือหากใครมาสายดำน้ำลึก รอบๆ เกาะเอฟาเตก็มีซากเรืออับปางและถ้ำบริเวณนอกชายฝั่งให้เข้าไปดำน้ำลึกกันอยู่ไม่ใช่น้อย แค่หมวดหมู่ของกิจกรรมกลางแจ้งก็อยู่เที่ยวได้เป็นสัปดาห์แล้ว

 

file
file

Touch the Tribe

เมื่อมาถึงวานูอาตูไม่ว่าจะเร่ไปเกาะไหนก็ตาม สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งก็คือ การได้สัญจรไปสำรวจหมู่บ้านของชนเผ่าพื้นเมืองซึ่งมีหลายเผ่ามาก แต่ละเผ่าจะมีวิถีชีวิตและพิธีกรรมน่าสนใจ ซึ่งทุกวันนี้มีทั้งหมู่บ้านยังคงรักษาการดำเนินชีวิตแบบดั้งเดิมเอาไว้ และบางหมู่บ้านมีการอนุรักษ์ให้เป็นหมู่บ้านเชิงวัฒนธรรม พวกหมู่บ้านวัฒนธรรมเหล่านี้พร้อมจะเผยให้เห็นความเป็นอยู่ของพวกเขาในทุกแง่มุม เริ่มกันตั้งแต่ปากทางเข้าหมู่บ้าน หัวหน้าเผ่าจะมายืนเป่าเปลือกหอยขนาดใหญ่เป็นการต้อนรับ เขาจะมาพร้อมอาวุธและเครื่องประดับที่บ่งบอกถึงความเป็นหัวหน้าเผ่าซึ่งแตกต่างจากลูกบ้าน ส่วนใหญ่พวกชนเผ่าจะอาศัยอยู่ในป่าทึบ เมื่อเดินผ่านเข้าไปในหมู่บ้านแล้ว ก็จะเจอกับลานกลางหมู่บ้านที่มีทั้งระบำและดนตรีพื้นเมือง พิธีกรรมที่สะท้อนถึงความเชื่อของชนเผ่านั้นๆ เช่น พิธีการลุยไฟ

มาแล้วจะเห็นเลยว่าพวกเขาดำรงชีวิตอยู่ได้โดยไม่ต้องพึ่งไฟฟ้า ชีวิตอิงแอบและผูกพันกับธรรมชาติ ใช้สมุนไพรพื้นบ้านและต้นไม้ใบหญ้าเป็นยา สร้างกับดักและเครื่องมือเพื่อจับสัตว์ไว้เป็นอาหาร ภายในหมู่บ้านจะมีกระท่อมหลังเล็กมีหญิงชรานั่งสานตะกร้าและกระเป๋า ไม่ไกลกันเป็นแม่ลูกนั่งเล่นอยู่ที่หลุมซึ่งขุดไว้เพื่อถนอมอาหารในฤดูไซโคลน

แต่หากมีโอกาสไปเยือนหมู่บ้านที่ยังใช้ชีวิตแบบดิบๆ เดิมๆ อย่างแท้จริง ก็จะพบว่าบางหมู่บ้านอาจจะนุ่งลมห่มฟ้า  ไม่สวมอะไรเลย บางหมู่บ้านผู้หญิงจะเปลือยเฉพาะท่อนบน ขณะที่บางหมู่บ้านยังอยู่ในโลกของเวทมนต์และความเชื่ออย่างเร้นลับไม่ต่างจากในอดีต หรืออย่างที่​เกาะ​เพนเทคอสต์​ซึ่งเป็นต้นกำเนิดการ​กระโดด​บันจีจัมป์ ก็ยังมีการกระโดดกันจนถึงทุกวันนี้ โดย​เมื่อ​ถึง​ช่วง​การ​เก็บ​มัน​เทศของทุกปี พวก​ผู้​ชาย​จะ​กระโดด​ลง​มา​จาก​หอ​ไม้​สูงราว 20 เมตร โดยมีแค่​เถาวัลย์​ยาวๆ มัด​ติด​ข้อ​เท้า​ของ​พวก​เขา​เท่า​นั้น​ เพราะเชื่อว่าการกระโดดแบบนี้​จะ​ทำ​ให้​แผ่นดินอุดม​สมบูรณ์ดีต่อพืชผล แต่ละเผ่าก็ต่างความเชื่อต่างพิธีกรรม ต้องไปวานูอาตูแล้วจะรู้ว่าเป็นแบบนั้นจริงๆ 

 

file
file
file

Explore at Mount Yasur

ประสบการณ์อันน่าตื่นเต้นอย่างหนึ่งของการไปเยือนวานูอาตูคือ การไปสำรวจเกาะทานนา (Tanna) เกาะที่มีภูเขาไฟซึ่งยังปะทุอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันอย่าง เมาต์ ยาซูร์ (Mount Yasur) การไปเยือนเกาะทานนาต้องบินจากพอร์ต วิลา เมืองหลวงของวานูอาตูไปราว 45 นาที ใครอยากสัมผัสความน่าตื่นตาตื่นใจ แนะนำว่าการหาที่พักซึ่งกระจายตัวอยู่รอบๆ ภูเขาไฟจะให้ประสบการณ์ที่ดีแน่นอน

ที่นี่จะมีบริการทัวร์พานักท่องเที่ยวเดินขึ้นภูเขาไฟยาซูร์วันละ 4 เที่ยว แต่แนะนำว่าไปทัวร์รอบสุดท้ายช่วง 4 โมงเย็นจะดีที่สุด เพราะจะได้เห็นทั้งซันเซ็ตและเมื่อท้องฟ้ามืดสนิท จะเห็นภูเขาพ่นไฟได้อย่างชัดเจนที่สุด โดยนักท่องเที่ยวทุกคนจะต้องขึ้นรถขับเคลื่อนสี่ล้อของทางอุทยานราว 15 นาทีจะไปถึงจุดเดินเท้าไต่ขึ้นภูเขาไฟไปอีกราว 10 นาที ก็จะถึงปากปล่องภูเขาไฟซึ่งกว้างราว 400 เมตร และสูงราว 361 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล

ในช่วงกลางวันหากยืนอยู่รอบๆ ภูเขาไฟยาซูร์ก็จะเห็นกลุ่มควันพวยพุ่งอยู่ตลอดเวลา เพราะทุกวันนี้ยาซูร์ยังไอกระแอมพ่นควันและไฟพวยพุ่งจากปากปล่อง ที่จริงมันปะทุแบบนี้มาเป็นเวลาหลายร้อยปีแล้ว เมื่อคราวที่กัปตันคุกได้ล่องเรือมาสำรวจที่นี่ เขายังพูดถึงการระเบิดของภูเขาไฟแห่งนี้ช่วงปลายศตวรรษที่ 18 สำหรับนักเดินเรือแล้วพวกเขาเรียกยาซูร์ว่าเป็นประภาคารแห่งแปซิฟิก เพราะมองเห็นได้อย่างสม่ำเสมอทั่วทั้งมหาสมุทรแปซิฟิก และเนื่องจากภูเขาไฟยาซูร์ยังเป็นภูเขาไฟที่ยังปะทุอยู่ ดังนั้น จึงอาจเต็มไปด้วยอันตรายจากลาวาที่พุ่งออกมา การเดินทางไปจึงต้องระมัดระวัง แต่ก็ไม่ต้องเป็นห่วงเพราะที่นี่จะมีมอนิเตอร์คอยวัดระดับความอันตรายของแต่ละวัน หากมีแนวโน้มว่าจะปะทุแรงก็จะยกเลิกการเดินทางไปปากปล่อง

ทั้งหมดนี่คือ วานูอาตู ดินแดนแห่งความสุขที่ใครได้ลองไปสัมผัสก็จะเห็นด้วยว่านี่คือ Happy Planet โดยแท้ 

file
file
file
  • จากกรุงเทพฯ ไปวานูอาตูไม่มีเที่ยวบินตรง สะดวกที่สุดคือหาเที่ยวบินไปสิงคโปร์ จากนั้นบินจากสิงคโปร์ไปตั้งหลักที่ฟิจิด้วยสายการบิน Fiji Airways ซึ่งมีเที่ยวบินบินตรงไปเมือง Nadi ที่ฟิจิ ใช้เวลา 10 ชั่วโมงโดยประมาณ จากนั้นพักต่อเครื่องแล้วบินต่อไป Port Vila ใช้เวลาบินอีก 2 ชั่วโมง คลิกไปสำรวจรายละเอียดของเที่ยวบินได้ที่ www.fijiairways.com
  • คนไทยไปเที่ยววานูอาตูไม่ต้องทำวีซ่า 
  • ที่พักในพอร์ต วิลาและทานนา มีให้เลือกหลากหลายแบบและหลายราคา คลิกไปเลือกได้ที่  www.booking.com

บทความล่าสุด

เมื่อเกม (Esports) จะกลายเป็นธุรกิจทำเงินระดับโลก

โพสต์เมื่อ 12 เมษายน 2564

การเล่นเกมในยุคปัจจุบันสามารถเล่นได้ง่ายกว่าในอดีต โดยสามารถพกพาไปเล่นที่ไหนก็ได้ และด้วยการเข้าถึงที่ง่ายขึ้นนี้เอง ก็ทำให้ความนิยมของการเล่นเกมใน Mobile เพิ่มขึ้น จนสามารถจัดแข่งขันเป็นกีฬาระดับสากล หรือ Esports ที่มีเม็ดเงินหมุนเวียน เทียบเท่า 30% ของ GDP ประเทศไทยเลยทีเดียว

อ่านต่อ >>

“การให้ความรู้ทางการเงิน” พันธกิจที่หยุดไม่ได้ แม้ช่วง COVID-19

โพสต์เมื่อ 12 เมษายน 2564

เป็นเวลากว่า 8 ปี ที่ทิสโก้ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนการถ่ายทอดความรู้ทางการเงินเพื่อส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีทางสังคม ผ่านหลากหลายโครงการและกิจกรรมแม้แต่ในปีที่เกิดวิกฤตโรคระบาด COVID-19 ซึ่งกลายมาเป็นอุปสรรคสำคัญในการจัดกิจกรรมทุกประเภท ธนาคารทิสโก้ก็ยังไม่หยุดความพยายามในการขยายความรู้ทางการเงินออกไปสู่สังคมอย่างต่อเนื่อง

อ่านต่อ >>

พิชิต วิวัฒน์รุจิราพงศ์ ผู้ปฏิวัติเกมธุรกิจ แห่ง NETBAY

โพสต์เมื่อ 12 เมษายน 2564

พูดคุยกับ คุณพิชิต วิวัฒน์รุจิราพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร NETBAY ถึงแรงบันดาลใจที่มาของ NETBAY และ Roadmap ในการปลุกปั้นบริษัทนวัตกรรมเทคโนโลยีสัญชาติไทยแห่งนี้ ให้ก้าวขึ้นไปเป็นบริษัทชั้นนำในภูมิภาคได้อย่างไร

อ่านต่อ >>