เศรษฐกิจโลกฟื้น หุ้นกลุ่ม EM มาแรง แซงหุ้นโลก

file

เศรษฐกิจโลกกำลังเข้าสู่ช่วงฟื้นตัว อัตราดอกเบี้ยนโยบายเริ่มกลับทิศเป็นขาลง ส่งผลให้ตลาดหุ้นมีความน่าสนใจมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มตลาดหุ้นเกิดใหม่ (Emerging Market) เป็นกลุ่มหุ้นที่มักให้ผลตอบแทนโดดเด่นกว่าหุ้นโลก

ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อทั่วโลก (Global Composite PMI) ตัวบ่งชี้สำคัญถึงแนวโน้มเศรษฐกิจในระยะข้างหน้า ขยายตัวต่อเนื่องนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2566 และล่าสุดเดือนมีนาคม 2567 ดัชนี Global Composite PMI อยู่ที่ 52.3 จุด (PMI สูงกว่า 50 จุด เป็นระดับขยายตัว) สะท้อนว่าเศรษฐกิจโลกได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วและกำลังเข้าสู่ช่วงของการฟื้นตัว นั่นหมายความว่ากำลังซื้อหรือความต้องการในการบริโภคของโลกมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นเช่นกัน ส่งผลให้กลุ่มประเทศเกิดใหม่ (Emerging Market) ซึ่งเป็นกลุ่มที่พึ่งพิงการส่งออกเป็นหลักได้รับประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกโดยตรง

กลุ่มประเทศ Emerging มีบทบาทสำคัญในการเป็นแหล่งผลิตและส่งออกสินค้าเทคโนโลยียุคใหม่ของโลก เช่น เกาหลีใต้ และไต้หวัน ประเทศต้นน้ำในสายการผลิตสินค้ากลุ่ม Semiconductor เป็นกลุ่มประเทศที่ได้ประโยชน์โดยตรงจากการเติบโตของเทคโนโลยี AI ที่กำลังเป็นที่ต้องการของตลาดโลก ในขณะเดียวกันการปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ในช่วงที่เศรษฐกิจฟื้นตัวก็เป็นประโยชน์ต่อกลุ่มประเทศผู้ผลิตและส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์ เช่น บราซิล และเม็กซิโก

นอกจากนี้ ในช่วงที่จีนยังมีความไม่แน่นอนทั้งในแง่ความสัมพันธ์ทางการค้าและความสัมพันธ์ทางการเมืองระหว่างจีนกับสหรัฐ และจีนกับไต้หวัน ทำให้มีการกระจายห่วงโซ่อุปทานโยกย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศอื่นที่มีความใกล้เคียงกับจีนในแง่ของทรัพยากรแรงงานและทรัพยากรด้านอื่นๆ ซึ่งกลุ่มประเทศ Emerging เป็นเป้าหมายสำคัญในการกระจายห่วงโซ่อุปทานนี้

สำหรับแนวโน้มการขยายตัวทางเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศ Emerging เอง พบว่ากลุ่มประเทศเหล่านี้มีอัตราการเติบโตที่ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับเศรษฐกิจโลก โดยมีการคาดการณ์ว่าในช่วงปี 2025-2026 เศรษฐกิจของกลุ่มประเทศ Emerging มีแนวโน้มจะเติบโตได้เฉลี่ยราว 4% ขณะที่เศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มจะเติบโตราว 3%

หากมองที่ระดับราคาของหุ้นกลุ่ม Emerging Market จะพบว่ายังซื้อขายในระดับราคาที่ถูกกว่าหุ้นโลกพอสมควร และถูกกว่าระดับที่เคยซื้อขายในอดีตโดยเปรียบเทียบ โดยปัจจุบัน กลุ่ม Emerging Market ซื้อขายที่ระดับ Fwd PE 13 เท่า ขณะที่หุ้นโลก (MSCI World Index) ซื้อขายที่ระดับ Fwd PE 19.4 เท่า หมายความว่ากลุ่ม Emerging Market ซื้อขายถูกกว่าหุ้นโลกราว 33% ซึ่งเมื่อเทียบกับข้อมูลย้อนหลัง 10 ปี พบว่าช่วงเศรษฐกิจฟื้นตัว หุ้นกลุ่ม Emerging Market จะซื้อขายด้วยราคา Discount จากหุ้นโลกเพียง 25% หรือต่ำกว่า หรือคิดเป็น upside กว่า 10% จากระดับปัจจุบัน

ดังนั้น ในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจโลกกำลังเข้าสู่ช่วงฟื้นตัว หุ้นกลุ่ม Emerging Market เป็นกลุ่มที่คาดว่าจะสามารถสร้างผลตอบแทนได้อย่างโดดเด่นจากโครงสร้างทางเศรษฐกิจของกลุ่มที่เน้นการส่งออก ในขณะที่มูลค่าการซื้อขายในปัจจุบันยังอยู่ในระดับต่ำ

 

ช่วงเศรษฐกิจโลกฟื้นตัว ตลาดหุ้นกลุ่ม EM มักปรับตัวขึ้นดีกว่าตลาดหุ้นโลก

ช่วงเศรษฐกิจโลกฟื้นตัว ตลาดหุ้นกลุ่ม EM มักปรับตัวขึ้นดีกว่าตลาดหุ้นโลก ที่มา: Bloomberg, TISCO Wealth Advisory

 

บทความโดย ณัฐพร ธรวงศ์ธวัช AFPT™

Wealth Manager ธนาคารทิสโก้

บทความล่าสุด

ถึงเวลาเพิ่มน้ำหนักหุ้น รับเศรษฐกิจฟื้นตัว

โพสต์เมื่อ 12 กรกฎาคม 2567

เศรษฐกิจโลกกำลังเข้าสู่ช่วงของการฟื้นตัว ขณะที่ดอกเบี้ยนโยบายเริ่มกลับทิศเป็นขาลงภายใต้สถานการณ์นี้ เป็นช่วงที่เหมาะกับการลงทุนใน “หุ้น” ที่สุด

อ่านต่อ >>

3 กลยุทธ์ปรับพอร์ต ก่อนเลือกตั้งสหรัฐฯ

โพสต์เมื่อ 12 กรกฎาคม 2567

ปัจจัยที่นักลงทุนทั่วโลกจับตามองมากที่สุดคงหนีไม่พ้นการเลือกตั้งสหรัฐฯที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันที่ 5 พ.ย. นี้ ซึ่งจะเป็นการ Rematch ระหว่าง Donald Trump กับ Joe Biden และถือเป็นอีกครั้งในประวัติศาสตร์การเมืองสหรัฐฯนับตั้งแต่ปี 1956 ที่ผู้ลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีทั้งคู่ต่างเป็น “อดีตประธานาธิบดี”

อ่านต่อ >>

Thematic ลงทุนเฉพาะทางยังไงให้เข้าใจ Megatrend

โพสต์เมื่อ 12 กรกฎาคม 2567

การลงทุนแบบ Thematic เป็นกลยุทธ์การลงทุนที่มุ่งเน้นการเลือกลงทุนในธีมหรือแนวโน้มที่คาดว่าจะมีการเติบโตในอนาคตเป็น “เมกะเทรนด์” ซึ่งเป็นเทรนระยะยาวมากกว่า 10 ปี ที่เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงวิถีการใช้ชีวิตของมนุษย์และเปลี่ยนวิถีการทำธุรกิจที่ส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของโลก โดยครอบคลุมหลายอุตสาหกรรมละหลายภูมิภาคที่เกี่ยวข้องกับธีมนั้นๆ

อ่านต่อ >>