file

TISCO Investment Portfolio Strategy

May 2024

Bond yield ปรับขึ้นอย่างรวดเร็วแตะระดับ 4.7% ในช่วงเดือน เม.ย. หลังคณะกรรมการ Fed แสดงจุดยืนที่เข้มงวดมากขึ้น (Hawkish) โดยตัวเลขเศรษฐกิจยังคงแข็งแกร่งต่อเนื่อง และคาดการณ์เงินเฟ้อกลับมาเพิ่มขึ้น แม้สภาพแวดล้อมทางการเงินตึงตัวขึ้นอย่างมาก อาจเป็นปัจจัยกดดันให้อัตราเงินเฟ้อกลับมามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในระยะข้างหน้า ด้วยเหตุนี้ Fed จำเป็นต้องแสดงจุดยืนที่เข้มงวดมากขึ้น เพื่อสกัดการคาดการณ์เงินเฟ้อของตลาด โดยส่งสัญญาณว่าอาจคงระดับดอกเบี้ยสูงไว้นานกว่าที่เคยประเมินไว้ 

นอกจากนี้ Fed มีมติปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายระยะยาว (Longer-run rate) ขึ้นในการประชุมเดือน มี.ค. เป็น 2.6% หลังจากที่คงอยู่ที่ระดับ 2.5% เป็นระยะเวลานานหลายปี แสดงให้เห็นว่าคณะกรรมการส่วนใหญ่มองว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่เหมาะสมกับการเติบโตของเศรษฐกิจระยะยาวอยู่สูงขึ้น เป็นปัจจัยหนุนให้ Bond yield ระยะยาว อยู่ในระดับสูงกว่าวัฏจักรดอกเบี้ยในรอบก่อน หรือในช่วง 10 ปีก่อนการระบาดของ COVID-19  

Bond yield ที่ปรับสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ตลาดหุ้นปรับฐานลง เราประเมินว่าทุกๆการเปลี่ยนแปลงของ Bond yield 10bps ค่า Forward P/E จะปรับตัว 0.8% หรืออีกนัยหนึ่งคือ ทุกๆการเพิ่มขึ้นของ Bond yield +10bps ตลาดหุ้นจะปรับลดลง -0.8% อย่างไรก็ดี ถึงแม้ตลาดหุ้นจะมีการปรับฐานลง แต่หากเทียบ Valuation กลับแพงขึ้นเมื่อเทียบกับคาดการณ์ผลตอบแทนจากพันธบัตรรัฐบาล ซึ่ง Earnings yield gap ลดลงเป็น 0.3% ต่ำสุดตั้งแต่ปี 2002 

Earnings yield gap ที่แคบลง จนมาอยู่ที่ระดับใกล้ 0% สะท้อนมุมมองของตลาดซึ่งประเมินผลตอบแทนส่วนเพิ่ม (Equity risk premium) หรือในอีกนัยหนึ่งคือ ความเสี่ยงจากการลงทุนในหุ้นใกล้เคียงกับพันธบัตร ซึ่งเรามองว่าไม่สมเหตุสมผลนัก ทำให้เรามองว่าตลาดหุ้น ณ ระดับปัจจุบันที่ราว 4,900 จุด ยังอยู่ในระดับที่แพงอยู่