file

TISCO Investment Portfolio Strategy

December 2022

 

  การใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้น ทั้งการปรับขึ้นดอกเบี้ย และการลดขนาดงบดุล (QT) มีจุดประสงค์เพื่อกดเงินเฟ้อที่เร่งตัวขึ้นสูงสุดในรอบกว่า 40 ปี ให้ลดลงเข้าสู่เป้าหมายที่ 2% ซึ่งถึงแม้อัตราเงินเฟ้อจะเริ่มลดลงแล้ว แต่มีความเสี่ยงที่เงินเฟ้อจะยังค้างอยู่ในระดับสูงกว่าเป้าพอสมควรในปีหน้า จากเงินเฟ้อในภาคบริการ และค่าเช่าที่อยู่อาศัย ซึ่งมีน้ำหนักเป็นสัดส่วนใหญ่ในอัตราเงินเฟ้อ (Core CPI) ทำให้ Fed อาจจำเป็นต้องใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดกว่าที่ตลาดคาด 

นอกจากนี้ Fed น่าจะมีบทเรียนจากเหตุการณ์ภาวะเงินเฟ้อสูงครั้งใหญ่ (Great Inflation) ในช่วงปี 1970s จากการขึ้นดอกเบี้ยน้อยเกินไป และปรับลดดอกเบี้ยลงเร็วเกินไป จนทำให้เงินเฟ้อกลับมาพุ่งแรงอีกหลายระลอก และทำให้เศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะถดถอย (Recession) ถึง 4 ครั้ง ในระยะเวลาเพียง 10 ปี Fed จึงน่าจะหลีกเลี่ยงการกลับมาผ่อนคลายนโยบายการเงินเร็วเกินไป โดยอาจคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ในระดับสูง 5-5.25% จนถึงสิ้นปีหน้า 

ในด้านเศรษฐกิจ การปรับใช้นโยบายให้เข้มงวดขึ้นอย่างรวดเร็ว เป็นการเพิ่มความเสี่ยงให้เศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะถดถอย (Recession) ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาดัชนีชี้นำเศรษฐกิจเริ่มชะลอตัวลงแล้ว แต่ ตลาดหุ้นดูจะยังไม่ตอบรับต่อความเสี่ยงดังกล่าวมากพอ โดยตลาดคาดว่ากำไรของบริษัทจดทะเบียนใน S&P500 ปี 2023 จะโตดีที่ 7% ไม่สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจที่ชี้ว่าควรจะทรงตัว หรืออาจติดลบ เช่นเดียวกับ Valuation ซึ่งเทรดในระดับที่แพง ไม่สอดคล้องกับภาวะเงินเฟ้อสูง อัตราดอกเบี้ยสูงในปัจจุบัน ทำให้เรามองคาดการณ์กำไรของบริษัท และ Valuation อาจปรับลดเพิ่มเติมอีกราว 10-15% เป็นอย่างน้อย 

จากการศึกษาผลตอบแทนในช่วง 6 เดือนก่อนและหลัง Fed ขึ้นดอกเบี้ยครั้งสุดท้าย พบว่าหากเศรษฐกิจเกิด Recession หุ้นมักจะให้ผลตอบแทนผันผวน โดยติดลบในช่วง 6 เดือน ก่อนที่ Fed จะขึ้นดอกเบี้ยครั้งสุดท้าย และให้ผลตอบแทนเป็นบวกราว 2-8% หลัง Fed ขึ้นดอกเบี้ยครั้งสุดท้าย ในขณะที่ พันธบัตรมักจะให้ผลตอบแทนเป็นบวกสม่ำเสมอราว 2-6% ตลอดช่วง 6 เดือนก่อนและหลัง Fed ขึ้นดอกเบี้ยครั้งสุดท้าย  

ในภาวะที่เศรษฐกิจมีความเสี่ยงเข้าสู่ Recession ผลตอบแทนจากการลงทุนมีความไม่แน่นอนสูง กลยุทธ์การลงทุนที่เหมาะสม อาจไม่ใช่การแสวงหาผลตอบแทนที่สูงเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการรักษาเงินต้นให้คงอยู่ ทำให้สินทรัพย์ที่มีโอกาสให้ผลตอบแทนสม่ำเสมอ อย่างพันธบัตรมีความน่าสนใจลงทุนมากกว่าหุ้นในปีหน้า