จับตาการกลับมาของหุ้นจีน

จับตาการกลับมาของหุ้นจีน

หุ้นจีนถูกจับตามองอีกครั้งหลังฟื้นตัวขึ้นมาอย่างโดดเด่นในปีนี้ ประกอบกับตัวเลขเศรษฐกิจจีนที่เริ่มฟื้นตัว ในขณะที่มูลค่าหุ้นจีนยังอยู่ในระดับที่ถูกมาก ซึ่งหากเศรษฐกิจจีนยังฟื้นตัวต่อเนื่องนับจากนี้ มีโอกาสที่จีนประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก และเป็นอันดับ 1 ในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ จะเรียกคืนความเชื่อมั่นกลับมายืนได้อีกครั้งบนเวทีการลงทุนโลก

ในช่วง 3 เดือนย้อนหลัง (เดือนก.พ. - เม.ย.) ดัชนี CSI300 ของจีนปรับตัวขึ้นกว่า 12% ในขณะที่ดัชนี S&P500 ปรับตัวขึ้นเพียง 3% ส่วนดัชนี NIKKEI225 ปรับตัวขึ้นราว 5% ทำให้ดัชนีหุ้นจีนนับเป็นหนึ่งในดัชนีที่ปรับตัวขึ้นได้ดีที่สุดเมื่อเทียบกับดัชนีอื่นทั่วโลก สาเหตุที่ทำให้หุ้นจีนปรับตัวขึ้นอย่างโดดเด่นในช่วงนี้ประกอบไปด้วยหลายสาเหตุด้วยกัน ได้แก่

1) ตัวเลขเศรษฐกิจจีนที่บ่งชี้ทิศทางการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจอย่างโดดเด่น โดย GDP จีน ไตรมาส 1/2024 ขยายตัวได้ถึง 5.3% YoY ซึ่งดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ว่าจะขยายตัวที่ระดับ 4.8% YoY และล่าสุดตัวเลขดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ที่เป็นตัวบ่งชี้ทิศทางเศรษฐกิจในระยะข้างหน้าก็ตอกย้ำแนวโน้มการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของจีนเช่นกัน โดยดัชนี PMI ทั้งภาคการผลิตและภาคการบริการของจีนอยู่ในระดับขยายตัว โดยเฉพาะ Caixin Manufacturing PMI เดือนเม.ย.ที่ขยายตัวที่ระดับ 51.4 เทียบกับเดือนมี.ค.ที่ขยายตัวที่ระดับ 51.1 และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ 51.0 ตัวเลขเศรษฐกิจที่ขยายตัวได้ดีทำให้นักวิเคราะห์จากหลายสถาบันเริ่มปรับประมาณการณ์ขึ้นจากที่เดิมมองว่าเศรษฐกิจจีนอาจจะไม่สามารถขยายตัวได้ตามเป้าหมายของรัฐบาลจีนทีี่่วางไว้ที่ 5% เป็นมองว่ามีโอกาสที่จีนจะบรรลุเป้าหมาย GDP ที่ 5% หรือสูงกว่า

ดัชนี Caixin Manufacturing PMI ของจีน

file ที่มา: tradingeconomics

2) มาตรการสนับสนุนจากรัฐบาลจีนเพื่อพลิกฟื้นเศรษฐกิจและตลาดหุ้น ไม่ว่าจะเป็นการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายและอัตราการกันสำรอง (RRR) ของธนาคารพาณิชย์ การผ่อนคลายกฎเกณฑ์การลงทุนในภาคอสังหาริมทรัพย์ การอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบเป็นระยะ รวมไปถึงการเปลี่ยนตัวประธานกลต. และการควบคุมดูแลตลาดหุ้นจีนให้มีเสถียรภาพมากยิ่งขึ้น สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจของจีนที่พยายามฟื้นฟููเศรษฐกิจและตลาดหุ้นของตน

3) มูลค่าของตลาดหุ้นจีน แม้ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาหุ้นจีนจะปรับตัวขึ้นมาอย่างโดดเด่น แต่มูลค่าของหุ้นจีน เช่น ดัชนี CSI300 ยังถือว่าอยู่ในระดับที่ถูกมาก โดยปัจจุบันดัชนี CSI300 มีระดับ Fwd PE เพียง 11.39 เท่า ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปีของดัชนีเองและถูกกว่าดัชนีส่วนใหญ่ของโลก

การกลับมาของหุ้นจีนในรอบนี้มีความน่าสนใจจากแรงสนับสนุนจากภาครัฐที่สะท้อนออกมายังตัวเลขเศรษฐกิจที่ขยายตัวได้ดี ในขณะที่มูลค่าหุ้นยังถูกมาก เป็นที่น่าจับตามองว่านับจากนี้เศรษฐกิจและตลาดหุ้นจีนจะกลับมาฟื้นตัวได้อย่างยั่งยืนหรือไม่ ท่ามกลางปัญหาภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ยังคงเป็นโจทย์อันท้าทายของจีน สำหรับพอร์ทลงทุนที่ยังไม่มีหุ้นจีน อาจพิจารณาทยอยสะสมหุ้นจีนได้ แต่หากมีจีนอยู่แล้ว เรายังคงคำแนะนำ “ถือ” และอาจลงทุนในกลุ่ม Emerging Market ที่คาดว่าจะได้อานิสงค์จากการฟื้นตัวของจีน

 

บทความโดย ณัฐพร ธรวงศ์ธวัช AFPT™

Wealth Manager ธนาคารทิสโก้

บทความล่าสุด

เศรษฐกิจโลกฟื้น หุ้นกลุ่ม EM มาแรง แซงหุ้นโลก

โพสต์เมื่อ 24 มิถุนายน 2567

เศรษฐกิจโลกกำลังเข้าสู่ช่วงฟื้นตัว อัตราดอกเบี้ยนโยบายเริ่มกลับทิศเป็นขาลง ส่งผลให้ตลาดหุ้นมีความน่าสนใจมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มตลาดหุ้นเกิดใหม่ (Emerging Market) เป็นกลุ่มหุ้นที่มักให้ผลตอบแทนโดดเด่นกว่าหุ้นโลก

อ่านต่อ >>

4 เหตุผลที่ตลาดหุ้น Emerging Markets กำลังเป็นขาขึ้นรอบใหญ่

โพสต์เมื่อ 24 มิถุนายน 2567

เข้าสู่โค้งสุดท้ายของไตรมาส 2 ปี 2024 ตลาดหุ้นโลกยังคงเดินหน้าทำ New high อย่างต่อเนื่องจากตัวเลขเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มฟื้นตัวและผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนที่ยังคงแข็งแกร่ง

อ่านต่อ >>

4 สัญญาณบวกหนุนผลตอบแทนหุ้นทั่วโลกไปต่อ

โพสต์เมื่อ 24 มิถุนายน 2567

ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน ดัชนี MSCI World ที่เป็นตัวแทนของราคาหุ้นทั่วโลกให้ผลตอบแทนเป็นบวกได้ +7% แต่ก็มีเหตุการณ์สำคัญหลักๆ ที่ทำให้นักลงทุนยังมีความกังวลกับการลงทุนในตลาดหุ้น เช่น อัตราเงินเฟ้อจากค่าใช้จ่ายส่วนบุคคลของสหรัฐอเมริกาที่ไม่รวมราคาอาหารและพลังงาน (Core PCE) ยังลดลงช้ากว่าคาดจากเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่ง ประกอบกับความขัดแย้งระหว่างประเทศระหว่างอิสราเอลและอิหร่านที่ทำให้ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับลดลง -5% ภายใน 3 สัปดาห์เท่านั้น

อ่านต่อ >>