ปรับพอร์ตสร้างกำไร ขายหุ้นสหรัฐฯ-ญี่ปุ่น เบนเข็มลงทุน “หุ้น Asia ex Japan”

ปรับพอร์ตสร้างกำไร ขายหุ้นสหรัฐฯ-ญี่ปุ่น เบนเข็มลงทุน “หุ้น Asia ex Japan” ในปี 2024 เศรษฐกิจโลกภาพรวมเติบโตดีกว่าคาด โดยภูมิภาคที่จะได้รับประโยชน์สูงสุดคือ ภูมิภาคเอเชีย เนื่องจากเป็นกลุ่มประเทศที่จะเติบโตได้ดีในช่วงเศรษฐกิจฟื้นตัว และยังเป็นปีแห่งโอกาส เพราะเป็นปีที่ธนาคารกลางหลักเกือบทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ธนาคารกลางยุโรป (ECB) และธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) จะเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ซึ่งทำให้ตลาดหุ้นเอเชียไม่รวมญี่ปุ่น (Asia ex Japan: AxJ) มีโอกาสสร้างผลตอบแทนได้ Outperform ในปีนี้

โดยล่าสุด ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิต (Manufacturing PMI) ของทางฝั่งเอเชียไม่รวมญี่ปุ่น (AxJ) เช่น อินเดีย เวียดนาม เกาหลีใต้ และอินโดนีเซีย มีแนวโน้มฟื้นตัวเพิ่มขึ้น (ดังภาพที่ 1) เมื่อเปรียบเทียบกับทางฝั่ง Developed Markets (DM) อย่างสหรัฐฯ ยุโรป เยอรมนี และญี่ปุ่น ที่ยังหดตัว ซึ่งจากสถิติย้อนหลังในช่วงที่เศรษฐกิจฟื้นตัว กลุ่ม AxJ มักจะสร้างผลตอบแทนได้ดีกว่ากลุ่ม DM 

ภาพที่ 1 แสดงดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิต (Manufacturing PMI) เดือน ธ.ค. 2023 - ก.พ.2024 ของประเทศในกลุ่มเอเชียไม่รวมญี่ปุ่น (AxJ) และกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว (DM)

ที่มา: Bloomberg, TISCO Wealth Advisory

นอกจากนี้ จากสถิติย้อนหลังตั้งแต่ช่วงปี 1989 ยังพบว่า ตลาดหุ้น AxJ มักจะสร้างผลตอบแทนได้ดีกว่า (Outperform) ตลาดหุ้นโลก (MSCI ACWI) ทั้งในช่วง 1, 3, 6 และ 12 เดือน หลัง Fed ลดดอกเบี้ย โดยเฉพาะในช่วงหลัง 12 เดือน ตลาดหุ้นเอเชียไม่รวมญี่ปุ่นปรับตัวขึ้นโดยเฉลี่ยมากถึง 19% และยัง Outperform ตลาดหุ้นโลกมากเกินกว่า 2 เท่าอีกด้วย (ดังภาพที่ 2) 

 

ภาพที่ 2 แสดงถึงตลาดหุ้นเอเชียไม่รวมญี่ปุ่นมักจะ Outperform ตลาดหุ้นโลก ทั้งในช่วง 1, 3, 6 และ 12 เดือน หลัง Fed ลดดอกเบี้ย 

ที่มา: Bloomberg, TISCO Wealth Advisory 

รวมถึง Bloomberg ได้คาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP Growth) ปี 2024 ของกลุ่มประเทศเอเชียไม่รวมญี่ปุ่น (Asia ex Japan) จะโตโดดเด่นอยู่ที่ 4.7% เมื่อเทียบกับเศรษฐกิจโลก สหรัฐฯ และยุโรป ที่เติบโตเพียง 2.7%, 1.6% และ 0.9% ตามลำดับ และมีคาดการณ์การเติบโตกำไร (EPS Growth) ของตลาดหุ้น AxJ ที่สูงราว 18% นำตลาดหุ้นโลก (MSCI ACWI) ตลาดหุ้นสหรัฐฯ (S&P500 Index) และตลาดหุ้นยุโรป (Stoxx600 Index) ที่เติบโตเพียง 6%, 10% และ 1% ตามลำดับ (as of March 5, 2024) 

โดยปัจจัยที่ทำให้ตลาดหุ้น AxJ เติบโตได้อย่างโดดเด่น นอกจากการบริโภคที่เพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องแล้ว กลุ่มประเทศเหล่านี้ยังมีบทบาทสำคัญบนเวทีอุตสาหกรรมโลก เนื่องจากเป็นทั้งผู้ผลิตและผู้ขายหลัก โดยมีสัดส่วนการผลิต Semiconductor ถึงราว 60-70% ของการผลิต Semiconductor ทั่วโลก ซึ่งเป็นต้นน้ำในสายการผลิตในหลายอุตสาหกรรม เช่น กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ กลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และกลุ่มเทคโนโลยีต่างๆ โดย Deloitte ได้ประมาณการยอดขาย Semiconductor ทั่วโลกในปี 2024 ว่าจะเพิ่มขึ้นจากปี 2023 ถึง 13% อยู่ที่ระดับราว 588,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งปัจจัยดังกล่าวช่วยหนุนให้ตลาดหุ้น AxJ มีแนวโน้มเติบโตสูง จากการมีอุตสาหกรรมใหม่ที่เป็นที่ต้องการชองตลาดโลก 

หากพิจารณาในแง่ของ Valuation พบว่า ยังถูกกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี โดยมี Forward PE of MSCI Asia ex Japan (as of March 15, 2024) อยู่ที่ราว 12.6 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี ที่อยู่ในระดับราว 13.4 เท่า นอกจากนี้ ราคาหุ้น AxJ ยังซื้อขายต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต มีส่วนลด (Discount) อยู่ราว 12% เมื่อเทียบกับราคาของหุ้นโลก ซึ่งใกล้เคียงกับช่วงวิกฤต Covid-19 ขณะที่เทียบกับตลาดหุ้นสหรัฐฯ และญี่ปุ่นที่มีการซื้อขายในระดับราคาที่สูงกว่า (Premium) ค่าเฉลี่ยเมื่อเทียบกับ MSCI ACWI ถึง 5% และ 15% ตามลำดับ ทำให้โอกาสปรับตัวขึ้น (Upside) ของตลาดหุ้นสหรัฐฯ และญี่ปุ่นมีค่อนข้างจำกัด เพราะฉะนั้น การปรับพอร์ตจากตลาดหุ้นสหรัฐฯ และญี่ปุ่น มายังตลาดหุ้น AxJ จึงมีโอกาสสร้างผลตอบแทนของพอร์ตได้เพิ่มขึ้น

กล่าวโดยสรุปคือ เรามองเห็นโอกาสการลงทุนในตลาดหุ้น AxJ มากมายในปีนี้ จากแนวโน้มการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของประเทศในกลุ่ม AxJ ที่เพิ่มขึ้นระดับ Valuation ที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาว การเติบโตของ Earnings growth ในระดับ Double digits และอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางหลักทั่วโลก ที่อยู่ในจุดสูงสุด และมีแนวโน้มกลับทิศเป็นขาลงในปีนี้ จะเป็นตัวช่วยขับเคลื่อนให้ตลาดหุ้น AxJ มีแนวโน้มปรับตัวขึ้นได้ดีในระยะข้างหน้า  

อีกทั้ง การเลือกลงทุนในกลุ่มประเทศ ยังสามารถช่วยกระจายความเสี่ยง และเพิ่มความยืดหยุ่นในการลงทุนได้ โดยเลือกกองทุน Active fund ที่สามารถคัดเลือกหุ้นได้ตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน มีความยืดหยุ่น ซึ่งเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีได้ในระยะยาวด้วย

 

บทความโดย วิภาดา ศุภกุลวณิชย์ AFPT™

Wealth Manager ธนาคารทิสโก้

บทความล่าสุด

4 สัญญาณบวกหนุนผลตอบแทนหุ้นทั่วโลกไปต่อ

โพสต์เมื่อ 21 พฤษภาคม 2567

ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน ดัชนี MSCI World ที่เป็นตัวแทนของราคาหุ้นทั่วโลกให้ผลตอบแทนเป็นบวกได้ +7% แต่ก็มีเหตุการณ์สำคัญหลักๆ ที่ทำให้นักลงทุนยังมีความกังวลกับการลงทุนในตลาดหุ้น เช่น อัตราเงินเฟ้อจากค่าใช้จ่ายส่วนบุคคลของสหรัฐอเมริกาที่ไม่รวมราคาอาหารและพลังงาน (Core PCE) ยังลดลงช้ากว่าคาดจากเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่ง ประกอบกับความขัดแย้งระหว่างประเทศระหว่างอิสราเอลและอิหร่านที่ทำให้ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับลดลง -5% ภายใน 3 สัปดาห์เท่านั้น

อ่านต่อ >>

จับตาการกลับมาของหุ้นจีน

โพสต์เมื่อ 21 พฤษภาคม 2567

หุ้นจีนถูกจับตามองอีกครั้งหลังฟื้นตัวขึ้นมาอย่างโดดเด่นในปีนี้ ประกอบกับตัวเลขเศรษฐกิจจีนที่เริ่มฟื้นตัว ในขณะที่มูลค่าหุ้นจีนยังอยู่ในระดับที่ถูกมาก ซึ่งหากเศรษฐกิจจีนยังฟื้นตัวต่อเนื่องนับจากนี้ มีโอกาสที่จีนประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก และเป็นอันดับ 1 ในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ จะเรียกคืนความเชื่อมั่นกลับมายืนได้อีกครั้งบนเวทีการลงทุนโลก

อ่านต่อ >>

กิจกรรม M&A กำลังจะกลับมา กลุ่ม Biotechnology ได้ประโยชน์สูงสุด

โพสต์เมื่อ 21 พฤษภาคม 2567

นอกจากนวัตกรรมการค้นคว้ายาชนิดใหม่รวมถึงการนำเทคโนโลยีอย่าง AI เข้ามาช่วยในการวิจัยยารักษาโรคหายาก กิจกรรมการควบรวมกิจการ หรือ M&A ก็นับเป็นหนึ่งในปัจจัยที่มีความสำคัญต่อราคาหุ้นของกลุ่มเทคโนโลยีชีวภาพ (Biotechnology)

อ่านต่อ >>