เจาะลึก CEO ทิสโก้...เผยสูตรลับ 'วิ่งมาราธอน' ฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจ สู่แชมป์ยั่งยืน

นิตยสาร Trust ฉบับที่ 75 | คอลัมน์ Exclusive

Tisco 10 12 2025 00166

ท่ามกลางพายุเศรษฐกิจที่โหมกระหน่ำรุนแรงที่สุดในรอบทศวรรษ ทั้งคลื่นหนี้ครัวเรือนไทยที่พุ่งสูงแตะเพดาน วิกฤตภูมิรัฐศาสตร์โลกที่ผันผวน และคลื่นสึนามิแห่งเทคโนโลยีที่เข้ามา Disrupt ทุกวงการ ภาคการธนาคารและการเงินคือด่านหน้าสุดที่ต้องรับแรงกระแทก ท่ามกลางความปั่นป่วนนี้ สถาบันการเงินไทยต้อง ‘ยืนหยัด’ ให้ได้อย่างมั่นคง และหนึ่งในนั้นคือ ‘ทิสโก้’ สถาบันการเงินที่ยังขับเคลื่อน ‘ยืนหยัด’ อย่างแข็งแกร่ง เปรียบเสมือนหินผาที่ไม่สั่นคลอน ทั้งในแง่ของผลประกอบการที่ทำกำไรได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมการจ่ายเงินปันผลที่สม่ำเสมอ จนเป็นขวัญใจนักลงทุน

     ภายใต้การนำทัพของแม่ทัพใหญ่ คุณศักดิ์ชัย พีชะพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือกลุ่มทิสโก้ ผู้ที่เพิ่งคว้ารางวัลผู้บริหารสูงสุดยอดเยี่ยม (Best CEO Awards) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 จากเวทีเกียรติยศ SET Awards 2025 จัดโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ร่วมกับวารสารการเงินธนาคาร ใน TRUST ฉบับนี้ เราจะพาท่านผู้อ่านทุกท่านไปร่วม ‘ผ่าตัดทางความคิด’ เจาะลึกถึงเบื้องหลังความสำเร็จที่ไม่ได้วัดกันที่ความเร็วของการออกตัวแบบ ‘นักวิ่งระยะสั้น (Sprint)’ แต่คือการวางเกมยาวแบบ ‘นักวิ่งมาราธอน’ ที่มองเห็นเส้นชัยคือความยั่งยืนอย่างแท้จริง

ไม่ใช่แค่วิ่งผลัด 4x100 แต่คือ 'มาราธอน' ในปรัชญาผู้นำทิสโก้

     เบื้องหลังความสำเร็จและรางวัลอันทรงเกียรติของคุณศักดิ์ชัย ไม่ได้เกิดจากความบังเอิญหรือโชคช่วย แต่เกิดจากการบริหารจัดการอย่างโปร่งใส ควบคู่กับความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนองค์กรด้วยหลักธรรมาภิบาล และได้รับความร่วมมือจากพนักงานทุกคนที่ทุ่มเททำงานเพื่อองค์กร ซึ่งในมุมมองของคุณศักดิ์ชัยได้เปรียบเทียบหลักการบริหารงานไว้อย่างคมคายและเห็นภาพชัดเจนว่า

     “ทิสโก้ไม่ได้มองการทำธุรกิจเหมือนการวิ่งผลัด 4×100 เมตร ที่ต้องเร่งสปีดแบบสุดชีวิตในระยะสั้น แต่เราเปรียบตัวเองเสมือน ‘นักวิ่งมาราธอน’ ที่ต้องมีการวางแผนเรื่องพละกำลัง รู้จักจังหวะผ่อนหนักผ่อนเบา เพื่อให้ไปถึงเส้นชัยในระยะยาว”

     ในโลกธุรกิจสมัยใหม่ แนวคิดนี้เรียกว่า Sustainable Focus Strategy หรือการมุ่งเน้นการเติบโตอย่างยั่งยืน ไม่ใช่การเติบโตแบบหวือหวาฉาบฉวย หรือ ‘โตแล้วแตก’ เหมือนฟองสบู่ กลยุทธ์หัวใจสำคัญของทิสโก้ คือการหาจังหวะในการทำธุรกิจที่เหมาะกับวงจรเศรษฐกิจ (Market Timing) และการทำในสิ่งที่ตนเอง ‘เชี่ยวชาญ’ อย่างแท้จริง แล้วจึงขยายผลสิ่งนั้นให้เติบโตอย่างมั่นคง

     ทิสโก้ไม่ได้นิยามตัวเองว่าเป็นเพียงผู้ขายผลิตภัณฑ์ทางการเงิน (Product Seller) แต่วางตำแหน่งตัวเองเป็น Financial Solution Provider’ หรือกลุ่มการเงินที่มอบทางแก้ปัญหาให้ลูกค้าแบบเบ็ดเสร็จ ไม่ใช่แค่การนำเสนอขายสินค้า ด้วยการผนึกกำลังของ 4 บริษัทหลักในเครือ ได้แก่ ธนาคาร บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) และนายหน้าประกันภัย ไม่ว่าลูกค้าจะเดินเข้ามาผ่าน ‘ประตูบานไหน’ ของกลุ่มทิสโก้ เขาคือลูกค้าคนสำคัญที่จะได้รับการดูแลแบบองค์รวม (Holistic Advisory) เพื่อให้เติบโตและมั่งคั่งไปด้วยกัน

ถอดรหัส DNA จากรุ่นสู่รุ่น
เบื้องหลังรางวัล Best CEO Awards 2 ปีซ้อน

     ความสำเร็จของคุณศักดิ์ชัยในฐานะ CEO คนไทยคนที่ 5 ของทิสโก้ ไม่ได้เป็นเพียงความสำเร็จส่วนบุคคล แต่คือผลลัพธ์ของการส่งต่อ ‘DNA ความเป็นทิสโก้ ที่เข้มข้นจากรุ่นสู่รุ่น

     ย้อนกลับไปตั้งแต่ยุคบุกเบิกของคุณศิวะพร ทรรทรานนท์ ผู้บริหารสูงสุดคนไทยคนแรกที่เปี่ยมด้วยวิสัยทัศน์ นำนวัตกรรมทางการเงินต่าง ๆ ในการตลาดทุนตลอดจน ‘กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ’ และ ‘สินเชื่อเช่าซื้อ’ เข้ามาสู่ประเทศไทยเป็นคนแรก ได้วางรากฐานวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่งไว้ ซึ่งถูกส่งต่อมายังผู้บริหารรุ่นถัดมา คุณปลิว มังกรกนก ผู้นำผู้สร้างตำนานฝ่าฟันมรสุมวิกฤตต้มยำกุ้งที่สถาบันการเงินถูกปิดระเนระนาด และนำพาทิสโก้ยกระดับเป็นธนาคารพาณิชย์เต็มรูปแบบ คุณอรนุช อภิศักดิ์ศิริกุล ผู้ยึดหลักลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ผู้สร้างการเติบโตให้ทิสโก้ได้อย่างก้าวกระโดด คุณสุทัศน์ เรืองมานะมงคล ผู้ดำเนินนโยบายอย่างสุขุมรอบคอบและรัดกุม (Prudent) เป็นแบบอย่างการใช้ชีวิตอย่างสมดุล จนมาถึงมือของคุณศักดิ์ชัย CEO คนปัจจุบันที่เข้ารับตำแหน่งช่วง COVID-19 ระบาดทั่วโลก โดย DNA ที่ถูกถ่ายทอดผ่านกาลเวลานี้ ประกอบด้วย 4 เสาหลักที่ทำให้ทิสโก้แตกต่างและได้รับรางวัลระดับประเทศ ได้แก่

     1. Strong Corporate Governance (ธรรมาภิบาลที่เข้มแข็ง) รากฐานที่สำคัญที่สุดของสถาบันการเงินคือ ‘ความเชื่อมั่น’ (Trust and Confidence) ทิสโก้ให้ความสำคัญกับความซื่อสัตย์สุจริตเป็นอันดับหนึ่ง ที่ทิสโก้ทำมาก่อนกาล ก่อนจะมีคำว่าธรรมาภิบาลใช้แพร่หลายในไทย ที่มีความโปร่งใสและตัดวงจรผลประโยชน์ทับซ้อน จนได้รับ CG Rating 5 ดาวต่อเนื่อง

     2. Risk Management (การบริหารความเสี่ยงที่แม่นยำ) โดยนิยามว่า เราอยู่ในธุรกิจบริหารความเสี่ยง ทุกเม็ดเงินที่ลงทุนและทุกบาทที่ปล่อยกู้ ต้องผ่านการชั่งน้ำหนักระหว่าง Risk & Return เสมอ ทิสโก้ใช้เกณฑ์นี้เป็น ‘เรดาร์’ ในการคัดกรองธุรกิจ ถ้าความเสี่ยงสูงเกินกว่าผลตอบแทนที่จะได้รับ ทิสโก้ก็พร้อมจะปฏิเสธ แม้ว่าคู่แข่งกระโดดลงไปเล่นก็ตาม

     3. Customer Focus (ลูกค้าคือศูนย์กลาง) การดูแลลูกค้าแบบ ‘Lifetime Partner’ไม่ใช่แค่ดูแลรายผลิตภัณฑ์ แต่ตอบโจทย์เป็น Solution และดูแลไปตลอดทุกช่วงภาวะ แม้ในช่วงที่ลูกค้าประสบวิกฤต ดังเช่นช่วง COVID-19 หรือช่วงที่ลูกค้ามีปัญหาสภาพคล่อง ทิสโก้พร้อมที่จะประนีประนอมและปรับโครงสร้างหนี้แบบยั่งยืนและเบ็ดเสร็จ เพื่อ ‘พยุง’ ให้ลูกค้าเดินต่อได้ เพราะเชื่อว่าหากลูกค้ารอด ธนาคารก็รอด

     4. Culture of Innovation (วัฒนธรรมแห่งนวัตกรรม) การไม่หยุดนิ่งเรียนรู้และปรับตัว ทิสโก้เลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมมาเสริมบริการ ไม่ได้พุ่งตามกระแสแต่ดูเป็นกระสุนที่ยิงแล้วได้ผลลัพธ์ ใช้ Tech เป็นเครื่องมือเพื่อตอบโจทย์ Financial Solution ตาม Lifestyle ของลูกค้าเป็นหลัก

Tisco 10 12 2025 00150

พลิกพีระมิด ESG สู่โมเดล GSE ธรรมาภิบาลต้องมาก่อน

     ในขณะที่องค์กรทั่วโลกต่างตื่นตัวและพยายามปรับตัวเข้าสู่กระแส ESG (Environmental, Social, Governance) โดยมักจะเน้นหนักไปที่เรื่องสิ่งแวดล้อมเป็นด่านหน้า แต่สำหรับคุณศักดิ์ชัยและกลุ่มทิสโก้ กลับมีมุมมองที่ ‘พลิกกระดาน’ อย่างสิ้นเชิง โดยมองว่าบริบทของ ‘สถาบันการเงิน’ นั้นแตกต่างจากภาคการผลิต เพราะสินค้าของธนาคารไม่ใช่สินค้าที่จับต้องได้ แต่คือ ความเชื่อมั่น (Trust)’ ดังนั้น ลำดับความสำคัญจึงต้องถูกจัดวางใหม่เป็นโมเดล GSE กล่าวคือต้องเริ่มจาก G-Governance (ธรรมาภิบาล) เป็นรากฐานที่สำคัญที่สุด เปรียบเสมือนรากแก้วของต้นไม้ใหญ่ หากรากแก้วไม่แข็งแรง ลำต้นก็ไม่อาจตั้งตรงเพื่อแผ่กิ่งก้านสาขาไปดูแลสังคม (Social) หรือสิ่งแวดล้อม (Environmental) ได้เลย

     เหตุผลที่ต้องยกให้ ‘ธรรมาภิบาล’ เป็นวาระแห่งชาติขององค์กร เพราะธุรกิจการเงินเป็นธุรกิจที่เปราะบางต่อความเชื่อมั่นและความรู้สึก หากองค์กรขาดความโปร่งใส มีการทุจริต หรือบริหารงานโดยขาดจริยธรรม เพียงแค่ข่าวลือหรือความผิดพลาดเพียงครั้งเดียว ก็เพียงพอที่จะทำลายศรัทธาที่สั่งสมมานับสิบปีให้พังทลายลงในพริบตา และเมื่อความเชื่อมั่นหายไป สภาพคล่องก็จะเหือดแห้ง ธุรกิจก็ล้มครืน และเมื่อตัวเองยังเอาตัวไม่รอด ก็ย่อมไม่มีศักยภาพที่จะไปโอบอุ้มสังคมหรือรักษ์โลกได้ ดังนั้น ทิสโก้จึงยึดมั่นในความซื่อสัตย์สุจริตอย่างเคร่งครัด ตั้งแต่นโยบาย No Gift Policy ไปจนถึงกระบวนการปล่อยสินเชื่อและการขายผลิตภัณฑ์การลงทุนที่ต้อง ‘จริงใจ’ ไม่เอาเปรียบลูกค้า เพื่อรักษา ‘ใบอนุญาตทางสังคม (Social License to Operate)’ ให้อยู่คู่องค์กรตลอดไป

     ในไลน์ส่วนตัวของคุณศักดิ์ชัยยังมี Quote ที่เท่ ๆ ด้วยคือ ‘I trust you’ is a better compliment than ‘I Love You’ because you may not always trust the person you love  but you can always love the person you trust.

ผ่าตัดปัญหาสังคม จากความเสี่ยง สู่ความมั่นคง

     ทิสโก้มองเห็นโครงสร้างปัญหาของสังคมไทยอย่างทะลุปรุโปร่ง โดยสรุปออกมาเป็น 7 ปัญหาหลักที่น่ากังวล ซึ่งสอดคล้องกับที่คุณศักดิ์ชัยได้กล่าวตอนขึ้นรับรางวัล Best CEO Awards ในปีล่าสุด อย่างคล้องจอง คือ แก่ เจ็บ จน คนน้อย ด้อยศึกษา เหลื่อมล้ำสูง และคอร์รัปชัน สิ่งเหล่านี้คือการกัดกร่อนความแข็งแกร่งของประเทศ โดยเฉพาะการก้าวเข้าสู่ ‘สังคมผู้สูงอายุระดับสุดยอด (Super Aged Society)’ และเพื่อรับมือกับปัญหานี้ ทิสโก้ได้วางกลยุทธ์ผ่านแนวคิด 3 Spans’ ซึ่งเป็นเรื่องใกล้ตัวที่ทุกคนต้องตระหนัก ได้แก่

     1. Lifespan : คนไทยมีอายุขัยเฉลี่ยยืนยาวขึ้นทุก ๆ ปี ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 78 ปี

     2. Health Span : แต่ช่วงเวลาที่มี ‘สุขภาพดี’ กลับสั้นกว่าอายุขัยจริง ประมาณ 68-70 ปี ที่ค่อนข้างคงที่ นั่นหมายความว่า ช่วง 10 ปีสุดท้ายของชีวิต คนส่วนใหญ่ต้องใช้ชีวิตอยู่บนเตียงผู้ป่วย หรือพึ่งพาผู้อื่น ซึ่งมีค่าใช้จ่ายมหาศาล

     3. Wealth Span : โจทย์ใหญ่ที่สุดคือ ‘เงินออม’ จะทำอย่างไรให้มีเงินเพียงพอเลี้ยงดูตัวเองจนถึงลมหายใจสุดท้าย และยังสามารถส่งต่อให้ทายาท คนรุ่นหลังได้อย่างสุขใจ มี Peace of Mind

     ทิสโก้ใช้จุดแข็งในฐานะ ‘เจ้าตลาดกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Provident Fund)’ อันดับ 1 ของไทย ที่ดูแลนายจ้างกว่า 5,000 บริษัท และลูกจ้างกว่า 500,000 ราย มาต่อยอดสู่ ‘การวางแผนเกษียณสุขแบบครบวงจร (Holistic Retirement Planning)’ และยังมีโมเดลแก้หนี้ที่พิสูจน์แล้วว่าได้ผลจริง คือโครงการ ‘รวมหนี้ (Debt Consolidation)’ ซึ่งคุณศักดิ์ชัยริเริ่มมาตั้งแต่ 20 ปีก่อน สมัยเป็น Head of HR ที่เคยได้รับ Notice ให้หักเงินเดือนพนักงานส่งกรมบังคับคดี จึงได้จัดโครงการรวมหนี้ โดยการรวมหนี้บัตรเครดิตและหนี้นอกระบบดอกเบี้ยโหด มาเป็นหนี้ก้อนเดียวกับธนาคารในดอกเบี้ยที่ต่ำกว่ามาก ช่วยให้พนักงานกว่า 99% ปลดหนี้ได้สำเร็จ ภายใต้กฎเหล็กคือ ‘ต้องมีวินัย ห้ามก่อหนี้เพิ่ม และแยกแยะระหว่างสิ่งที่จำเป็น (Need) กับสิ่งที่อยากได้ (Want) ให้ขาด’ และจัดหลักสูตร Personal Finance ให้พนักงานทั้งองค์กร โดยลงมือออกแบบหลักสูตร และร่วมเป็นวิทยากรด้วยตนเอง โดยเน้นย้ำอย่าให้ Lifestyle Inflation ตามโซเชียลมีเดียเอาชนะรายได้ของพนักงาน

Tisco 10 12 2025 00059

เคล็ดลับการบริหารความเสี่ยงแบบ 'พุ่งเป้า' ไม่หว่านแห

     หนึ่งในตัวเลขสำคัญที่ทำให้ทิสโก้โดดเด่นเหนือคู่แข่งในอุตสาหกรรมธนาคารไทยมาอย่างยาวนาน คือ อัตราผลตอบแทนต่อส่วนผู้ถือหุ้น หรือ ROE (Return on Equity) ที่สามารถรักษาให้อยู่ในระดับสูงถึง 15-20% ได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งความสามารถในการทำกำไรที่เหนือชั้นนี้ ไม่ได้เกิดจากการตั้งหน้าตั้งตาขยายสินทรัพย์เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจาก ‘วินัยการบริหารความเสี่ยง’ ที่เข้มข้นจนฝังรากลึกอยู่ใน DNA ภายในหลักการของทิสโก้ที่ว่า ‘กำไรที่แท้จริง ต้องมาจากกำไรที่หักความเสี่ยงแล้ว (Risk Adjusted Return) ซึ่งเป็นการคัดกรองลูกค้าอย่างละเอียดและเป็นการตั้งสำรองที่แม่นยำ ทำให้ทิสโก้ไม่ต้องเผชิญกับภาวะกำไรหดหายจากหนี้เสียก้อนโต

     เคล็ดลับสำคัญที่ทำให้ทิสโก้รักษาเสถียรภาพได้แม้ในยามวิกฤต คือ กลยุทธ์การช่วยเหลือลูกหนี้แบบ ‘พุ่งเป้า (Targeted)’ แทนการใช้นโยบายแบบ ‘หว่านแห’ หรือ Helicopter Money ที่ลดดอกเบี้ยหรือพักหนี้ให้ทุกคนเหมือนกันหมด ทิสโก้มองว่าวิกฤตเศรษฐกิจไม่ได้ส่งผลกระทบต่อทุกคนเท่ากัน บางคนยังจ่ายไหว บางคนไหวแค่ครึ่งเดียว และบางคนไปต่อไม่ได้เลย การช่วยเหลือแบบเหมาเข่งจึงเป็นการใช้ทรัพยากรอย่างสิ้นเปลืองและไม่มีประสิทธิภาพ การจำแนกลูกค้า (Segmentation) อย่างละเอียด เพื่อจัดสรรยาแรงไปรักษาเฉพาะจุดที่อักเสบหนัก เป็นวิธีช่วยให้ธนาคารสามารถเก็บกระสุนเงินทุนสำรองไว้ดูแลกลุ่มเปราะบางได้อย่างเต็มที่ และประคับประคองไม่ให้ลูกหนี้กลุ่มนี้ตกชั้นกลายเป็นหนี้เสีย (NPL) ซึ่งจะส่งผลกระทบระยะยาวต่อทั้งลูกค้าและธนาคาร

     รวมไปถึงการคิดนอกกรอบที่สะท้อนผ่านมาตรการแก้หนี้ที่เป็นรูปธรรมที่สุดรายแรกของวงการ นั่นคือโครงการ ‘คืนรถจบหนี้’ ในช่วงวิกฤต COVID-19 ซึ่งเป็นทางออกสำหรับลูกค้าที่ประเมินแล้วว่า ‘ไปต่อไม่ไหวจริง ๆ’ ตามปกติแล้วหากลูกค้าถูกยึดรถ จะยังเหลือภาระหนี้ส่วนต่าง (Loss on Sale) หรือติ่งหนี้ที่ธนาคารต้องตามฟ้องร้องเรียกเก็บต่อ แต่ทิสโก้เลือกลูกค้าโดยดูจากประวัติวินัยการผ่อนชำระ และสามารถไปต่อได้จากภาวะวิกฤตต่าง ๆ เพื่อให้ลูกค้าสามารถปิดจบปัญหา และกลับไปตั้งหลักชีวิตใหม่โดยไม่มีชนักติดหลังเพราะผลการชำระเงินเป็น ‘ปิดบัญชี’ ในรายงาน NCB ผลลัพธ์ที่ได้คือลูกค้ายังคงรักและศรัทธาในแบรนด์ทิสโก้ ในขณะที่ธนาคารก็ได้งบดุลที่สะอาด ไร้หนี้เสียคาราคาซัง

บุุกตลาด EV ด้้วย Data, ESG และ Risk Insight

    จากสถานการณ์เศรษฐกิจที่ยังเปราะบางในปัจจุบัน สถาบันการเงินหลายแห่งเลือกชะลอการปล่อยสินเชื่อในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) เพื่อบริหารความเสี่ยง ท่ามกลางความผันผวนของอุตสาหกรรมยานยนต์และการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรง อย่างไรก็ตาม ทิสโก้มองภาพตลาดรถยนด์ไฟฟ้าในมุมที่แตกต่าง โดยเชื่อว่าการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์พลังงานสะอาดเป็นเทรนด์ระยะยาวที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และเป็นโอกาสสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมการเงินให้สอดรับกับเศรษฐกิจยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญทั้งต่อเสถียรภาพและความยั่งยืน

    แนวทางดังกล่าวตั้งอยู่บนพื้นฐานของการใช้ข้อมูลและการวิเคราะห์ความเสี่ยงอย่างรอบด้าน (Risk Insight) เพื่อทำความเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคและโครงสร้างตลาด EV ในเชิงลึก ทำให้สามารถประเมินคุณภาพสินเชื่อได้อย่างรอบคอบยิ่งขึ้น พร้อมกันนั้นยังช่วยให้เห็นศักยภาพของกลุ่มลูกค้าที่ให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีสะอาดและการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางของภาคการเงินที่ต้องการเติบโต ควบคู่ไปกับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม 

    ในมิติของ ESG ทิสโก้ให้ความสำคัญกับบทบาทของสถาบันการเงินในการสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยการขยายการเข้าถึงสินเชื่อในกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้าไม่เพียงช่วยลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิลแต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนระบบนิเวศที่เอื้อต่อการจัดการ คาร์บอนเครดิตในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนภาคธุรกิจ ที่มุ่งสู่ Net Zero หรือการสร้างกลไกทางการเงินที่ช่วยให้การลงทุนด้านสิ่งแวดล้อมมีความเป็นรูปธรรมมากขึ้น 

    เมื่อวิเคราะห์สถานการณ์อย่างรอบด้านแล้วทิสโก้จึงเลือกเดินหน้าสนับสนุนสินเชื่อรถยนต์ EV ซึ่งเป็นเทรนด์สำคัญของโลกและตอบโจทย์การใช้ชีวิตยุคใหม่ โดยใช้ข้อมูลเชิงลึก เพื่อคัดสรรทางเลือกที่เหมาะสมสำหรับลูกค้า ทั้งในด้านความมั่นคงของสินทรัพย์และความยั่งยืนต่อสิ่งแวดล้อม แนวทางนี้สะท้อนถึงการมองการณ์ไกลของทิสโก้ ที่ไม่เพียงให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงอย่างมีวินัย แต่ยังมุ่งสร้างคุณค่าในระยะยาวเพื่อให้ลูกค้าก้าวสู่อนาคตอย่างมั่นใจพร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนระบบการเงินไทยไปสู่ความมั่นคงและยั่งยืนยิ่งขึ้น 

เดินเกม AI พลิกโฉมองค์กร สู่ยุคดิจิทัล

    ก้าวต่อไปของทิสโก้ภายใต้ภูมิทัศน์การเงินดิจิทัล คือ การประกาศทรานส์ฟอร์มองค์กรครั้งสำคัญด้วยการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาเป็นแกนในการขับเคลื่อนธุรกิจผ่านยุทธศาสตร์โมเดล ‘3A of AI Adoption’ ที่วางไว้อย่างเป็นระบบ ประกอบด้วย 1. AI Assistant การใช้ AI เป็นผู้ช่วยพนักงาน เช่น ระบบ Speech-to-Text ใน Call Center ที่ช่วยสรุปประเด็นสนทนาและตรวจสอบคุณภาพการให้บริการได้แบบเรียลไทม์ 2. AI Agent การสร้าง ‘สมองกล’ ทำหน้าที่เป็นโค้ชฝึกอบรม (Coaching) ให้พนักงานใหม่ และเป็นคลังปัญญาที่รวบรวมองค์ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญรุ่นพี่ที่กำลังจะเกษียณ และพนักงานระดับ Top Performer เพื่อไม่ให้ Know How อันมีค่าสูญหายไป และ 3. AI Automation การใช้หุ่นยนต์ซอฟต์แวร์จัดการงานเอกสารและงานซ้ำซ้อน เพื่อคืนเวลาคุณภาพให้พนักงานได้ไปโฟกัสงานที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์และการดูแลลูกค้า ซึ่งเป็นงานที่สร้างมูลค่าเพิ่มได้สูงกว่า 

   เพื่อให้ยุทธศาสตร์นี้เกิดขึ้นจริงและรวดเร็วทิสโก้ได้เดินเกมรุกด้วยการจับมือกับพันธมิตรระดับโลกอย่าง Google เซ็นสัญญาระยะยาว 3 ปี ร่วมกันจัดตั้ง ‘Center of Excellence’ ด้าน Data Analytics และ AI ขึ้นภายในองค์กร ความร่วมมือนี้ไม่ใช่เพียงการซื้อซอฟต์แวร์มาใช้ แต่เป็นการถ่ายทอดเทคโนโลยี และสร้างวัฒนธรรมนวัตกรรมแบบทั่วถึง ทั้งองค์กร ผ่านเวที AI Hackathon ที่เปิดโอกาสให้พนักงานทิสโก้ระดมสมองนำเสนอไอเดียแก้ปัญหาหน้างานจริง จนเกิดเป็นนวัตกรรมต้นแบบ (MVP – Minimum Viable Product) ที่พร้อมนำไปต่อยอดใช้งานจริงในธุรกิจ เป็นการปลุกพลังคนทิสโก้ให้ตื่นตัว และพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างเต็มรูปแบบ 

    นอกจากเรื่อง AI แล้ว ทิสโก้ยังจับตาดูคลื่นลูกใหม่อย่าง Virtual Banking และ Open Data อย่างไม่กระพริบตา แม้ทิสโก้จะไม่ได้กระโจนลงไปในสนาม Virtual Bonk เพื่อขอใบอนุญาตในรอบแรก แต่ผู้บริหารมองหาช่องว่างและโอกาสในการเข้าไปเชื่อมต่อกับ Ecosystem ของผู้เล่นรายใหม่ ๆ ผ่านระบบ Open Data ซึ่งจะทำให้ทิสโก้สามารถเข้าถึงข้อมูลพฤติกรรมลูกค้าในมิติที่กว้างและลึกขึ้น นำไปสู่การออกแบบผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ ‘รู้ใจ’ และตอบโจทย์เฉพาะบุคคลได้ดียิ่งขึ้น ถือเป็นการเตรียมความพร้อมเพื่อขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มคนรุ่นใหม่ (New Gen) และกลุ่มที่เข้าไม่ถึงบริการทางการเงิน (Underserved) ในจังหวะเวลาที่เหมาะสมที่สุด  

    สุดท้ายแล้ว เทคโนโลยีที่ล้ำสมัยย่อมต้องถูกกำกับดูแลโดย ‘ผู้นำ’ ที่มีวิสัยทัศน์ ทิสโก้จึงให้ความสำคัญสูงสุดกับ แผนสืบทอดตำแหน่ง (Succession Planning) เพื่อความยั่งยืนขององค์กร โดยปัจจุบันมีการจัดทำ Talent Management Matrix อย่างเข้มข้น และได้คัดเลือก Candidate Pool ระดับ Top Talent เข้าสู่โปรแกรมบ่มเพาะเพื่อเตรียมขึ้นเป็น CEO ในอนาคต โดยผู้สืบทอดเหล่านี้จะถูกฝึกฝนให้มีความรอบรู้แบบ ‘Well-Rounded’ ทั้งในมิติ ด้านการบริหารจัดการ (Management) นักลงทุนสัมพันธ์ (Investor Relations) และการสื่อสารองค์กร เพื่อให้มั่นใจได้ว่า ไม่ว่าโลกการเงินจะหมุนไปทางไหน ทิสโก้จะมีแม่ทัพที่พร้อมจะรับไม้ต่อและพาทีมวิ่งมาราธอนต่อไปได้อย่างไร้รอยต่อ 

   ความสำเร็จของทิสโก้ภายใต้การนำของ คุณศักดิ์ชัย มาจากผลลัพธ์ของการวางแผนที่รัดกุม การยึดมั่นในธรรมาภิบาล และการให้ความสำคัญกับ ‘คน’ ทั้งพนักงานและลูกค้าทำให้ทิสโก้วันนี้เป็นมากกว่าสถาบันการเงินที่มุ่งหากำไร แต่คือ ‘เสาหลัก’ ที่ช่วยค้ำจุนเศรษฐกิจและสังคมไทย ด้วย ‘ปรัชญาการทำงานแบบนักวิ่งมาราธอน’ ที่แม้ไม่ได้ออกตัวเร็วที่สุด แต่ขอเข้าเส้นชัยอย่างสง่างาม และยั่งยืนนั่นเอง 

รางวัลแห่งความสำเร็จ 2025 1
Trust Magazine by TISCO
Scroll to Top
ไอคอน PDPA

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานเว็บไซต์ของท่านให้ดียิ่งขึ้น และนำเสนอโฆษณาที่เกี่ยวข้องและตรงกับความสนใจของท่าน โดยท่านสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้จาก นโยบายการใช้คุกกี้ กรุณากดยอมรับเพื่อยินยอมให้เราใช้คุกกี้

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้ที่จำเป็น

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึกการตั้งค่า