BASEM ยึดมาตรฐาน FIFA ยกระดับการดูแลสุขภาพ สร้าง ‘Healthspan’ เพื่อชีวิตยั่งยืน-แข็งแรง
ทุกช่วงวัย

นิตยสาร Trust ฉบับที่ 76 | คอลัมน์ Health Focus

Tisco 23 02 2026 นพ.พรเทพ 00121

ในยุคปัจจุบันผู้คนเริ่มหันมาให้ความสนใจเรื่องสุขภาพมากขึ้น ส่งผลให้การออกกำลังกายไม่ใช่แค่กิจกรรมยามว่างอีกต่อไป แต่กลายเป็นยาขนานเอกที่ช่วยสะสมต้นทุนสำรองทางกายภาพ (Physical Reserve) ที่มีประโยชน์ในด้านการช่วยสร้างภูมิคุ้มกันและชะลอความเสื่อมของร่างกาย ด้วยความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการดูแลตัวเองตั้งแต่วัยเด็กจนถึงวัยเกษียณ และกลายเป็นกุญแจสำคัญในการไขเคล็ดลับสู่โลกแห่งช่วงชีวิตที่เปี่ยมคุณภาพและพลังอันสามารถขับเคลื่อนชีวิตอย่างมีความสุข พึ่งพาตัวเองได้อย่างยาวนาน

     และนี่คือเทรนด์แห่งการดูแลสุขภาพยุคใหม่ที่ไม่ได้เน้นแค่การมีอายุยืน (Lifespanแต่เน้นการทำให้ช่วงเวลาที่มีสุขภาพดี (Healthspanยาวนานที่สุด เพื่อไม่ให้เป็นภาระของครอบครัวและสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ ซึ่งการออกกำลังกายเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดที่ช่วยเพิ่ม Healthspan ได้ วันนี้คอลัมน์ Health Focus ได้รับเกียรติจาก น.ท.นพ.พรเทพ ม้ามณี ร.น. ผู้อำนวยการสถาบันเวชศาสตร์การกีฬาและออกกำลังกายกรุงเทพ (BASEM) หรือศูนย์เพื่อความเป็นเลิศทางการแพทย์ของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (FIFA) โรงพยาบาลกรุงเทพ ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ เฉพาะทางด้านผ่าตัดผ่านกล้องข้อเข่าและข้อไหล่ และแพทย์เวชศาสตร์การกีฬา มาไขความกระจ่างในเป้าหมายแท้จริงที่ไม่ใช่แค่อายุยืน แต่คือการมีชีวิตที่ยาวนานไปพร้อมคุณภาพชีวิตที่ดี และดูแลตัวเองได้อย่างอิสระให้นานที่สุด

     ทว่าที่ผ่านมาต้องยอมรับว่า ผู้สูงอายุไทยแม้จะมีอายุยืน แต่ส่วนใหญ่กลับมีปัญหาการเคลื่อนไหว (Mobility) มาตั้งแต่ก่อนวัยเกษียณด้วยซ้ำ โดยหลายคนเริ่มปรากฏตั้งแต่ช่วงอายุ 40-50 ปี โดยในทางกลับกัน ถ้าหากคนเราขยับตัวได้ดี เคลื่อนไหวร่างกายได้คล่องตัว แม้จะเป็นผู้สูงอายุในวัย 70 ปีขึ้นไป ก็สามารถลดโอกาสเกิดอุบัติเหตุล้มแล้วสะโพกหักซึ่งมีผลต่ออัตราการเสียชีวิตสูงมาก และนี่คือเหตุผลสำคัญของการออกกำลังกายเพื่อยกระดับการดูแลสุขภาพนั่นเอง 

    ก่อนอื่นมาทำความเข้าใจระหว่างแนวคิดเรื่อง Healthspan และ Lifespan ที่มีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงในด้านของคุณภาพการใช้ชีวิต โดย Lifespan (อายุขัย) หมายถึง ระยะเวลาการมีชีวิตที่ยืนยาว แต่การมีอายุยืนเพียงอย่างเดียวอาจไม่มีคุณภาพ เช่น การมีอายุยืนแต่ต้องนอนติดเตียงยาวนานเป็น 10 ปี ซึ่งสภาพเช่นนั้นไม่ถือว่าเป็น Healthspan ที่หมายถึงช่วงเวลาของชีวิตที่ยังมีคุณภาพชีวิตดี โดยมีลักษณะสำคัญคือ สามารถดูแลตัวเองได้ ไปไหนมาไหนได้ด้วยตัวเอง มีความสามารถในการเคลื่อนไหวที่ถูกต้อง และยังสามารถออกกำลังกายได้ มีระบบความคิดและสมองที่ดี ซึ่งเป้าหมายหลักคือการรักษาความสามารถในการดูแลตัวเองนี้ให้ยาวนานที่สุด ด้วยการออกกำลังกายอันเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยเพิ่ม Healthspan ได้ ด้วยเหตุนี้ สถาบันเวชศาสตร์การกีฬาและออกกำลังกาย (BASEM) ที่เริ่มจากศูนย์รักษากระดูกและข้อทั่วไป เมื่อ 30-40 ปีก่อน ได้ขับเคลื่อนและพัฒนามาสู่ศูนย์ Performance and Longevity ในปัจจุบัน  

A0029217

    “BASEM เริ่มต้นจากการเป็นศูนย์ของหมอกระดูกทั่วไปที่ทำทุกอย่าง แต่ปัจจุบันได้แตกย่อยเป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง (Sub-Specialty) ด้าน Sport โดยเฉพาะ และได้รับการรับรองเป็น FIFA Medical Center of Excellence ซึ่งเป็น ในประมาณ 40 กว่าศูนย์ทั่วโลกที่ได้รับมาตรฐานระดับเดียวกับศูนย์ในอังกฤษ และสหรัฐอเมริกา โดยเป็นเพียงแห่งเดียวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทำให้ที่นี่มีผู้ใช้บริการมาจากทั่วโลก มุ่งเน้นการเพิ่มสมรรถภาพและการมีอายุยืนอย่างมีคุณภาพ ซึ่งการที่ BASEM สามารถรักษาเคสยาก ๆ เช่น นักกีฬาเอ็นขาดให้กลับมาเล่นได้ ทำให้การหาจุดบกพร่องเล็กน้อยในคนทั่วไปกลายเป็นเรื่องที่เราทำได้ดีมาก และยิ่งศูนย์ได้รับการรับรอง FIFA ประโยชน์จึงไม่ได้เกิดแก่นักกีฬา แต่การนำเทคโนโลยีขั้นสูงระดับ FIFA Certified มาใช้มีประโยชน์ต่อคนทั่วไปด้วยเช่นกัน และเรายังรวมพัฒนาศูนย์ฯ เพื่อให้รองรับ Certified ของกีฬาอื่น ๆ อีกด้วย

    ที่ผ่านมา มีผู้ป่วยทั้งในและต่างประเทศเข้ารับบริการ บางคนมาจากอังกฤษที่แม้จะมีศูนย์การรักษาฯ อยู่ในประเทศอยู่แล้ว แต่ด้วยคิวผ่าตัดที่อาจต้องรอนาน บางเคสรอถึง ปี หลายคนจึงยอมเสียค่าตั๋วเครื่องบินเดินทางไกลมารักษาที่ BASEM ประเทศไทย National Health Service (NHS) ของ UK อาจจะต้องรอคิวนาน ทำให้ไม่สะดวก คนไข้หลายคนจึงบินมารักษากับเรา ด้วยมาตรฐานระดับโลก รวดเร็ว และการดูแลอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม คุณหมอพรเทพให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า “BASEM มีคนไทยเข้ารับบริการเป็นส่วนใหญ่ รวมถึงชาวต่างชาติจากสถานทูต ตลอดจนการถูกส่งเคสมาจากต่างประเทศในภูมิภาคใกล้เคียงก็มีจำนวนมากพอสมควร 

    ด้วยสถาบันแห่งนี้ไม่ได้ดูแลเพียงนักกีฬาที่บาดเจ็บ แต่ยังเปิดกว้างสำหรับคนทั่วไปที่ต้องการเล่นกีฬาและป้องกันก่อนการบาดเจ็บจะเกิดขึ้น รวมถึงดูแลคนทั่วไปที่ต้องการมีสุขภาพดี (Good Health) หรือต้องการใช้ชีวิตแบบ Active โดยผ่านการวิเคราะห์ความเสี่ยงและรูปแบบการเคลื่อนไหวที่บกพร่องด้วยทีมผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งสถาบันมีเทคโนโลยีขั้นสูงอย่าง Motion Analysis (3D) เป็นเครื่องมือตรวจความบกพร่องของรูปแบบการเคลื่อนไหว เช่น ท่าเดินที่ไม่สมดุล เพื่อเข้าไปแก้ไขการใช้กล้ามเนื้อให้ถูกต้องก่อนที่จะเกิดปัญหา และยังนำ AI มาใช้วิเคราะห์ปัญหาการเคลื่อนไหวได้อย่างแม่นยำ เพื่อตอบโจทย์การดูแลสุขภาพในอนาคต ตามนโยบาย AI Driven Hospital ของโรงพยาบาลกรุงเทพด้วย โดยคุณหมอมีคำแนะนำว่า 

    “สำหรับผู้ต้องการออกกำลังกายให้แข็งแรงแบบนักกีฬา หลักการง่าย ๆ คือ นอกจากออกกำลังกายแล้ว ควรต้องพักผ่อนและฟื้นฟู (Recovery) ที่เหมาะสมด้วย ไม่ใช่การฝึกหนักอย่างบ้าคลั่งทุกวัน เพราะจะทำให้เกิดอาการบาดเจ็บจากการฝึกเกิน (Overtraining) นั่นเอง

อายุเท่าไรที่ควรเริ่มดูแลสุขภาพหรือออกกำลังกาย

    แม้มีคนจำนวนมากหันมาออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ แต่ก็ยังมีคนอีกจำนวนไม่น้อยเช่นกันที่ยังลังเลต่อการเริ่มต้น หรือผัดผ่อนเพราะอายุยังน้อย ซึ่งประเด็นนี้คุณหมอพรเทพมองว่า  

    “การออกกำลังกายเริ่มได้ตั้งแต่วัยเด็กจนถึงวัยสูงอายุ โดยเฉพาะกลุ่มคนวัยเกษียณที่ต้องการมี Healthspan ไม่ใช่ว่ามี Lifespan แต่สุดท้ายต้องนอนติดเตียง ซึ่งปัจจุบันทางศูนย์ฯ มีผู้เข้ารับการปรึกษาก่อนออกกำลังกาย กับเคสที่มีอาการบาดเจ็บตรงส่วนต่าง ๆ แล้ว ในสัดส่วน 30-40% ต่อ 60-70% โดยกลุ่มคนที่ยังไม่บาดเจ็บแต่ต้องการความรู้เพื่อป้องกันตัวเองมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะทางศูนย์ฯ ให้คำปรึกษาได้ทั้งแบบที่ยังไม่มีไอเดีย หรือมีกีฬาที่อยากเล่นในใจแล้ว แต่อยากให้หมอช่วยดูความพร้อมของร่างกาย บางคนไม่ได้รับบาดเจ็บก็เข้ารับบริการเพื่อเตรียมความพร้อมร่างกาย ทำให้ทุกวันนี้ศูนย์ฯ ให้บริการแก่ผู้เริ่มใส่ใจตัวเองและเตรียมตัวเข้าสู่วัยเกษียณ ตั้งแต่ช่วงอายุ 50-60 ปีมากขึ้น 

    ส่วนการรักษาและดูแลนั้น คุณหมอเล่าว่า โรคที่นิยมมาปรึกษามากที่สุดอันดับหนึ่งคือปัญหาเรื่อง ‘เข่า’ และอันดับสองคือ ‘หัวไหล่’ “ส่วนคำแนะนำสำหรับผู้ที่มีอาการข้อลั่นหรือมีเสียง ก๊อกแก๊ก’ ในขณะขยับตัวแต่ไม่มีอาการบาดเจ็บ ก็ยังพอคลายกังวลได้บ้าง เพราะเป็นเรื่องปกติที่มีการลั่นของเส้นเอ็นที่พาดผ่านกระดูก ยกเว้นมีอาการเจ็บร่วมด้วย หรือเริ่มรู้สึกว่าการเคลื่อนไหวช้าลงและไม่มั่นใจ นั่นคือสัญญาณสำคัญที่ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทันที

Alter G

‘ไม่มีคำว่าสาย’ สำหรับการเริ่มต้นดูแลสุขภาพ

     เพราะ ไม่มีคำว่าสาย สำหรับการเริ่มต้นดูแลสุขภาพ คุณหมอมีคำแนะนำแก่คนวัยทำงานตอนปลายและวัยเกษียณว่า สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญเป็นอันดับต้น ๆ คือการสะสมทุนสำรองทางร่างกาย ด้วยการสะสมมวลกล้ามเนื้อและความคล่องแคล่วเพื่อไว้ใช้ในอนาคต ป้องกันกล้ามเนื้อฝ่อตามวัย โดยการฝึกที่แนะนำคือ Resistance Training การฝึกแรงต้านเพื่อสร้างกล้ามเนื้อมัดใหญ่ ต้นขา และแขน นอกจากนี้ เพื่อขจัดพฤติกรรมเนือยนิ่ง (Sedentary) ที่คนสูงวัยมักจะเป็นกัน เช่น การนั่งดูทีวีบนโซฟานาน ๆ ไม่เคลื่อนไหว ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพ สิ่งที่ทุกคนสามารถเริ่มทำได้ทันทีคือ Movement Snack ทุก 2-3 ชั่วโมง หรือชั่วโมงละ ครั้ง  

ท่าฝึกและกิจกรรมสำหรับ Movement Snack 

     ‘Movement Snack’ เป็นการฝึกการเคลื่อนไหวด้วยตัวเองในรูปแบบที่ทำสั้น ๆ แต่ทำบ่อย ๆ หลายครั้งต่อวัน เปรียบเทียบกับการกินขนมขบเคี้ยว (Snack) ที่อยากทำเมื่อไร ก็ทำได้เรื่อย ๆ ไม่จำเป็นต้องฝึกหนักต่อเนื่องเป็นชั่วโมงเหมือนตอนที่อยู่กับหมอหรือนักกายภาพบำบัด และนี่คือตัวอย่างท่าฝึก & กิจกรรมที่ควรทำ  

  • การฝึกสมดุล (Balance Training) ซึ่งจำเป็นมากสำหรับวัยเกษียณเพื่อป้องกันการล้ม ที่มักนำไปสู่ภาวะสะโพกหัก โดยเป็นการฝึกเพื่อเพิ่มความเร็วในการตอบสนอง (Response Time) ของร่างกาย 
  • การฝึกความทนทานของหัวใจ (Zone 2) ฝึกให้ร่างกายเคลื่อนไหวสม่ำเสมอในระดับที่หัวใจเต้นอยู่ในโซน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้ออกซิเจน 
  • กิจกรรมทางกายทั่วไป เช่น การเดินทั่วไป การถีบจักรยานอยู่กับที่ หรือการเดินบนลู่วิ่ง ซึ่งช่วยป้องกันพฤติกรรมเนือยนิ่ง (Sedentary) 

     คำแนะนำทั้งหมดนี้ เพื่อป้องกันกระดูกหักและติดเตียง เพราะสุขภาพที่ดีมีบทบาทสำคัญต่อการใช้ชีวิตก่อนและหลังเกษียณ โดยทำให้สามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ ขยับตัวและดูแลตัวเองได้ ไม่เป็นภาระในระยะยาว 

TRUST 76 1

เทคนิคการฝึกหัวใจใน Zone 2

    ทำไมต้องฝึกหัวใจใน Zone 2’ ผู้อำนวยการสถาบัน BASEM ขยายความหมายของคำถามนี้ว่า การฝึกหัวใจใน Zone 2 มีเป้าหมายหลัก คือ เพื่อให้หัวใจทำงานได้ดีขึ้น และเพิ่มความทนทาน (Endurance) โดยเน้นไปที่การเผาผลาญไขมัน (Fat Burning) และช่วยให้ร่างกายสามารถใช้ออกซิเจนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เทคนิคที่สำคัญที่สุดคือ การพยายามยืดระยะเวลา (Extend) ให้อยู่ในโซน ให้ยาวนานที่สุด โดยไม่ให้หัวใจเต้นข้ามไปถึงโซน เนื่องจากหากเข้าสู่โซน ร่างกายจะเริ่มเหนื่อยจนต้องหยุดพัก ทำให้การออกกำลังกายไม่มีคุณภาพเท่าที่ควร 

    ทั้งนี้ วิธีการเทรนหัวใจ (Endurance Training) จะเน้นการฝึกความอดทนเพื่อให้ร่างกายนำออกซิเจนไปใช้ (Utilize Oxygen) ได้อย่างเหมาะสมและสม่ำเสมอ โดยใช้เครื่องมือวัดคุณภาพการใช้ออกซิเจน เช่น การวัดค่า VO2 Max (Maximal Oxygen Consumption) เพื่อดูประสิทธิภาพของแต่ละบุคคลในการฝึก ตัวอย่างเช่น การฝึกวิ่งเป็นเวลา 30 นาที โดยต้องควบคุมระดับการเต้นของหัวใจให้อยู่ในโซน ตลอดเวลา หากหัวใจยังไม่แข็งแรงพอ เมื่อเริ่มวิ่งไปเพียงระยะสั้น ๆ (เช่น กิโลเมตร) อัตราการเต้นของหัวใจจะพุ่งสูงไปที่โซน หรือ ทันที ซึ่งแสดงถึงการออกกำลังกายที่ยังไม่มีคุณภาพดีพอ จึงต้องอาศัยการเทรนอย่างต่อเนื่องเพื่อให้หัวใจแข็งแรงพอที่จะรักษาระดับอยู่ในโซน ได้ตลอดระยะทาง ดังนั้น ประเด็นของการฝึกหัวใจ Zone 2 คือ เน้นความสม่ำเสมอ และการรักษาระดับให้คงที่

โรค NCDs หายขาดได้ ด้วยการออกกำลังกาย?

    โรคที่ผู้สูงอายุหลังวัยเกษียณมักเผชิญกันมากคือโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ซึ่งที่ผ่านมามักต้องรับประทานยาตลอดชีวิต แต่ถ้าหันมาออกกำลังกาย น.ท.นพ.พรเทพบอกว่า จะช่วยแก้ปัญหาได้จากการทำให้หัวใจทำงานดีขึ้น ฮอร์โมนหลั่งถูกต้อง ส่งผลลัพธ์ให้คนที่เป็นโรคความดัน เบาหวาน หรือไขมัน พึ่งยาน้อยลง หรือมีโอกาสที่จะไม่ต้องพึ่งยาเลย ซึ่งทาง BASEM มีทั้งทีมนักกายภาพบำบัด และทีมนักวิทยาศาสตร์การกีฬา (Sport Science) คอยช่วยเทรนและดูแลร่วมกับหมอ 

   ส่วนปัญหาเรื่องสมอง เช่น เส้นเลือดในสมองตีบก็เกี่ยวพันกัน การออกกำลังกายที่เหมาะสม (Physical Exercise) คือคำตอบที่ถูกต้องของการรักษาและป้องกันกลุ่มโรค NCDs ที่รวมถึงโรคสมองและโรคหัวใจด้วย 

   สุขภาพที่ดีไม่ใช่เรื่องของโชคชะตา แต่คือผลลัพธ์ของการวางแผนและลงมือทำอย่างถูกวิธี ฉะนั้น การปรับเปลี่ยนทัศนคติให้เห็นว่าการออกกำลังกายคือส่วนหนึ่งของชีวิต และการเลือกดูแลร่างกายภายใต้มาตรฐานระดับสากลจะช่วยให้คนเราก้าวเข้าสู่วัยเกษียณได้อย่างสง่างามและแข็งแรง ดังนั้น การสะสมต้นทุนทางกายที่แข็งแกร่งตั้งแต่วันนี้ จะเป็นรางวัลล้ำค่าสำหรับตัวคุณ เพื่อให้มีชีวิตที่ยืนยาวและมีคุณภาพในอนาคต 

3 Banner แพทย์ Basem copy
ศูนย์เวชศาสตร์การกีฬาและออกกำลังกาย (BASEM) โรงพยาบาลกรุงเทพ โทร. 0 2310 3979-80
Trust Magazine by TISCO
Scroll to Top
ไอคอน PDPA

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานเว็บไซต์ของท่านให้ดียิ่งขึ้น และนำเสนอโฆษณาที่เกี่ยวข้องและตรงกับความสนใจของท่าน โดยท่านสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้จาก นโยบายการใช้คุกกี้ กรุณากดยอมรับเพื่อยินยอมให้เราใช้คุกกี้

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้ที่จำเป็น

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึกการตั้งค่า