‘บ้านแห่งอนาคต’ เมื่อความปลอดภัยกลายเป็นผลตอบแทนระยะยาว มิติใหม่ของการวางแผนเกษียณ
ในยุค Longevity โดย รศ.ไตรรัตน์ จารุทัศน์

นิตยสาร Trust ฉบับที่ 76 | คอลัมน์ Holistic Advisory

DSC06268

‘สังคมผู้สูงอายุ (Aging Society)’ เมกะเทรนด์ที่ได้เข้ามาเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรโลกในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทยให้เข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ อีกทั้งยังกลายเป็นยุคของการใช้ชีวิตแบบ Longevity หรือยุคที่วัยเกษียณอายุยืนยาวอย่างมีคุณภาพขึ้น นั่นทำให้เกิดเป็นซีรีส์ด้านการดูแลสุขภาพที่ไม่ใช่เป้าหมายแค่การมี ‘ชีวิตที่ยืนยาว (Lifespan)’ อีกต่อไป แต่กลายเป็นการสร้าง ‘ช่วงสุขภาพที่ดีอย่างยาวนาน (Healthspan)’ นั่นคือสามารถใช้ชีวิตได้อย่างอิสระ สุขภาพแข็งแรง มีพลัง ไม่มีโรคเรื้อรัง ไม่มีภาวะพึ่งพิง หรือเรียกว่าใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพที่ดีนั่นเอง

    ดังนั้น Holistic Retirement Planning ในยุคใหม่นี้จึงไม่ได้มองแค่ ‘สุขภาพการเงินที่มั่นคง มีเงินพอใช้’ แต่เป็นการวางแผนชีวิตหลังเกษียณที่ครอบคลุมทุกมิติ ซึ่งรวมถึงความสุขจากการมีสุขภาพดี และที่อยู่อาศัยมีคุณภาพดี นั่นทำให้ ‘บ้าน’ ต้องรองรับหรือตอบโจทย์การใช้ชีวิตของทุกคนในครอบครัว (โดยเฉพาะสมาชิกผู้สูงวัย) 

    ทว่า ‘บ้านแห่งอนาคต’ สำหรับคอลัมน์ Holistic Advisory ฉบับนี้ มีประเด็นสำคัญที่ไม่ใช่แค่เรื่องราวของบ้านเพื่ออยู่อาศัย แต่เป็น ‘บ้าน’ ที่ต้องตระหนักถึงความยั่งยืนในมิติต่าง ๆ ทั้งอยู่อาศัย การลงทุน รวมไปถึงด้านอื่น ๆ โดยรองาสตราจารย์ไตรรัตน์ จารุทัศน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาที่อยู่อาศัยและอสังหาริมทรัพย์แบบยั่งยืนพร้อมแนวคิด Universal Design ให้เกียรติเป็นแขกรับเชิญแก่นิตยสาร TRUST ในวันนี้ 

    “ปัจจุบัน Lifespan ของคนไทยอายุยืนถึง 77 ปี แต่ Healthspan หรือช่วงที่มีสุขภาพดีกลับอยู่แค่ 67 ปี เรียกว่ามีช่วงห่างกันอยู่ถึง 10 ปี ดังนั้น เราต้องลด Gap หรือระยะห่างให้สั้นที่สุด ด้วยการสร้างสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง สภาพแวดล้อมมีความปลอดภัย ลดความเสี่ยงการหกล้ม (โดยเฉพาะผู้สูงอายุ)” และจากหนังสือ ‘บ้านปลอดภัยวัยเกษียณ’ ที่อาจารย์ไตรรัตน์เป็นผู้เขียนเอง มีข้อมูลการหกล้มและเสียชีวิตไว้ด้วยว่า ‘แต่ละปีผู้สูงอายุไทยหกล้มแล้วเสียชีวิตกว่า 1,000 คน หรือเฉลี่ยวันละ 3 คน’ ด้วยสาเหตุการหกล้มทั้งในตัวบ้านและภายในบริเวณรั้วบ้าน โดยเฉพาะผู้สูงอายุเพศหญิง ซึ่งการสำรวจที่พักอาศัยของผู้สูงอายุ ‘บ้าน’ ที่สภาพแวดล้อมมีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้สูงวัยมีเพียง 7.3% เท่านั้น นับเป็นตัวเลขที่น่ากังวลสำหรับสังคมไทยอยู่ไม่น้อย 

‘บ้านแห่งอนาคต’ ลงทุนเร็วยิ่งดี เพราะมี ‘ปันผล’ เป็นความปลอดภัย

    เมื่อเริ่มต้นในคำถามแรกว่า ‘การวางแผนด้านที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุควรถูกมองเป็น ‘ค่าใช้จ่ายปลายทาง’ หรือ ‘สินทรัพย์’ อาจารย์ไตรรัตน์ให้คำตอบว่า ผมมองเป็นสินทรัพย์ มองเป็นการลงทุน วันนี้เรายอมลงทุนปรับปรุงบ้าน 50,000 บาท เพื่อไม่ให้หกล้ม โดย 4 จุดสำคัญที่ผู้สูงอายุมักหกล้ม ได้แก่ ห้องน้ำ บันได ห้องนอน และบริเวณรอยต่อระหว่างภายในกับภายนอกบ้าน ดังนั้น การปรับปรุงบ้านอย่างห้องน้ำ เช่น พื้นให้เรียบเสมอกัน พื้นไม่ลื่น มีราวจับ เปลี่ยนไฟเป็นแบบตรวจจับการเคลื่อนไหว หรือมีปุ่มฉุกเฉินให้กด เพราะล้มแล้วมีโอกาสเตือนยังไงก็ปลอดภัยมากกว่า ซึ่งผมมองทุกอย่างนี้เป็นการลงทุน”  

    และยิ่งลงทุนเร็วยิ่งดี เพราะมันมี ‘ปันผล’ ซึ่งในความหมายของอาจารย์ไตรรัตน์ คือ ‘ความปลอดภัย’ พร้อมยกตัวอย่างให้เห็นภาพชัดเจนว่า หากเกิดเหตุการณ์หกล้มแล้วฟกช้ำดำเขียว 2-3 วัน ย่อมทำกายภาพบำบัดแล้วก็เดินได้ แต่ถ้าหกล้มจนกระดูกหัก ต้องเสียค่ารักษาพยาบาล ผ่าตัดสะโพก และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่ตามมาอีกหลายอย่าง 

    ค่าใช้จ่ายตรงนี้ก็คงราว ๆ 2.5 แสนบาท เรียกว่าทั้งเจ็บตัว ทั้งเจ็บกระเป๋า แล้วลูกหลานก็เจ็บด้วยเพราะต้องมาดูแลพ่อแม่ สู้แค่เอาเงินประมาณ 5% ของ 2.5 แสนบาท มาปรับปรุงบ้านให้ปลอดภัย สร้างสิ่งแวดล้อมปลอดภัย เป็นการลงทุนเพื่อให้โครงสร้างพื้นฐานปลอดภัย และสร้างสินทรัพย์ในอนาคตให้เราอยู่อาศัยอย่างปลอดภัย เพราะฉะนั้น ผมจึงมีความเชื่อใน 4 เรื่องนี้ ได้แก่ สุขภาพ เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เป็น Holistic ที่ต้องคิดไปพร้อม ๆ กัน ในการวางแผนชีวิตในอนาคต 

iStock 2168149357

สร้าง ‘บ้านทำเลเดิม’ ให้น่าอยู่อย่างมีความสุข

    นอกจากนี้ อาจารย์ไตรรัตน์ยังระบุด้วยว่า จากตัวเลขงานวิจัย 90% ของผู้สูงอายุ มีความต้องการอยู่อาศัยใน ‘ทำเลเดิม’  บางคนเข้าใจว่า ผู้สูงอายุติดบ้าน ติดที่ ไม่อยากย้ายบ้าน แต่จริง ๆ แล้วส่วนใหญ่ ติดทำเลเดิม สังคมเดิมมากกว่า รวมไปถึงติดความสะดวกสบาย บางแห่งอยู่ใกล้โรงพยาบาล ใกล้สวนสาธารณะ และถ้ายิ่งบ้านอยู่ใกล้ญาติพี่น้อง ยิ่งเป็นสาเหตุให้ตัดสินใจเลือกอยู่ระยะยาวถึงสิ้นอายุขัย สำหรับการย้ายบ้านหรือย้ายครอบครัวไปสร้างบ้านหลังใหม่ ผมไม่แนะนำให้ย้ายข้ามจังหวัดหรือย้ายข้ามโซน มีลูก ๆ หลายคนเข้าใจผิดมาก ๆ ว่า เดี๋ยวพอพ่อกับแม่อายุ 60-70 ปีแล้ว ไม่ต้องทำงาน เดี๋ยวลูกเลี้ยงเอง พ่อแม่อยู่ต่างจังหวัด ให้ย้ายมาอยู่ด้วยกันที่คอนโดฯ ในกรุงเทพฯ ผู้สูงอายุหลงทางแน่นอนครับ เพราะเป็น Memory ที่ไม่คุ้นเคยเลย แล้วคอนโดฯ ก็เป็นตึกเหมือนกันไปหมด บ้านจัดสรรก็คล้ายกัน เราเลยได้ยินข่าวผู้สูงอายุหลงทางบ่อย ๆ สาเหตุหนึ่งมาจากการย้ายบ้าน ดังนั้น หากจะย้ายถิ่นฐานแบบนี้ ต้องย้ายก่อนพวกท่านอายุ 70 ปี หรือก่อนสมองเสื่อมครับ 

    อาจารย์ไตรรัตน์ยังให้คำแนะนำสำหรับคนที่มี ‘บ้าน’ อยู่หลายหลัง แต่ยังคิดไม่ตกว่า ‘บ้านหลังใดควรเป็นหลังสุดท้ายเพื่อใช้ชีวิตในบั้นปลายให้มีความสุข’  

    เมื่อก่อนเราคิดแค่เรื่องเดียว ‘บ้านต้องมีความปลอดภัย’ ที่ผมเรียกว่า ‘สุขภาพทางกาย’ ได้แก่ หมู่บ้านที่ปลอดภัย อากาศดี แต่วันนี้ เราต้องคิดถึง ‘บ้านที่ทำให้สุขใจ’ ด้วย เป็นพื้นที่ที่สร้างความสุขทางใจ บางบ้านมีมุมทำสวน มุมอ่านหนังสือ มุมไหว้พระ ฯลฯ นั่นคือพื้นที่สร้างความสุขทางใจ แต่ไม่หมดแค่นี้ เพราะยังมี ‘พื้นที่ทางสังคม’ ต้องยอมรับว่า มนุษย์เราเป็นสัตว์สังคม ไม่ได้ชอบอยู่คนเดียว แต่ชอบที่จะมีเพื่อนฝูงอยู่ใกล้ ๆ กัน มีสังคมที่ชอบพอให้อยู่ จะเห็นว่าผู้สูงอายุที่มีปัญหาเป็นโรคซึมเศร้า ก็เพราะมักอยู่คนเดียว ดังนั้น ถ้าจะลงทุนเรื่องนี้ ต้องตรวจสอบว่า มีทรัพย์สินของคุณอะไรบ้างที่สร้างความสุขได้ 3 อย่าง คือ สุขกาย สบายใจ และปลอดภัย ซึ่งเลือกเป็นคอนโดฯ ที่หัวหิน หรือบ้านเก่าแถวเยาวราชก็ไม่ผิด หรือบ้านของลูก ๆ ที่ทุกครั้งไปนอนแล้วมีความสุขใจก็ได้เช่นกัน” โดยอาจารย์กล่าวย้ำอีกครั้งว่า ‘ต้องทำก่อนอายุ 70 ปี’  

    ดังนั้น ต้องรีบตัดสินใจขยับขยาย ปรับปรุง สร้างให้เรียบร้อย ก่อนสมองจะเสื่อมไปเมื่ออายุประมาณ 70 ปี รวมไปถึงทรัพย์สินมรดกที่ต่อเนื่องไปถึงภาษีมรดก คุณควรยกให้ลูกหลานตั้งแต่ที่คุณมีสติสัมปชัญญะดีกว่า เขาจะได้ใช้ประโยชน์ และได้ดูแลเราในระยะยาว นี่ก็คือการลงทุนอย่างหนึ่งเช่นกัน”  

    ส่วนค่านิยมของหลายครอบครัวในสังคมไทยในปัจจุบัน ที่มีแนวคิดเก็บเงินไว้ใช้ตอนบั้นปลาย ไว้ใช้เวลาเจ็บป่วยเข้าโรงพยาบาล หรือไว้ใช้ตอนไปอยู่ Nursing Home ในช่วงบั้นปลายของชีวิต อาจารย์ไตรรัตน์มองเป็น ‘ค่าใช้จ่าย’ ไม่ใช่การลงทุน และไม่ใช่ทุกคนหรือทุกครอบครัวที่จะมีความพร้อมสำหรับการใช้จ่ายนี้ 

    เพราะหากเป็นการลงทุนตั้งแต่วันแรก ค่าใช้จ่ายหลังจากนั้นหรือในช่วงหลังต้องถูกลง อีกอย่างการย้ายไปอยู่ที่อื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น Nursing Home หรือโรงพยาบาล อาจทำให้ขาดสังคม โดยผู้สูงอายุหลายคนก็เป็นโรคซึมเศร้าไปได้เลย หลายคนในระยะสุดท้าย รักษาตัวอยู่โรงพยาบาล เมื่อรู้ว่าตัวเองไม่ไหว ‘ฉันอยากกลับบ้าน อยากไปเสียชีวิตที่บ้าน’ เกือบร้อยทั้งร้อยที่เป็นแบบนี้ เพราะเป็นพื้นที่เคยคุ้น พื้นที่ที่เคยมีความสุขสบาย ดังนั้น ทำไมเราไม่ปรับบ้านให้ปลอดภัย ให้ท่านเสียชีวิตที่บ้านได้เลย ผมรู้จักวิสาหกิจเพื่อสังคมแห่งหนึ่งที่น่าสนใจชื่อว่า เยือกเย็น’ เขามีความเชื่อว่า ‘ตายดีต้องตายที่บ้าน’ ก็เตรียมสมุดเบาใจ เตรียมพินัยกรรม เตรียมบ้านอยู่สบายเพื่อตายดีไว้ดีกว่า”  

ส่งต่อ ‘ความมั่งคั่ง’ ให้ครอบคลุมทุกมิติ

    การส่งต่อ ‘ความมั่นคั่ง’ หากเป็นเชิงเศรษฐกิจก็จะเป็นเรื่องของธุรกิจ ทรัพย์สิน เงินทอง เป็นต้น ทว่าอาจารย์ไตรรัตน์มีมุมมองที่หลากหลายมิติมากกว่าว่า  

    “ผมมองความมั่งคั่งในมิติที่ครอบคลุมการใช้ชีวิต ด้วยท้ายที่สุด คนเราอยากมีความสุขกาย สุขใจ สุขสังคม ดังนั้น ควรต้องมีการส่งต่อความมั่งคั่งทางสังคม ทางกำลังใจ ทางปัญญาให้กับลูก ๆ ด้วย ปลูกฝังความคิดความอ่านด้านสังคม ทั้งกับครอบครัว ญาติพี่น้อง เพื่อนฝูง วันเชงเม้ง ตรุษจีน ต้องมาเจอ เลี้ยงโต๊ะจีนให้ลูกหลานได้มาจอยกัน เจอกัน สร้างธรรมเนียมของครอบครัว ส่วนความมั่นคงทางทรัพย์สิน นอกจากเงินทองแล้ว ผมคิดเรื่องที่อยู่อาศัยด้วย แทนที่จะมองว่าเป็นภาระของลูกหลาน ตัวของพ่อแม่ต้องวางแผนระยะยาว การลงทุนมีบ้านหลังใหญ่ มีหลายห้องนอน เพื่อให้พ่อแม่ และลูกหลานอยู่ในพื้นที่เดียวกัน ก็ถือเป็นการส่งต่อความมั่งคั่งที่ดีงามอย่างหนึ่งสำหรับผม 

    อาจารย์ไตรรัตน์ยังกล่าวเสริมอีกด้วยว่า “ยุคนี้ถ้าคุณมีเงินร้อยล้าน พันล้าน หรือหมื่นล้าน แต่สุขภาพคุณไม่ดีก็ไม่ได้ใช้เงิน สู้เอาเงินบางส่วนมาสร้างสุขภาพที่ดีเป็นอันดับแรก ๆ ก่อนดีกว่า ทั้งสุขภาพกาย สุขภาพใจ สุขภาพสังคม ซึ่งมันเป็นการลงทุนอย่างหนึ่งแน่นอน และนี่ไม่ได้ทำให้แค่มี Healthspan ที่ยาวขึ้น แต่มองเป็น Wealthspan ที่ควบคู่กันไป กลายเป็นความมั่งคั่งในทุกมิติที่ไม่ได้มองเรื่องเงินอย่างเดียว แต่เป็นความมั่งคั่งด้านสุขภาพและสภาพแวดล้อมไปด้วยพร้อมกัน 

DSC06401 1
Trust Magazine by TISCO
Scroll to Top
ไอคอน PDPA

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานเว็บไซต์ของท่านให้ดียิ่งขึ้น และนำเสนอโฆษณาที่เกี่ยวข้องและตรงกับความสนใจของท่าน โดยท่านสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้จาก นโยบายการใช้คุกกี้ กรุณากดยอมรับเพื่อยินยอมให้เราใช้คุกกี้

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้ที่จำเป็น

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึกการตั้งค่า