
เมื่อ ‘ความเร็ว’ ไม่ใช่คำตอบ: TISCO ESU ชนะเกมข้อมูลล้นด้วย ‘การคิดลึกและคิดต่าง’
นิตยสาร Trust ฉบับที่ 77 | คอลัมน์ Exclusive
ความท้าทายใหม่ของงานวิจัย เมื่อข้อมูลล้นมือแต่ขาดมิติเชิงลึก ‘ทีมวิเคราะห์ทิสโก้ (TISCO ESU)’ เปลี่ยนวิกฤตข้อมูลล้นโลกให้เป็นโอกาส ชูปรัชญา ‘คุณภาพเหนือความเร็ว’ คว้าใจนักลงทุนยุคใหม่
เมื่อยุคดิจิทัลที่ข้อมูลข่าวสารสามารถเข้าถึงได้ง่ายเพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัส ปัญหาหลักของนักลงทุนในปัจจุบันจึงไม่ได้อยู่ที่การขาดแคลนข้อมูลเหมือนในอดีตเมื่อยี่สิบปีที่แล้ว แต่กลับกลายเป็นความท้าทายในเรื่องของ ‘ข้อมูลที่มากเกินไป’ จนเกิดสภาวะข้อมูลล้นหลาม (Information Overload) การที่ทุกคนสามารถเข้าถึงสื่อโซเชียลมีเดียและรับรู้เหตุการณ์ต่าง ๆ ได้พร้อมกันภายในเวลาไม่กี่นาที ทำให้เกิดปรากฏการณ์ที่คนส่วนใหญ่เร่งสรุปสถานการณ์จากมุมมองเพียงมิติเดียว ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงสูงในการตีความข้อมูลที่ผิดพลาดและนำไปสู่การตัดสินใจลงทุนที่ไม่ถูกต้อง
สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อบทบาทของศูนย์วิเคราะห์ข้อมูลทางการเงินอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากมีอินฟลูเอนเซอร์ (Influencer) และกูรูทางการเงินหน้าใหม่เกิดขึ้นมากมายบนโลกออนไลน์เพื่อแย่งชิงพื้นที่สื่อ ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ (TISCO Economic Strategy Unit: TISCO ESU) ได้เล็งเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงนี้และเลือกที่จะไม่ลงไปแข่งขันในศึกแห่งความเร็ว
ในอดีต หน้าที่หลักของนักวิเคราะห์ คือ การตื่นแต่เช้าตรู่ ประมาณหกโมงเช้า เพื่อมาเขียนอีเมลสรุปข่าวสารที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ ทว่าในปัจจุบัน งานลักษณะดังกล่าวกลายเป็นงานที่มีมูลค่าต่ำ (Low Value) และบั่นทอนสุขภาพของทีมงานอย่างมาก เพราะต้องนอนหลับแบบไม่เต็มตื่น ด้วยความกังวลว่าจะมีข่าวสารอะไรเกิดขึ้น ที่สำคัญ ทันทีที่ส่งออกไปในเวลาสิบโมงเช้า ข้อมูลเหล่านั้นก็กลายเป็นสิ่งที่ล้าสมัยและถูกทดแทนด้วยเครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ (AI) ไปหมดแล้ว ทางทีมจึงเลือกที่จะลดบทบาทงานสรุปข่าวประจำวันลง และปล่อยให้ระบบอัตโนมัติทำงานแทน
ด้วยเหตุนี้ TISCO ESU จึงได้ปรับเปลี่ยนทิศทางและกลยุทธ์ของทีมอย่างสิ้นเชิง โดยหันมาให้ความสำคัญกับ ‘ความลึก’ ของข้อมูลและการวิเคราะห์ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างแท้จริง การปรับเปลี่ยนบทบาทนี้มุ่งเน้นไปที่การเป็นผู้ประกอบร่างภาพต่อ (Dot Connector) ที่นำเอาข้อมูลดิบหลากหลายมิติมาวิเคราะห์เชื่อมโยงเพื่อหาความจริงเชิงลึกที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง เพื่อสนับสนุนเป้าหมายหลักของกลุ่มทิสโก้ ในการเป็นสถาบันที่ให้คำปรึกษาด้านการลงทุนที่ดีที่สุด (Best Investment Advisory in Town) และสร้างความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญท่ามกลางการดิสรัปชันของธุรกิจรีเสิร์ชในปัจจุบัน
“ปัญหาของนักลงทุนเมื่อ 20 ปีที่แล้วคือการขาดแคลนข้อมูล แต่ตอนนี้ปัญหาคือข้อมูลมันเยอะเกินไป ทุกคนแค่มีมือถือเครื่องเดียวก็เข้าถึงทุกข้อมูลแล้ว แม้การเห็นข้อมูลเหมือนกัน แต่พอเรามีข้อมูลที่ทั้งลึกและกว้างกว่า ทีมรีเสิร์ชของเราก็สามารถประกอบร่างได้ว่า นอกจากข้อมูลนี้ยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นพร้อมกัน ทำให้เราสามารถให้ภาพวิวที่มีมิติครอบคลุมและตรงกับความเป็นจริงมากกว่า” คุณคมศร ประกอบผล หัวหน้าทีมศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ (TISCO ESU) เริ่มต้นการสนทนาในวันนี้ โดยมาพร้อมกับลูกทีมที่มาร่วมกันเล่าเรื่องราวการทำงานวิจัยเชิงลึกอย่างเข้มข้น
ปรัชญาการทำงานแบบ ‘Contrarian’ กล้าที่จะสวนทางเพื่อความถูกต้อง
หัวใจสำคัญที่ทำให้ TISCO ESU โดดเด่นและแตกต่างจากศูนย์วิเคราะห์แห่งอื่นอย่างชัดเจน คือ กลยุทธ์การนำเสนอแนวคิดแบบ ‘Contrarian’ หรือการวิเคราะห์มุมมองที่สวนทางกับกระแสหลักของตลาด บ่อยครั้งที่บทวิเคราะห์ของทิสโก้เลือกนำเสนอทางเลือกที่เข้าใจยากและต้องใช้เวลาในการอธิบายแก่ผู้ฟังยาวนานกว่าปกติ แทนที่จะเลือกทางเดินที่ง่ายด้วยการแนะนำตามกระแสตลาดเพื่อความสะดวกรวดเร็ว การทำงานในลักษณะนี้ต้องอาศัยทั้งประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญ และความกล้าหาญที่จะยืนหยัดในข้อมูลที่ผ่านการตรวจสอบอย่างละเอียดถี่ถ้วน
ตัวอย่างที่สะท้อนถึงความสำเร็จของแนวคิดนี้ คือ ‘การประเมินทิศทางของตลาดตราสารหนี้ (Fixed Income)’ ในช่วงปีที่ผ่านมา ในขณะที่สำนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ต่างพากันแนะนำให้ลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลระยะยาว เนื่องจากธนาคารกลางทั่วโลกเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ย แต่ TISCO ESU กลับเป็นค่ายที่ยืนยันไม่แนะนำสินทรัพย์ดังกล่าวต่อเนื่องถึงสองปี โดยให้เหตุผลว่าโลกยังคงเผชิญกับภาวะเงินเฟ้อในระดับสูงและปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริงก็เป็นไปตามที่ทิสโก้คาดการณ์ เมื่ออัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) ในตลาดกลับปรับตัวสูงขึ้น สวนทางกับการลดดอกเบี้ยนโยบาย ทำให้นักลงทุนที่หลงเชื่อกระแสหลักต้องเผชิญกับมูลค่าสินทรัพย์ที่ลดลง
คุณคมศรได้ขยายความถึงเบื้องหลังการวิเคราะห์กรณีนี้ว่า Bond Yield คือ ดอกเบี้ยที่ตลาดซื้อขายกันจริง ในขณะที่ธนาคารกลางควบคุมได้เพียงดอกเบี้ยระยะสั้นเท่านั้น เมื่อปัจจัยระยะยาว เช่น สงครามการค้า (Trade War) ของโดนัลด์ ทรัมป์ บังคับให้แต่ละประเทศต้องดึงฐานการผลิตกลับสู่ตนเองเพื่อความมั่นคง จากเดิมที่เคยพึ่งพาแรงงานราคาถูกในจีนหรืออินเดีย ต้นทุนการผลิตและค่าแรงจึงพุ่งสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งปัจจัยเชิงโครงสร้างเหล่านี้ทำให้เงินเฟ้อไม่มีทางลดต่ำลง การคิดเร็วแบบผิวเผินว่า ‘ลดดอกเบี้ยแล้วต้องซื้อพันธบัตร’ จึงใช้ไม่ได้ผลในสถานการณ์นี้ แม้การอธิบายความจริงที่ซับซ้อนนี้แก่ลูกค้าจะต้องใช้เวลานานกว่า 20-30 นาที แต่ TISCO ESU ก็เลือกที่จะทำเพราะมีโอกาสถูกต้องมากกว่า
อีกหนึ่งกรณีศึกษาที่สำคัญ คือ ‘การวิเคราะห์อันดับเครดิตเรตติงของประเทศไทย’ ท่ามกลางกระแสความกังวลของตลาดว่า การขยายเพดานหนี้สาธารณะของรัฐบาล อาจส่งผลให้ประเทศไทยถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือลง TISCO ESU ได้วิเคราะห์ความแตกต่างของบริบทและตัดสินใจออกบทวิเคราะห์สวนกระแสตลาดว่า ประเทศไทยเต็มที่อาจจะถูกคงแนวโน้มในระดับลบ (Negative) แต่จะไม่ถูกปรับลดอันดับเครดิตอย่างแน่นอน ซึ่งในเวลาต่อมา ผลการประกาศอย่างเป็นทางการก็พิสูจน์ให้เห็นว่ามุมมองของทิสโก้ถูกต้อง และอันดับเครดิตของไทยได้รับการปรับมุมมองให้ดีขึ้น เป็นเสถียรภาพด้วยซ้ำ
“คำแนะนำจากรีเสิร์ชแล้ว สุดท้ายเป็นคำแนะนำการลงทุน มันกระทบกับเงินของลูกค้าที่เขาหาและเก็บออมมาทั้งชีวิต มันกระทบชีวิตคนจริง ๆ ทำให้ต้องระลึกตรงนั้นไว้เสมอว่า คำแนะนำทุกวันที่ออกไป มันต้องทำเต็มที่จริง ๆ พวกเราทำงานหนักกันจริง ๆ ถึงจะแนะนำออกไปได้ เพราะทุกข้อมูลที่นำเสนอจะกระทบชีวิตคนและครอบครัวของเขา” คุณคมศรกล่าวย้ำด้วยความตระหนักในความรับผิดชอบ
การผสานเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตมนุษย์
แม้ว่าโลกปัจจุบันจะก้าวเข้าสู่ยุคที่ปัญญาประดิษฐ์เข้ามามีบทบาทในทุกอุตสาหกรรม แต่สำหรับ TISCO ESU แล้ว เทคโนโลยี AI ถูกวางตำแหน่งให้เป็นเพียง ‘ผู้ช่วยผู้ทรงพลัง’ แต่ไม่ใช่สิ่งที่จะมาทดแทนนักวิเคราะห์ที่เป็นมนุษย์ได้ทั้งหมด ทีมงานมีการประยุกต์ใช้ AI ในกระบวนการทำงานอย่างกว้างขวาง ตั้งแต่ขั้นตอนการจัดเก็บข้อมูล การคัดแยกประเภท ไปจนถึงการล้างข้อมูลดิบ (Clean Data) รวมถึงการใช้ AI ตรวจสอบตัวสะกดและไวยากรณ์ (Spelling & Grammar) สำหรับรายงานภาษาอังกฤษ แทนการจ้างบรรณาธิการชาวต่างชาติเหมือนในอดีต
ด้วยศักยภาพของ AI ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ (Efficiency) และผลิตภาพ (Productivity) ได้อย่างมหาศาล ยกตัวอย่างเช่น การดึงข้อมูลอัตราดอกเบี้ยและตลาดหุ้นจากหลากหลายแหล่งข้อมูล (Sources) ที่มีฟอร์แมตแตกต่างกัน หากใช้แรงงานมนุษย์ทำอาจต้องใช้เวลาเป็นวัน ๆ จนหมดพลังงาน แต่ AI สามารถจัดการให้เสร็จสิ้นได้ภายในเวลาเพียง 10 นาที ช่วยกำจัดงานที่น่าเบื่อและไม่มีมูลค่าออกไป เพื่อให้นักวิเคราะห์มีเวลาไปทุ่มเทกับการคิดเชิงลึก
ด้าน คุณเมธัส รัตนซ้อน หัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์เศรษฐกิจ TISCO ESU ได้แสดงความกังวลและเตือนถึงผลกระทบในระยะยาวของการพึ่งพา AI มากเกินไปของนักวิเคราะห์รุ่นใหม่ เพราะการให้ AI ช่วยคิดและสรุปความเชื่อมโยงให้อยู่เป็นประจำอาจเปรียบเสมือนดาบสองคมที่ทำให้ทักษะการคิดวิเคราะห์ของมนุษย์ถดถอยลง สมองและกล้ามเนื้อความคิดที่ไม่ได้ถูกใช้งานจะค่อย ๆ อ่อนแรงลงจนเกิดภาวะ ‘สมองฝ่อ’ และลืมกระบวนการทำงานที่ถูกต้อง เหมือนเช่นในอดีตที่มนุษย์เริ่มใช้สมาร์ตโฟนจนลืมเบอร์โทรศัพท์ของเพื่อน หรือพึ่งพา Google Map จนไม่จดจำเส้นทางถนนอีกต่อไป หากเรา Outsource ความคิดทั้งหมดไปให้คอมพิวเตอร์ มนุษย์จะสูญเสียความสามารถในการสร้างตรรกะไปในที่สุด
ด้วยเหตุนี้ ทิสโก้จึงยังคงรักษาโครงสร้างทีมที่มีตำแหน่งพนักงานระดับเริ่มต้น (Entry Level / Junior) เอาไว้ เพื่อให้พวกเขาได้เรียนรู้กระบวนการทำงานจริงควบคู่ไปกับการใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสม เป้าหมายสูงสุดของการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลในทีมวิเคราะห์ คือ การสร้าง ‘Expert’ หรือผู้เชี่ยวชาญรุ่นถัดไปที่จะขึ้นมาทดแทนรุ่นพี่ในอนาคต การฝึกฝนนักวิเคราะห์ไม่สามารถทำได้ผ่านตำราเรียนหรือพึ่งพา AI เพียงอย่างเดียว แต่จำเป็นต้องผ่านการฝึกอบรมในสถานที่ทำงานจริง (On the Job Training) และการทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญอาวุโสอย่างใกล้ชิด ทิสโก้เชื่อว่าปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับมนุษย์ และการสื่อสารที่เข้าใจถึงความรู้สึกและจิตวิทยาของนักลงทุน ยังคงเป็นสิ่งสำคัญที่หุ่นยนต์ไม่สามารถลอกเลียนแบบได้ในปัจจุบัน
โครงสร้างทีมขนาดเล็กที่มีความยืดหยุ่นสูงแบบสตาร์ตอัป
ด้วยสัดส่วนกำลังพลในทีมที่มีจำนวนจำกัดเพียง 8 คน TISCO ESU จึงเลือกใช้รูปแบบการบริหารจัดการองค์กรที่เน้นความคล่องตัวสูง คล้ายคลึงกับวัฒนธรรมการทำงานแบบสตาร์ตอัป โครงสร้างของทีมถูกแบ่งออกเป็นสองส่วนหลัก คือ ทีมเศรษฐศาสตร์ (Economic) และทีมกลยุทธ์การลงทุน (Strategy) ซึ่งเป็นการหลอมรวมกันระหว่างทีมอีคอนเดิมของบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) และทีมวิเคราะห์กองทุนต่างประเทศจากบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) เพื่อเปลี่ยนผ่านจากงานในรูปแบบ Marketing-Led ที่มักตั้งธงสินค้าไว้ก่อน มาสู่การเป็น Data-Driven หรือการใช้วิเคราะห์ข้อมูลที่แท้จริงนำทาง
การมีขนาดทีมที่กะทัดรัดทำให้กระบวนการสื่อสารภายในเป็นไปอย่างรวดเร็วและตรงไปตรงมา เมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินหรือวิกฤตการณ์ระดับโลกขึ้น สมาชิกในทีมสามารถยกหูโทรศัพท์ปรึกษากันได้ทันที โดยไม่ต้องผ่านขั้นตอนการประชุมที่ซับซ้อน แม้จะทำงานด้วยความรวดเร็วในแง่การสื่อสารภายใน แต่กระบวนการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล (Check and Balance) กลับมีความเข้มงวดเป็นอย่างยิ่ง รายงานทุกฉบับที่จะถูกเผยแพร่ออกสู่สาธารณะจะต้องผ่านการอ่านและช่วยกันตรวจสอบจากสมาชิกคนอื่น ๆ ในทีม เพื่อทำหน้าที่อนุมัติร่วมกันในท้ายที่สุด
นอกจากนี้ การสนับสนุนงานวิเคราะห์ของ TISCO ESU ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การดูแลกลุ่มลูกค้านักลงทุนสถาบันหรือผู้จัดการกองทุนที่เป็นกลุ่มเป้าหมายหลักเท่านั้น แต่ทีมงานยังมีหน้าที่ในการสนับสนุนข้อมูลแก่กลุ่มธุรกิจอื่น ๆ ภายใต้กลุ่มทิสโก้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มลูกค้าบุคคลสินทรัพย์สูง (High Net Worth Individual) หรือการลงไปให้คำปรึกษาแก่พันธมิตรในภาคธุรกิจจริง (Real Sector) เช่น ค่ายรถยนต์ Isuzu และ Hino เพื่อประเมินกำลังซื้อของผู้บริโภคและรายได้ภาคเกษตรกรรม รวมถึงการสนับสนุนข้อมูลทิศทางอัตราดอกเบี้ยแก่ฝั่งธนาคารพาณิชย์ในการออกแบบแคมเปญเงินฝาก ทำให้ทีมงานต้องมีความสามารถในการปรับเปลี่ยนภาษาและรูปแบบการนำเสนอให้เหมาะสมกับผู้ฟังแต่ละกลุ่มที่มีความต้องการแตกต่างกัน
เจาะลึกมุมมองเศรษฐกิจครึ่งปีหลัง: วิกฤตพลังงานและปากท้องภาคเกษตร
ทั้งนี้ เมื่อมองไปถึงแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งปีหลัง TISCO ESU ประเมินว่าสถานการณ์ยังคงน่ากังวลและเต็มไปด้วยความท้าทาย โดยคาดว่าอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ของไทยในปีนี้มีแนวโน้มต่ำกว่าปีที่ผ่านมา แม้ว่าภาครัฐจะพยายามออกมาตรการกระตุ้นและเยียวยาเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องก็ตาม
ในประเด็นนี้ คุณธนธัช ศรีสวัสดิ์ นักกลยุทธ์อาวุโส TISCO ESU ได้ฉายภาพสถานการณ์ว่า โลกกำลังเผชิญกับวิกฤตพลังงานที่หนักหน่วงจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซที่ยืดเยื้อมานานกว่าสามเดือน ส่งผลให้ซัปพลายน้ำมันดิบของโลกหายไปประมาณ 10-12 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือคิดเป็น 10% ของการผลิตรวมทั้งโลก เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน ปริมาณน้ำมันที่หายไป 10% นี้ เทียบเท่ากับช่วงเวลาที่โลกเผชิญการล็อกดาวน์อย่างเข้มงวดจากวิกฤต COVID-19 ในปี 2020 ทั้งปี
ปัจจุบัน ผลกระทบยังไม่ปรากฏเด่นชัดเนื่องจากแต่ละประเทศยังมีน้ำมันสำรองในคลัง และรัฐบาลไทยยังคงช่วยตรึงราคาน้ำมันไว้ แต่เมื่อใดที่คลังน้ำมันสำรองร่อยหรอลงจนถึงระดับต่ำสุด โลกจะถูกบังคับให้ต้องลดการใช้น้ำมันลงให้เท่ากับปริมาณการผลิตจริง ซึ่งในอนาคตเราอาจเห็นมาตรการประหยัดพลังงานขั้นสุด เช่น การบังคับใช้รถสลับวันคู่-วันคี่ตามเลขท้ายป้ายทะเบียนเหมือนในประเทศเกาหลี ยิ่งไปกว่านั้น น้ำมันไม่ได้เป็นเพียงเชื้อเพลิงสำหรับยานพาหนะเท่านั้น แต่ปิโตรเลียมยังเป็นสารตั้งต้นของสิ่งของ 40% ในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่แก้วน้ำ พลาสติก เสื้อผ้าใยสังเคราะห์ ไปจนถึงส่วนประกอบในสมาร์ตโฟน วิกฤตนี้จึงส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ในทุกอุตสาหกรรม
ปัจจัยลบหลักนี้ยังส่งผลกระทบต่อเนื่องไปถึงการขาดแคลนต้นทุนการผลิตที่สำคัญอย่าง ‘ปุ๋ยเคมี’ และจะสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงต่อภาคการเกษตร ซึ่งเป็นแหล่งจ้างงานหลักที่รองรับแรงงานกว่า 30% ของประเทศ เมื่อต้นทุนค่าขนส่งน้ำมันและราคาปุ๋ยพุ่งสูงขึ้น การเพาะปลูกเพื่อให้ได้กำไรแทบจะเป็นไปไม่ได้ เกษตรกรต้องเผชิญกับภาวะขาดทุนเนื่องจากไม่มีอำนาจในการกำหนดราคาขายเอง แต่ต้องขึ้นอยู่กับราคากลไกตลาดและพ่อค้าคนกลาง
นอกจากนี้ ภาคการท่องเที่ยวยังได้รับผลกระทบจากการปิดน่านฟ้าทำให้สายการบินต้องบินอ้อม ส่งผลให้ตั๋วเครื่องบินแพงขึ้นและจำนวนนักท่องเที่ยวลดลง ภาพรวมความเหนื่อยล้าทางเศรษฐกิจเริ่มสะท้อนออกมาเด่นชัดผ่านยอดขายของร้านอาหารในห้างสรรพสินค้าที่เริ่มซบเซาลงในวันเสาร์-อาทิตย์ เนื่องจากผู้บริโภคเริ่มปรับเปลี่ยนสไตล์การใช้ชีวิตและระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น
ในการรับมือกับความผันผวนนี้ หน้าที่ของนักวิเคราะห์ไม่ใช่การนั่งเดาอนาคตว่าสงครามจะจบลงเมื่อใด แต่คือการสร้าง ‘ฉากทัศน์ (Scenario Planning)’ ออกมาให้ครอบคลุม เพื่อหาแผนการลงทุนที่ดีที่สุดรองรับในทุกความจำเป็น ไม่ว่าสถานการณ์จะออกไปในทิศทางซ้ายหรือขวาก็ตาม
ทางรอดของนักวิเคราะห์รุ่นใหม่ในยุค AI ดิจิทัล
สำหรับคำแนะนำถึงคนรุ่นใหม่ที่ต้องการก้าวเข้าสู่เส้นทางอาชีพนักวิเคราะห์ทางการเงินในยุคปัจจุบัน ทีม TISCO ESU เน้นย้ำว่าผู้สมัครจำเป็นต้องสร้างความแตกต่างให้กับตนเองอย่างสูง (Differentiate) ในยุคที่ใบอนุญาตผู้แนะนำการลงทุนหรือวุฒิบัตรขั้นสูงอย่าง CFA (Chartered Financial Analyst) ไม่ใช่สิ่งแปลกใหม่อีกต่อไป ในอดีต ประเทศไทยมีผู้สอบผ่าน CFA เพียงไม่กี่ร้อยคนและเป็นผู้เชี่ยวชาญระดับอาวุโสเท่านั้น แต่ในปัจจุบัน นักศึกษาชั้นปีที่ 4 ก็สามารถสอบผ่านครบทั้ง 3 ระดับได้แล้ว คุณค่าของใบเบิกทางเหล่านี้จึงลดลงตามกลไกตลาด
สิ่งที่จะใช้วัดคุณค่าที่แท้จริงของมนุษย์ในเวลานี้คือ ‘ตรรกะทางความคิด (Logic)’ ที่มีความสอดคล้อง ไม่ขัดแย้งกันเอง และความหลงใหลในเรื่องการลงทุนอย่างแท้จริง คุณคมศรเปิดเผยว่า วิธีการคัดเลือกพนักงานใหม่ของ TISCO ESU จะใช้วิธีการมอบโจทย์ให้ผู้สมัครกลับไปเขียนบทวิเคราะห์จริงหนึ่งเรื่องหลังการสัมภาษณ์ เพื่อทดสอบทักษะการทำงาน คัดกรองนิสัย และพิสูจน์ว่าบุคคลนั้นมีความสนใจและเข้าใจใน Protocol การทำงานด้านเศรษฐกิจมหภาค (Macroeconomics) จริงหรือไม่
นอกจากนี้ การปรับตัวเข้าสู่แพลตฟอร์มสื่อใหม่ก็เป็นสิ่งจำเป็น จากอดีตที่นักวิเคราะห์ทำงานอยู่หลังกล้อง เขียนเพียงรายงานส่งต่อให้ผู้จัดการกองทุน ปัจจุบันอุตสาหกรรมบังคับให้นักวิเคราะห์ (ซึ่งส่วนใหญ่มักมีบุคลิกแบบ Introvert) ต้องปรับตัวมาหน้ากล้อง เพื่อสื่อสารผ่านช่องทาง YouTube, Press Release หรือแม้กระทั่งการทำคอนเทนต์สั้น ๆ บน TikTok ผ่านช่องทางออนไลน์ของธนาคารทิสโก้ ทว่าแม้รูปแบบการนำเสนอจะเปลี่ยนไป แต่แก่นหลัก (Core Value) 80-90% ของทีม TISCO ESU ยืนยันว่าจะยังคงเป็นการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกและการเขียนรายงานที่มีคุณภาพ เพื่อรักษาผลประโยชน์สูงสุดของเม็ดเงินลงทุนของลูกค้าต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง




