ราคาของการล้ม: กระดูกหักและภาระทางการเงินที่ซ่อนเร้น

นิตยสาร Trust ฉบับที่ 73 | คอลัมน์ Health Protection Advisory

iStock 2207971874

ค่าใช้จ่ายที่คาดไม่ถึงจากการล้มครั้งเดียว

     การล้มเพียงครั้งเดียวอาจนำไปสู่ผลกระทบร้ายแรงที่มากไปกว่าแค่การบาดเจ็บ แต่ยังส่งผลต่อภาพรวมเศรษฐกิจอีกด้วย เนื่องจากปัจจุบันประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์แล้ว โดยคาดการณ์ว่าในปี 2568 จะมีผู้ป่วยภาวะกระดูกสะโพกหักมากกว่า 34,000 ราย และจะเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 56,000 ราย ในปี 2593 จากตัวเลขอุบัติการณ์ภาวะกระดูกสะโพกหักที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างสม่ำเสมอ จาก 192.9 ต่อประชากร 100,000 คนเมื่อปี 2540 เป็น 253.3 ในปี 2549 และยังคงมีแนวโน้มสูงขึ้นต่อเนื่องในปัจจุบัน  

     การเพิ่มขึ้นนี้ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลพุ่งสูงขึ้นมากกว่าสองเท่า จาก 560 ล้านบาท เมื่อปี 2556 เป็น 1,385 ล้านบาทในปี 2565 ภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า การล้มส่งผลต่อภาระทางการเงินส่วนบุคคลอย่างยิ่ง ตั้งแต่การรักษาด้วยการผ่าตัด การพักรักษาตัวในโรงพยาบาลเฉลี่ย 10-14 วัน การฟื้นฟูสมรรถภาพ และมักต้องการการดูแลระยะยาว หรือแม้แต่การกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียงที่ไม่สามารถใช้ชีวิตประจำวันเหมือนเดิมได้อีก ซึ่งต้นทุนที่แท้จริงนั้นอาจมากกว่าแค่เรื่องค่ารักษาพยาบาล แต่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของทั้งครอบครัว ดังนั้น การเข้าใจขอบเขตที่แท้จริงของภาระทางการเงินที่ซ่อนเร้นนี้ จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับทุกคน 

ใครอยู่ในกลุ่มเสี่ยง

     ผู้สูงอายุเป็นกลุ่มที่เสี่ยงมากที่สุด โดยเฉพาะผู้หญิงอายุเกิน 70 ปี ซึ่งมีอัตราการหักมากกว่าผู้ชายถึงสองเท่า และมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วตามอายุ โดยสูงถึงกว่า 1,200 ราย ต่อประชากร 100,000 คน/ปี ในผู้ที่อายุ 85 ปีขึ้นไป ปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ ได้แก่ ดัชนีมวลกาย (BMI) ต่ำกว่า 20 กิโลกรัมต่อตารางเมตร การใช้อุปกรณ์ช่วยเดิน และโรคเรื้อรัง เช่น ความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดสมอง โรคไตเรื้อรัง และโรคพาร์กินสัน เป็นต้น 

ผลกระทบทางการแพทย์และการเงินแบบโดมิโน

     นอกจากนี้ ภาวะกระดูกสะโพกหักมักต้องการการผ่าตัดที่มีค่าใช้จ่ายสูง โดยโรงพยาบาลเอกชนอาจมีค่าผ่าตัดเฉลี่ยประมาณ 400,000 บาท ผู้ป่วยอาจเผชิญกับภาวะแทรกซ้อน เช่น การติดเชื้อและลิ่มเลือด ซึ่งทำให้ต้องพักในโรงพยาบาลนานขึ้น เพิ่มความเสี่ยงการเสียชีวิต และเพิ่มค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล แต่นอกจากการผ่าตัดแล้ว การฟื้นฟูสมรรถภาพหลังผ่าตัดก็มีความจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อเพิ่มโอกาสการกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ แต่อาจมีค่าใช้จ่ายสูง รวมถึงกายภาพบำบัด กิจกรรมบำบัด และบางกรณีอาจต้องมีการดูแลระยะยาวหากกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียง หรือมีข้อจำกัดในการช่วยเหลือตัวเอง ผู้ป่วยหลายรายไม่สามารถกลับไปใช้ชีวิตปกติหรือทำงานได้ ส่งผลให้เกิดความพิการถาวรที่ต้องการความช่วยเหลือทางการแพทย์และสังคมอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ อัตราการเสียชีวิตภายใน 1 ปี หลังกระดูกสะโพกหักในประเทศไทยอยู่ระหว่าง 14-21% ซึ่งแสดงให้เห็นถึงผลกระทบที่รุนแรงจากการล้มเพียงครั้งเดียว 

ค่ารักษาพยาบาล สู่ภาระการเงินที่ซ่อนเร้น

     ผลกระทบทางการเงินจากกระดูกหักขยายออกไปนอกเหนือจากค่าใช้จ่ายทางการแพทย์โดยตรง ครอบครัวมักต้องแบกรับภาระการดูแล โดยต้องเสียสละเวลาทำงานและรายได้ ค่าใช้จ่ายในการเดินทางสำหรับการติดตามและการบำบัดก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยเฉพาะเมื่อผู้ป่วยสูงอายุหลายรายสูญเสียความสามารถในการขับรถได้เอง หรือต้องปรับปรุงบ้าน อาทิ การติดตั้งราวจับ ทางลาด หรือการปรับปรุงห้องน้ำ มักจำเป็นเพื่อป้องกันการล้มในอนาคต ยังไม่นับถึงผลกระทบทางจิตใจ เช่น ความกลัวการล้มอีกครั้ง นำไปสู่การลดกิจกรรม และการแยกตัวจากสังคม ซึ่งทำให้สุขภาพเสื่อมลงและเพิ่มการใช้บริการสุขภาพ ต้นทุนทางอ้อมเหล่านี้แทบไม่เคยถูกนำมาคิดคำนวณ แต่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อคุณภาพชีวิตและความมั่นคงทางการเงินของผู้ป่วยและครอบครัว

iStock 2215260480

บทบาทของประกันภัย: การบริหารความเสี่ยงให้เหมาะกับแต่ละคน

     ผลกระทบทางการเงินจากกระดูกหักขยายออกไปนอกเหนือจากค่าใช้จ่ายทางการแพทย์โดยตรง ครอบครัวมักต้องแบกรับภาระการดูแล โดยต้องเสียสละเวลาทำงานและรายได้ ค่าใช้จ่ายในการเดินทางสำหรับการติดตามและการบำบัดก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยเฉพาะเมื่อผู้ป่วยสูงอายุหลายรายสูญเสียความสามารถในการขับรถได้เอง หรือต้องปรับปรุงบ้าน อาทิ การติดตั้งราวจับ ทางลาด หรือการปรับปรุงห้องน้ำ มักจำเป็นเพื่อป้องกันการล้มในอนาคต ยังไม่นับถึงผลกระทบทางจิตใจ เช่น ความกลัวการล้มอีกครั้ง นำไปสู่การลดกิจกรรม และการแยกตัวจากสังคม ซึ่งทำให้สุขภาพเสื่อมลงและเพิ่มการใช้บริการสุขภาพ ต้นทุนทางอ้อมเหล่านี้แทบไม่เคยถูกนำมาคิดคำนวณ แต่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อคุณภาพชีวิตและความมั่นคงทางการเงินของผู้ป่วยและครอบครัว 

บทบาทของประกันภัย: การบริหารความเสี่ยงให้เหมาะกับแต่ละคน

     แม้ว่าระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าของไทยหรือกองทุนต่าง ๆ จะครอบคลุมรักษากระดูกหักขั้นพื้นฐาน แต่อาจยังมีข้อจำกัดในหลายด้าน ทั้งการเข้าถึงการรักษาที่รวดเร็ว และการดูแลต่อเนื่องหลังจากการผ่าตัด ซึ่งหนึ่งในการบริหารความเสี่ยงของผลกระทบทางการเงินที่อาจเกิดขึ้น คือ การมีความคุ้มครองจากประกันภัยในรูปแบบต่าง ๆ ในปัจจุบันผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตมีหลายรูปแบบ ทั้งคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลแบบผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอก คุ้มครองโรคร้ายแรง คุ้มครองภาวะทุพพลภาพ คุ้มครองอุบัติเหตุ หรือคุ้มครองการเสียชีวิต  

     ตัวอย่างของความคุ้มครองในกรณีล้มแล้วเกิดกระดูกสะโพกหัก เช่น ค่ารักษาพยาบาลขณะผ่าตัดอาจมีประกันสุขภาพและประกันอุบัติเหตุช่วยดูแล ค่าติดตามการรักษาและกายภาพต่อเนื่องอาจมีประกันผู้ป่วยนอกคุ้มครองให้ หรือค่าเดินทางและปรับปรุงที่อยู่อาศัยจะมีประกันโรคร้ายแรงช่วยชดเชยภาระทางการเงิน ทั้งนี้ แต่ละคนอาจไม่จำเป็นต้องมีประกันทุกชนิด แต่การเลือกความคุ้มครองให้เหมาะสมกับความต้องการและความจำเป็น นับว่ามีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยอาจเริ่มต้นจากการประเมินว่าปัจจุบันมีความคุ้มครองอะไรอยู่บ้าง และต้องการจัดการความเสี่ยงเพิ่มเติมด้านใด และความคุ้มครองที่ต้องการเป็นเท่าไร 

การป้องกันถูกกว่าการรักษา

     แม้จะมีข้อจำกัดของประกันสุขภาพที่อาจไม่คุ้มครองการตรวจคัดกรองภาวะกระดูกพรุน แต่การป้องกันภาวะกระดูกสะโพกหักยังคงเป็นกลยุทธ์ที่คุ้มค่าที่สุด การตรวจความหนาแน่นของมวลกระดูก การประเมินความเสี่ยงการล้ม และการดูแลปัจจัยเสี่ยง เช่น โรคประจำตัวต่าง สิ่งเหล่านี้สามารถลดอุบัติการณ์การเกิดกระดูกหักได้อย่างมาก เช่นเดียวกับการเสริมสารอาหารด้วยแคลเซียมและวิตามินดี การออกกำลังกายเพื่อความสมดุลและความแข็งแรง และการปรับปรุงความปลอดภัยในบ้านเป็นมาตรการที่มีต้นทุนต่ำแต่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีประโยชน์อย่างมาก จึงอยากแนะนำให้ทุกคนโดยเฉพาะผู้สูงอายุและผู้มีความเสี่ยง ไปรับการตรวจคัดกรองและวางมาตรการป้องกัน เพราะมีต้นทุนต่ำแต่แลกมากับคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นมาก 

บทสรุป

     เมื่อภาวะกระดูกหักกลายเป็นความท้าทายทางเศรษฐกิจที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม ดังนั้น บุคคลหรือคนในครอบครัว ต้องคำนึงถึงสุขภาพกระดูก และนำเรื่องนี้บรรจุเข้าไปในการวางแผนทางการเงินในระยะยาวด้วย โดยพิจารณาความเสี่ยงของกาพลัดตกหกล้มจนทำให้เกิดภาวะกระดูกหัก ด้วยการตรวจคัดกรองปัจจัยเสี่ยง และการเตรียมตัวสำหรับสังคมผู้สูงวัยที่ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกแล้ว นอกจากนี้ การบริหารความเสี่ยงโดยมีผลิตภัณฑ์ประกันแบบต่าง ๆ ที่ตรงกับความต้องการของผู้เอาประกันอย่างแท้จริง ด้วยวงเงินความคุ้มครองที่เหมะสมและสามารถชำระเบี้ยประกันได้ ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการลดผลกระทบด้านการเงินที่อาจเกิดได้ในระยะยาวอีกด้วย 

Trust Magazine by TISCO
Scroll to Top
ไอคอน PDPA

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานเว็บไซต์ของท่านให้ดียิ่งขึ้น และนำเสนอโฆษณาที่เกี่ยวข้องและตรงกับความสนใจของท่าน โดยท่านสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้จาก นโยบายการใช้คุกกี้ กรุณากดยอมรับเพื่อยินยอมให้เราใช้คุกกี้

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้ที่จำเป็น

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึกการตั้งค่า