Sundae Kids ‘ศิลปินคู่รัก’ กับซิกเนเจอร์ Comic Essay โทนน่ารักที่เข้าถึงง่าย

นิตยสาร Trust ฉบับที่ 75 | คอลัมน์ Living Art

IMG 6242

เมื่อพูดถึงผลงานศิลปะที่เกี่ยวกับ ‘ความรัก’ ทีไร ดูเหมือนว่าชื่อของ ‘Sundae Kids’ มักเป็นศิลปินที่หลายคนนึกถึงเสมอ ด้วยจุดเริ่มต้นของ โป๊ยเซียน-ปราชญา มหาเปารยะ และ กวิน เทียนวุฒิชัย เป็นสองหนุ่มสาว ‘ศิลปินคู่รัก’ ที่รักการวาดภาพภายใต้ผลงานสร้างสรรค์ศิลปะด้วยรูปภาพคอมิกส์ (Comic) สีหวานกับลายเส้นเรียบง่ายพร้อมเรื่องราวประสบการณ์ความรัก ความสัมพันธ์ในรูปแบบต่าง ๆ ใน Mood & Tone ที่ให้ฟีลความรักอันแสนอบอุ่น เป็นกำลังใจ และแรงบันดาลใจ จนกลายเป็น Comic Essay ซึ่งสร้างซิกเนเจอร์ที่ทำให้ทุกคนรู้จัก ‘Sundae Kids’ มาถึงวันนี้ เรื่องเล่าความรักของพวกเขามีมุมมองที่ใหญ่ขึ้น ผ่านประสบการณ์การเล่าเรื่องด้วยวัยที่เติบโตขึ้น เราจึงเห็นผลงานของ ‘Sundae Kids’ เข้าถึงผู้คนหลากหลายกลุ่มคนในวงกว้าง ทั้งกลุ่มความหลากหลายทางเพศ และอีกหลายกลุ่มคนของสังคม

      ‘Sundae Kids’ เริ่มต้นจากเพจเฟซบุ๊กที่ทั้งคู่ลงอัปเดตภาพผลงาน Illustrator และภาพคอมิกส์คาแรกเตอร์หนุ่มสาวกับบทสนทนาเรื่องราวความรักความสัมพันธ์ โลดแล่นอยู่ในโลกออนไลน์มาตั้งแต่สมัยเรียนอยู่คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จนกระทั่งกลายเป็นผลงานที่ถูกอกถูกใจผู้คนให้หยุดดูแล้ว ‘ยิ้ม’ กับงานศิลปะของพวกเขาเสมอ ซึ่งไม่เพียงสร้างฐานแฟนคลับให้กับ ‘Sundae Kids’ เท่านั้น แต่ยังได้แจ้งเกิดกับซิกเนเจอร์เฉพาะตัวที่ใครติดตามอยู่ก็รู้ว่านี่คือสไตล์ของ ‘Sundae Kids’ ที่ทั้งโป๊ยเซียนและกวินไม่ได้วางตัวเองกับคำว่า ศิลปิน’ แต่ขอเป็นนักสร้างสรรค์งานศิลปะที่ไม่ได้โฟกัสว่า…ใครจะเรียกพวกเขาว่าอย่างไร 

      “คำว่า ศิลปิน’ สำหรับผม มันไม่ได้มีให้นิยามตัวเอง แต่อยู่ที่คนจะเรียกพวกเรามากกว่า เพราะไม่ได้ให้น้ำหนักว่าใครมองเราเป็นศิลปิน เป็นนักวาดภาพประกอบ หรือเป็นอะไรก็ตาม จริง ๆ คำว่า ศิลปิน’ อาจจะรู้สึกว่าถูกเรียกคำนี้มากขึ้นตอนทำ Exhibition เดี่ยวโซโล่กันครั้งแรก แต่สำหรับผมกับโป๊ยเซียนก็ไม่ได้คิดว่าเป็นศิลปินอะไรขนาดนั้น เพราะเราไม่ได้เดินในเส้นทางนี้เป็นขั้นสุด แต่ยังทำงานวาดภาพประกอบ ทำงานศิลปะวาดภาพที่เรารักและมีแพสชัน แล้วศิลปะทุกวันนี้ถูกใส่เข้าไปอยู่ในไลฟ์สไตล์หรือในชีวิตตัวเองจนทำให้คนเข้าใจศิลปะกว้างขึ้น จับต้องได้มากขึ้น เช่น งานของพวกเราไปอยู่กับดนตรี Collabs(Collaboration) กับผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ดังนั้น ใครแฮปปี้ให้นิยามความเป็น ‘Sundae Kids’ ยังไง…อิสระเลยครับ” หนุ่มกวินกล่าวเริ่มต้น 

ทำไมต้อง ‘Sundae Kids’

      ย้อนไปจุดเริ่มต้น ‘Sundae Kids’ ในช่วงแรกตอนเรียนในรั้วจุฬาฯ ซึ่งโป๊ยเซียนเล่าว่า กวินเห็นเธอชอบทำงาน Illustration เลยแนะนำให้เปิดเพจเฟซบุ๊กเพื่อสร้างเป็น Portfolio ของตัวเองสะสมไว้  

      “ตัวเราไม่ได้อยากทำงานประจำ พอเขาสร้างแรงบันดาลใจให้เริ่มทำก็ลงมือเลย แรก ๆ ลงงานหลากหลายไปหมด มีทั้งคอมิกส์ และ Illustration แล้วพัฒนามาเรื่อย ๆ ค่อย ๆ เลือกเรื่องราวที่มาเล่า ปรับเปลี่ยนไป เลือกจากเรื่องที่เราชอบและสนใจ เป็นเรื่องที่เข้าถึงกลุ่มคนง่ายขึ้น นั่นคือเรื่องของ Relationship เลยพัฒนามาทางนี้ตลอดจนถึงปัจจุบันค่ะ โดยลายเส้นช่วงแรกก็ยังไม่นิ่ง ค่อย ๆ ปรับมาเรื่อยเหมือนกัน แต่ยังคงไว้ถึงความ Simple ซึ่งกวินเป็นคนช่วยดู แนะนำกันไปมาว่าควรปรับไปทางไหน” กวินเล่าเสริมว่า พวกเขาเรียนด้วยกันมา ปี ทำให้รู้ว่า แฟน’ ของตัวเองทำอะไรได้ วิชาที่เก่งคือ Illustration ซึ่งโป๊ยเซียนนำไปต่อยอดได้อย่างแ6น่นอน 

      สำหรับชื่อ ‘Sundae Kids’ โป๊ยเซียนเคยเล่าผ่านสื่อหนึ่งว่า เป็นส่วนที่ยากที่สุด เริ่มที่คิดจากความหมายของคำนั้นคำนี้ แต่สุดท้ายเป็นชื่อนี้เพราะฟังแล้ว “รู้สึกติดหูและเข้ากับสไตล์ของงานที่เรามากที่สุด โดยมันมาจากไอศกรีมซันเดย์ (Ice Cream Sundae)”

540979141 1317761299710044 5038027514635207568 n

Comic Essay ซิกเนเจอร์ที่เป็นตัวตนของ ‘Sundae Kids’

      ผลงาน Comic Essay ถือว่าเป็นตัวตนที่ชัดเจนของ ‘Sundae Kids’ ที่สุด เพราะเกือบทุกโมเมนต์ก็มาจากที่ทั้งคู่ตีความผ่านความเป็นตัวเอง ผ่านประสบการณ์ เพื่อเล่าเรื่องและนำเสนอในมุมนั้น  

      แม้งานส่วนใหญ่เนื้อเรื่องจะมีความเป็นโป๊ยเซียนมากกว่า ซึ่งส่วนตัวผมตั้งใจเป็นตัวซัปพอร์ตให้เขาแต่แรก ผมก็จะเป็นคนช่วยดูให้ลงตัวมากขึ้น ผมมองเราสองคนเป็น ทีม’ ไม่ได้มองเป็นบุคคลว่าคนนี้ต้องทำอะไร อีกคนต้องทำอะไร อันไหนช่วยได้ก็ช่วยกัน ที่สำคัญ คือ เราต้องมีความเชื่อมั่นต่อกัน” 

      สำหรับโป๊ยเซียนก็มีมุมมองในทิศทางเดียวกันว่า “เราทำงานด้วยกันมานาน รู้จักกันมานาน รู้สไตล์งานกันมานานก็จริง แต่สไตล์การทำงานตรงข้ามกันเลย ที่ผ่านมาปรับสไตล์กันเยอะเหมือนกัน 10 ปีของการทำงาน คือ ใช้ความเข้าใจกัน ให้ความเชื่อใจกวินมาก ๆ พูดได้เลยว่า…ถ้ามีคำแนะนำ หรือมี Suggestion อะไร เราคือเชื่อเขาเลย เพราะมันทำให้มี ‘Sundae Kids’ ในวันนี้ 

      ทว่าความเป็น ‘Sundae Kids’ ที่สร้างตัวตนจากความเป็นคู่รัก เป็นคนสองคน ได้มีทั้งจุดแข็งและจุดอ่อนในเวลาเดียวกัน ดังที่กวินบอกว่า “จุดแข็งคือเรามีกันสองคนย่อมดีกว่าคนเดียวในการคิดงานสร้างสรรค์ แต่จุดอ่อนก็คือเราสองคนด้วยเช่นกัน เพราะมันมีความเป็นไปได้ทุกการทำงานที่อาจต้องทะเลาะกัน มองต่างมุมกัน แต่ด้วยต้องคิดให้ได้ว่า เราทำงานกันเป็นทีม คิดว่าต้องสามัคคีกัน เชื่อใจกัน แล้วมันจะผ่านไป ซึ่งเป็นจุดที่สำคัญมาก ๆ ของการทำงานและการสร้างสรรค์ผลงานในแต่ละครั้ง” 

TRUST 2 4

‘10 Years of Lost and Found’
ตัวตนและการเติบโตของ ‘Sundae Kids’

      ‘Sundae Kids’ มีนิทรรศการ ‘The Kid Within’ เป็นผลงานสร้างสรรค์โซโล่เดี่ยวของพวกเขาครั้งแรกเมื่อปี 2559 ที่เดอะแกลอรี ชั้น 36 โรงแรมพูลแมน จี กรุงเทพ (สีลม) โดยตอนนั้นเฟซบุ๊กเพจ ‘Sundae Kids’ มีผู้ติดตามมากกว่า 40,000 คน โดย ณ ตอนนั้นทั้งคู่ได้ร่วมงานกับบริษัทชั้นนำต่าง ๆ แล้วเช่นกัน  

      “งานโซโล่เดี่ยวครั้งแรก พวกเราไม่ได้คาดหวังว่างานต้องเป็นแบบไหน Feedback อย่างไร อาจด้วยตอนนั้นอายุยังน้อย รู้สึกว่าเรายังตัวเล็ก ๆ เพราะพอยิ่งตัวเล็กยิ่งไม่มีความคาดหวัง” กวินเล่าถึงนิทรรศการครั้งแรก โดยโป๊ยเซียนเล่าเสริมด้วยว่า เป็นครั้งแรกของพวกเขาที่อยากลองทำและได้ทำจริง ๆ “สองคนทำกันอย่างเต็มที่ ใส่พลังกันเต็มเลยค่ะ ไม่ได้คาดหวังจะต้องเป็นศิลปินโด่งดังอะไร ด้วยความที่เรายังไม่ได้มีชื่อเสียงนักก็เลยไม่กดดัน อีกอย่างคนที่เข้ามาชมงานนิทรรศการครั้งนั้นก็ไม่ได้คาดหวังเราขนาดนั้นด้วยค่ะ แต่งานครั้งนั้นก็ตื่นเต้นกันมาก ทำทั้งงาน Illustration และ Comic ไม่ต้องเห็นตัวเองเป็น Artist แค่เห็นมีโอกาสได้ทำ Exhibition ได้โชว์ผลงาน พอได้รับการติดต่อมาจากการที่เขาเคยเห็นศักยภาพบางอย่างของเราที่สามารถเอาไปต่อยอดได้ ก็ตัดสินใจลงมือทำร่วมกันเลย”  

      จากนั้นเป็นนิทรรศการเดี่ยวครั้งที่  Yelo House ช่วงวาเลนไทน์ในปี 2563 ชื่อ ‘This is for you’ เป็นเรื่องราวความรักหลากหลายรูปแบบที่ได้ทำ Graphic Novel แอนิเมชัน เพนต์ และงานพิมพ์ ถือเป็นครั้งที่โป๊ยเซียนและกวินบอกว่า…ได้ลองทำอะไรที่อยากทำในหลาย ๆ แบบ กระทั่งปี 2567 ก็มีนิทรรศการเป็นของตัวเองอีกครั้งกับ ‘10 Years of Lost and Found’ วันเวลา 10 ขวบปีที่ศิลปินคู่รักคู่นี้อยากชวนมามองตัวตนและย้อนดูเส้นทางการเดินทางของพวกเขาผ่าน Comic Essay ตั้งแต่วัยเด็กจนก้าวสู่การทำ Comic ความเป็นตัวตนที่เล่าโดยอีกฝ่าย ความสัมพันธ์ที่ผ่านมาของพวกเขาและการก้าวข้ามผ่านอุปสรรคในความรัก จนยังมีกันและกันถึงวันนี้ ซึ่งความสำเร็จของนิทรรศการ ‘10 Years of Lost and Found’ ได้รับการตอบรับจากทั้งกลุ่มแฟนคลับคนรัก ‘Sundae Kids’ รวมถึงสมาชิกใหม่ที่เพิ่งเข้ามาทำความรู้จักพวกเขาจากนิทรรศการนี้ที่ถูกจัดขึ้น ณ River City Bangkok 

      “เราเติบโตกันทีละขั้นค่ะ ค่อย ๆ โต ถ้าถามว่ามีความตั้งใจกับ ‘Sundae Kids’ อย่างไร หรือ Plan ไว้แบบไหน บอกตามตรงว่ายังมีอีกหลายอย่างที่เราสองคนอยากทำ อยากร่วมงานกับหลาย ๆ แบรนด์มากกว่านี้ไปอีก หลากหลายมากขึ้น อยากโตไปให้มากกว่าในไทย อยากได้ลองตลาดอื่น ๆ โดยเฉพาะในต่างประเทศ” ด้วยเหตุผลนี้ ระยะเวลากว่า ปีที่ผ่านมา ทั้งโป๊ยเซียนและกวินจึงตัดสินใจไปใช้ชีวิตกันที่นิวยอร์กเพื่อสร้างสรรค์ผลงานในมิติใหม่ ๆ 

      ด้วยสองคนทำงานเหมือนแทบไม่ได้ออกไปไหนกันเลย โป๊ยเซียนเหมือนนั่งทำงานอยู่ตรงหน้าผมตลอดเวลา เลยเกิดไอเดียว่าถ้าไปทำงานที่อื่นได้ เปลี่ยนฮวงจุ้ยทำงานของเราได้คงดีกว่า พอผ่านช่วง COVID-19 ไป ราวปลายปี 2566 ก็ตัดสินใจย้ายไปอยู่นิวยอร์ก ไปอยู่ในสิ่งแวดล้อมใหม่ที่ไม่ใช่เมืองไทย เลยกลายเป็นโลกใหม่ของเราเลย ได้ความตื่นเต้นแบบใหม่ สร้าง Inspiration ใหม่ ๆ ในการสร้างสรรค์งาน ได้ทำงานวิธีการใหม่กับคนกลุ่มใหม่ที่วัฒนธรรมและสังคมแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ซึ่งบางอย่างก็เวิร์กในการอยู่ที่นี่ แต่บางอย่างก็เวิร์กที่เมืองไทย ทำให้เราสองคนไป ๆ กลับ ๆ มีทั้งงานที่ต้องทำทั้งสองแห่ง และโปรเจกต์ในประเทศอื่น ๆ ที่ถูกจ้างให้สร้างงานกับเขา อย่างปีที่ผ่านมา ก็ไปฮ่องกงกับสิงคโปร์”  

IMG 6143

ผลงาน ‘Sundae Kids’ โลดแล่น Collabs กับไลฟ์สไตล์ของผู้คน

      แม้ตลอดมากว่า 10 ปีจนถึงวันนี้ ผลงานโดดเด่นของ ‘Sundae Kids’ คือ Comic Essay ทว่าก็ยังเห็นงาน Illustration ของทั้งคู่ยังคงสร้างสรรค์มาโดยตลอดเช่นกัน โดยเฉพาะงานที่ Collabs กับแบรนด์และผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ  

      “งาน Collabs ที่ทำกับผลิตภัณฑ์และสินค้า รวมถึงร่วมมือกับแบรนด์และองค์กรต่าง ๆ มีกันมาตลอด อย่างกับแบรนด์ VICHITR ธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ เราได้ทำคอลเลกชันพิเศษช่วงวาเลนไทน์ ได้ทำสติ๊กเกอร์ไต้หวัน Collabs กับผลิตภัณฑ์ทำแก้ว ทำการ์ดอวยพรต่าง ๆ กับร้านที่ UK ทำสติ๊กเกอร์ให้กับ Loacker เนสกาแฟ แล้วก็ Lay’s Stax ด้วย ออกแบบ Collabs กับเสื้อผ้า Good Luck กับร้าน Homework ทำภาพประกอบให้เซ็นทรัลเวิลด์ แล้วก็ยังมีผลงานตอนที่ย้ายไปนิวยอร์ก เช่น Biggest Little แบรนด์ของเล่นที่บรูคลิน และได้ Collabs งานออกแบบแพ็กเกจจิงของเล่นสำหรับเด็ก เจ้าของแบรนด์ให้อิสระในการออกแบบกับเรามาก ครั้งนี้ได้เรียนรู้วิธีการทำงานใหม่ ๆ การสร้างสรรค์ในไอเดียใหม่”  

      นอกจากนี้ กวินยังเล่าต่อเนื่องไปด้วยว่า “ที่นิวยอร์กมีความเป็นเมืองมาก มีไลฟ์สไตล์และการใช้ชีวิตของคนเมืองในอีกรูปแบบหนึ่งเลย เราทั้งคู่ต้องปรับตัวกันใหม่ คนที่นี่พูดคุยและทักทายกันง่ายมาก อย่างอยู่อะพาร์ตเมนต์เดียวกันแล้วลงลิฟต์มาด้วยกัน การพูดคุยคือปกติและเกิดได้ทุกเมื่อ ทุกคน Nice และ Friendly  ซึ่งเราไม่ชินกับ Small Talk แบบนี้ ก็ต้องปรับตัวกันเยอะเลย สำหรับนิวยอร์กเป็นเมืองที่ผมมองว่า ช่วงหนึ่งของชีวิตถ้ามีโอกาสก็ควรอยู่และใช้ชีวิตให้สนุกกับที่นี่ แต่ไม่ใช่เมืองที่เราจะอยู่ตลอดไป ให้แค่ช่วงชีวิตหนึ่งเท่านั้น นั่นหมายความว่า…อนาคตเราก็ต้องกลับมาอยู่เมืองไทย”  

      ครั้งนี้เรามีโอกาสได้คุยกับโป๊ยเซียนและกวินที่เมืองไทย เป็นช่วงที่ทั้งสองคนกลับมาเตรียมสร้างสรรค์ผลงานครั้งใหม่ที่แอบกระซิบว่า คล้าย ๆ กับงาน Exhibition แต่สเกลเล็กลงมากว่าครั้งล่าสุด ส่วนเป็นงานอะไร เมื่อไหร่ พวกเขายังไม่สามารถเล่าให้ฟังในวันนี้ได้ แต่ได้เห็นในปี 2569 แน่นอน นอกจากนี้ ยังมีผลงานกับแบรนด์ต่าง ๆ และอีกหลายองค์กรในต่างประเทศมาอีกเรื่อย ๆ  สามารถติดตามผลงานอัปเดตของ ‘Sundae Kids’ ได้ที่เว็บไซต์และเฟซบุ๊กเพจที่มีผู้ติดตามกว่า  2 ล้านคนในชื่อเดียวกันของพวกเขา 

Trust Magazine by TISCO
Scroll to Top
ไอคอน PDPA

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานเว็บไซต์ของท่านให้ดียิ่งขึ้น และนำเสนอโฆษณาที่เกี่ยวข้องและตรงกับความสนใจของท่าน โดยท่านสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้จาก นโยบายการใช้คุกกี้ กรุณากดยอมรับเพื่อยินยอมให้เราใช้คุกกี้

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้ที่จำเป็น

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึกการตั้งค่า