ก่อนตัดสินใจเลือกซื้อประกัน เราจำเป็นต้องรู้อะไรบ้าง?

file

TISCO Advisory ขอแนะนำ 7 ข้อควรรู้ ก่อนการซื้อประกัน แบบที่ว่า “ถ้าไม่ได้เช็ค อาจถือว่าพลาด"

1.จุดประสงค์ของการทำประกัน

ควรเลือกแบบประกันที่สอดคล้องกับความต้องการของเรา เช่น หากต้องการทำประกันเพื่อคุ้มครองหนี้สิน ควรเลือกทำประกันชนิดชั่วระยะเวลา (Terms) ที่เน้นความคุ้มครองในระยะสั้นถึงกลาง เช่น 5 ปี หรือ 10 ปี เป็นต้น โดยการเลือกแบบประกันที่เหมาะสม สามารถปรึกษาตัวแทนหรือนายหน้าประกันในสถาบันการเงินที่น่าเชื่อถือได้

2.เปรียบเทียบผลิตภัณฑ์จากหลากหลายบริษัท

ปัจจุบันมีบริษัทประกันมากมายและนำเสนอผลิตภัณฑ์อย่างหลากหลาย ดังนั้น จึงควรทำความเข้าใจและเปรียบเทียบแบบประกันที่ต้องการจากบริษัทประกันหลายๆ แห่ง ก่อนตัดสินใจซื้อเพื่อให้ได้รับกรมธรรม์ที่คุ้มค่าและตอบโจทย์มากที่สุด

3.ทำความเข้าใจเงื่อนไขกรมธรรม์ให้ครบถ้วนก่อนตัดสินใจซื้อ

เนื่องจากประกันแต่ละแบบจะมีเงื่อนไขที่ต่างกัน ทั้งยังมีข้อกำหนดและข้อห้ามที่ไม่เหมือนกัน จึงควรอ่านข้อมูลให้ครบถ้วนโดยละเอียด มิเช่นนั้นอาจเสียสิทธิบางประการได้ หากไม่ทำตามเงื่อนไข เช่น ประกันสุขภาพจะมีระยะเวลารอคอย (Waiting period) หรือระยะเวลาที่ผู้ซื้อประกันจะไม่ได้รับความคุ้มครอง ไม่สามารถเคลมค่ารักษา หรือเรียกร้องเงินชดเชยได้เลย ซึ่งระเวลารอคอยมีตั้งแต่ 30 60 90 หรือ 120 วัน ตามที่แต่ละกรมธรรม์กำหนดไว้ เป็นต้น

4.ความคุ้มครองที่เพียงพอ

ก่อนทำประกันเราต้องประเมินว่า ความคุ้มครองที่เราต้องการนั้นมากน้อยขนาดไหน เพราะหากทำประกันมากเกินความจำเป็น อาจส่งผลให้การบริหารความเสี่ยงไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอและจ่ายเบี้ยมากโดยไม่จำเป็น แต่หากทำน้อยกว่าความจำเป็น ก็อาจจะนำไปสู่ความผิดพลาดในการป้องกันความเสี่ยงได้ เช่น ปัจจุบันมีภาระหนี้ที่ต้องรับผิดชอบมูลค่า 10 ล้านบาท แต่ทำประกันคุ้มครองชีวิตไว้เพียง 5 ล้านบาท เมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝันจากไปก่อนวัยอันควร จะทำให้ภาระหนี้ที่เหลือ 5 ล้านบาทตกไปเป็นภาระของครอบครัว ดังนั้น ความคุ้มครองที่เพียงพอจึงเป็นเรื่องจำเป็น

5.ความสามารถในการจ่ายเบี้ยประกัน

ลักษณะการจ่ายเบี้ยประกันโดยทั่วไปส่วนใหญ่เป็นพันธะผูกพันมากกว่า 1 ปี จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องประเมินความสามารถในการจ่ายเบี้ยระยะยาวของตัวเราเองด้วย เพราะหากไม่สามารถจ่ายเบี้ยได้ครบตามกำหนด อาจทำให้เราเสียประโยชน์ที่ควรจะได้รับ ยกตัวอย่าง ประกันสะสมทรัพย์ 12.5 จ่ายเบี้ย 5 ปี คุ้มครอง 12 ปี แต่หากผู้ซื้อประกันสามารถจ่ายได้เพียง 1-2 ปีแรก ก็อาจทำให้ได้รับผลประโยชน์ไม่เต็มจำนวนหรือไม่ได้รับผลประโยชน์เลยในบางกรมธรรม์

6.อย่าลืมประกันสุขภาพ

ปกติแล้วเวลาพูดถึงประกัน คนส่วนใหญ่มักจะสนใจแต่ประกันชีวิต แต่หารู้ไม่ว่าในแต่ละปีค่ารักษาพยาบาลมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลโรคร้ายแรง ที่อาจกลายเป็นความเสี่ยงกระทบต่อความมั่งคั่งของเราในอนาคตได้ ซึ่งการทำประกันสุขภาพเป็นวิธีหนึ่ง ที่จะช่วยปกป้องความเสี่ยงเหล่านี้ได้เป็นอย่างดี

7.ประกันไม่ได้มีไว้แค่ลดหย่อนภาษี

อย่างที่ทราบกันว่าประกันเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ใช้สำหรับลดหย่อนภาษีที่หลายคนเลือกใช้ แต่เราก็ไม่ควรซื้อประกันแค่สิทธิประโยชน์ทางภาษีเท่านั้น เพราะหน้าที่หลักของประกันคือการป้องกันความเสี่ยง อีกทั้งยังสามารถวางแผนมรดกและวางแผนเพื่อการเกษียณได้ด้วย ดังนั้น เราจึงควรให้ความสำคัญในการวางแผนและบริหารการเงินให้ครอบคลุมในทุกๆ ด้าน เพื่อให้เราได้รับสิทธิประโยชน์อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

=======================

การวางแผนประกันเป็นหนึ่งในองค์ประกอบที่สำคัญของการวางแผนการเงิน เพราะฉะนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องศึกษาข้อมูลให้ครบถ้วนก่อนตัดสินใจทำประกัน โดยหากต้องการคำปรึกษาด้านการทำประกันที่เหมาะสมกับตัวเอง รวมถึงเลือกซื้อประกันตัวท็อปแบบไม่จำกัดค่าย สามารถติดต่อขอรับคำแนะนำได้ที่ธนาคารทิสโก้ทุกสาขา

 

บทความโดย : นรุตม์ สีแสงสุวรรณชัย CFP® ธนาคารทิสโก้

  • สนใจรับบริการ “ให้คำแนะนำด้านประกันสุขภาพ” ปรึกษาได้ที่ ธนาคารทิสโก้ ทุกสาขา
  • เปรียบเทียบประกันสุขภาพ และประกันโรคร้ายแรงของบริษัทประกันต่างๆ ได้อย่างหลากหลายยิ่งขึ้น
  • ให้คำแนะนำในการเลือกประกันสุขภาพ ที่ตอบโจทย์คุณโดยเฉพาะ
  • หรือ ให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับ คลิก >> https://bit.ly/35KeZ9n

บทความล่าสุด

Biotech ทางรอดของมนุษยชาติ

โพสต์เมื่อ 24 สิงหาคม 2564

หากเราจะมาพูดคุยกันแค่เพียง “เรากำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ (Ageing Society)” ที่เป็นหนึ่งใน Megatrend คงจะไม่น่าสนใจเท่ากับ “อะไร” ที่ทำให้เกิดสังคมผู้สูงอายุขึ้นมาได้ และ “อะไร” ที่คนกลุ่มนี้จะต้องการ ซึ่งปัจจัยหลักที่ทุกคนพูดกันเสมอคือ มนุษย์มีอายุขัยยาวนานขึ้นหรืออัตราการตายน้อยลง จากนวัตกรรมทางการแพทย์ที่ก้าวหน้ากว่าในอดีต ทั้งในด้านการตรวจวินิจฉัย รักษา และป้องกันการเกิดโรค ซึ่ง “เทคโนโลยี” เป็นบทบาทสำคัญในการก้าวหน้านี้

อ่านต่อ >>

จับ 4 ธีมสร้างกำไรใน China Megatrends

โพสต์เมื่อ 25 สิงหาคม 2564

การปรับฐานของตลาดหุ้นจีนในช่วงครึ่งแรกของปี 2021 จากความกังวลต่อการดำเนินนโยบายการเงินแบบเข้มงวดจากธนาคารกลางจีน รวมถึงการที่ภาครัฐได้เข้ามากำกับดูแลบริษัทในกลุ่มเทคโนโลยีหลายบริษัทของจีน เพื่อลดการผูกขาดทางการค้า ได้ส่งผลให้ Valuation ดัชนีของตลาดหุ้นจีนยังคงซื้อ-ขายในระดับ Fwd PE เพียงแค่ประมาณ 15 เท่า ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำกว่า Valuation ของดัชนีตลาดหุ้นของสหรัฐฯ ที่มีค่า Fwd PE สูงถึงราว 22 เท่า สะท้อนให้เห็นว่า Valuation ของดัชนีตลาดหุ้นจีน ซึ่งเป็นเศรษฐกิจที่ใหญ่อันดับ 2 ของโลกยัง “มีส่วนลด” อย่างมาก เมื่อเทียบกับดัชนีตลาดหุ้นของเศรษฐกิจเบอร์ 1 ของโลกอย่างสหรัฐฯ

อ่านต่อ >>